"ถ้าคุณศิลาตัดต่อท่อนนี้ให้มันสั้นลงอีกสามวินาที ฉันจะยอมให้คุณเรียกฉันว่ายายกะทิหน้าจืดไปตลอดทริปเลยเอ้า!"
เสียงตะโกนข้ามโต๊ะไม้สนในร้านกาแฟฮิปสเตอร์ย่านใจกลางเมืองหลวง ดังแทรกเสียงบดกาแฟจนแทบกลบมิด กะทิในชุดเอี๊ยมยีนส์ตัวเก่งกำลังใช้ปลายนิ้วจิ้มหน้าจอแท็บเล็ตด้วยความหัวเสีย ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้าจากการนั่งจ้องไทม์ไลน์วิดีโอยาวนานกว่าสี่ชั่วโมงเต็ม
ศิลาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ปรายตามองหน้าจอของเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะยกแก้วกาแฟดริปขึ้นจิบด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึกราวกับขุนนางผู้สูงศักดิ์ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและนาฬิกาเรือนหรูที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มอ่อน
"ผมไม่นิยมเรียกใครด้วยฉายาที่ไม่มีรสนิยมแบบนั้นหรอกครับคุณกะทิ... อีกอย่าง ท่อนสามวินาทีที่คุณอยากตัดออกนั่นน่ะ มันคือจังหวะที่เชฟกำลังราดซอสทรัฟเฟิลลงบนสเต็กเนื้อวากิว ซึ่งเป็นจุดไคลแมكسของรสชาติที่ผมอุตส่าห์บรรยายสรรพคุณไว้อย่างประณีต ถ้าตัดทิ้ง คลิปนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับสารคดีท่องเที่ยวเกรดบีตามยูทูปทั่วไปหรอกครับ"
ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นเล็กน้อยนั่นยิ่งทำให้กะทิอยากจะเอาหมอนอิงฟาดหน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด
"เกรดบีบ้านคุณสิ! นี่มันช่อง 'ไกด์สาวสายลุย' นะเว้ยเฮ้ย! คนดูเขาไม่ได้อยากมานั่งฟังคุณบรรยายรสชาติอาหารแบบกวีซีไรต์ เขากรรมกรอินเทอร์เน็ต เขาต้องการความเร็ว ความฮา และความฉับไว! เข้าใจไหมคุณชาย" กะทิเถียงเสียงแข็ง พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้จอแท็บเล็ตเพื่อชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดของคลิป
"นั่นแหละครับคือปัญหาของคุณ... คุณทำงานแบบขอไปที เน้นปริมาณแต่ขาดความลึกซึ้ง เหมือนอาหารฟาสต์ฟู้ดที่กินอิ่มเร็วแต่ไร้รสชาติจำ" ศิลาวางแก้วลง เสียงกระทบกับจานรองดังเบาๆ แต่คำพูดของเขากลับหนักหน่วงจนกะทิต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์
นี่คือ "สงครามกรรไกรตัดต่อ" ครั้งแรกของพวกเขา หลังจากทริปตะลุยชิมอาหารริมทางและธรรมชาติสุดโหดผ่านพ้นไป ตอนนี้ทั้งคู่ต้องมานั่งสุมหัวกันอยู่ในสตูดิโอชั่วคราวเพื่อตัดต่อวิดีโอตอนพิเศษที่จะออกอากาศในสัปดาห์นี้ และดูท่าทางแล้ว... ก่อนที่คลิปจะเสร็จสมบูรณ์ พวกเขาคงได้ฆ่ากันตายคาโต๊ะกาแฟเสียก่อน
บรรยากาศในร้านค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ แต่บนโต๊ะทำงานของทั้งคู่กลับคุคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตจากความเห็นที่ไม่ตรงกันอย่างสิ้นเชิง กะทิเป็นสายอารมณ์ เน้นความสนุกสนาน ตัดต่อฉับไว มีเสียงเอฟเฟกต์ตลกๆ ประกอบทุกสามวินาที ส่วนศิลาเป็นสายเนี๊ยบ เน้นความสุนทรีย์ ภาพต้องสวย มุมกล้องต้องเป๊ะ และเสียงดนตรีต้องส่งอารมณ์อย่างลึกซึ้ง
"งั้นเรามาลองคนละครึ่งทางสิ" กะทิถอนหายใจยาว ยอมลดราวาศอกลงบ้างเมื่อเห็นเวลาบนมุมจอคอมพิวเตอร์ล่วงเลยมาจนถึงตีสองแล้ว "คุณอยากได้ความละเมียดละไมใช่ไหม? ฉันยกให้คุณจัดการครึ่งแรกของคลิปที่เป็นพาร์ตร้านอาหารหรูของคุณ แต่ครึ่งหลังที่เป็นพาร์ตลุยตลาดโต้รุ้งและสตรีทฟู้ด... ห้ามแตะ ห้ามวิจารณ์ และห้ามออกความเห็นเด็ดขาด! ดีลไหม?"
ศิลาเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของหญิงสาวที่เริ่มมีรอยคล้ำใต้ตาเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าไม่ได้ลดทอนความดื้อรั้นในตัวเธอลงเลยแม้แต่น้อย กลับทำให้เธอดูมีเสน่ห์แบบแปลกๆ ในความรู้สึกของเขา—เสน่ห์ของคนที่ไม่เคยยอมแพ้อะไร Z่ายง่าย
"ก็ได้ครับ... แต่ถ้าพาร์ตสตรีทฟู้ดของคุณตัดออกมาแล้วเรตติ้งตก หรือมีคนคอมเมนต์ว่าภาพสั่นจนเวียนหัว คุณต้องเป็นคนเลี้ยงมื้อค่ำผมที่ภัตตาคารมิชลินสตาร์สามดาว" ศิลาตั้งเงื่อนไขพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ได้! แต่ถ้าคลิปของฉันยอดวิวทะลุหลักแสนภายในสิบคนาที คุณต้องเป็นคนล้างจานที่บ้านพักของฉันติดต่อกันหนึ่งเดือนเต็ม!" กะทิยื่นมือเรียวออกไปตรงหน้า ดวงตาส่องประกายความท้าทาย
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะยื่นมือหนามาจับมือเธอกลับ สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านความรู้สึกแปลกประหลาดเข้ามาในใจชั่วขณะ แต่มันเร็วเสียจนกะทิต้องรีบดึงมือกลับแล้วหันไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองต่อ
เวลาผ่านไปอีกร่วมสองชั่วโมง ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงคลิกเมาส์และเสียงแป้นพิมพ์ ดังเป็นระยะ ศิลาก้มหน้าก้มตาเกลี่ยสีวิดีโอในส่วนของเขาอย่างตั้งใจ ความจริงแล้ว... เขากำลังแอบซ่อนฟุตเทจสั้นๆ ช็อตหนึ่งเอาไว้ในวินาทีที่สิบห้าของคลิป เป็นจังหวะที่กะทิตัวเปียกปอนจากฝนตกกะทันหันในตลาดสด เธอกำลังหัวเราะร่าเริงขณะกินลูกชิ้นปิ้งไม้ละสิบบาท รอยยิ้มกว้างในวันนั้นสดใสเสียจนแสงไฟในร้านอาหารหรูราคาแพงยังเทียบไม่ติด
ชายหนุ่มเหลือบมองคนข้างกายที่ตอนนี้ฟุบหลับคาโต๊ะทำงานไปเรียบร้อยแล้ว ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงว่าเธอเหนื่อยล้ามามากจริงๆ ศิลาถอนหายใจเบาๆ ด้วยความเอ็นดูที่เจ้าตัวก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง เขาถอดเสื้อสูทเนื้อดีของตนเองออกอย่างระมัดระวัง แล้วนำมาห่มไหล่บางที่สั่นเทาจากแอร์ในร้านที่ค่อนข้างเย็น
ปลายนิ้วเรียวของชายหนุ่มเอื้อมไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวออกอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองสำรวจแพขนตางอนและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามหลับใหล หัวใจที่เคยด้านชาและถูกห่อหุ้มด้วยกำแพงความสมบูรณ์แบบมาตลอดชีวิต กลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด
"ดื้อจริงๆ..." ศิลาพึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา
เขากลับมาสนใจหน้าจอของตัวเองต่อเพื่อเคลมงานชิ้นสุดท้ายให้เสร็จสิ้น นิ้วเรียวกดบันทึกโปรเจกต์วิดีโอทั้งหมดลงในคลาวด์ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือของกะทิที่วางคว่ำอยู่ข้างๆ ตั้งใจจะปิดหน้าจอเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ แต่จังหวะนั้นเอง หน้าจอกลับสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับการแจ้งเตือนข้อความแชตจากใครบางคนที่เด้งขึ้นมากลางหน้าจอ
ศิลาไม่ได้ตั้งใจจะอ่าน แต่วินาทีที่สายตาปะทะเข้ากับชื่อและข้อความพาดหัว... มือหนากลับชะงักค้าง ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นจัด
*[ชื่อผู้ส่ง: พี่กรณ์]*
*"กะทิ... เรื่องแต่งงานของเรา สรุปว่าเราจะเอายังไงดีครับ? แม่เขายังถามถึงอยู่นะ"*
ลมหายใจของศิลาสะดุดกึก รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่วันหายวับไปกับตา ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงนั้น...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คู่กัดคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ! - แบกเป้ท่องโลก
ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก•ตอนที่ 7
รีวิวฉบับคนป่วน
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!