"ถอยไปเลยนะ!"
กะทิส่งเสียงขู่ลอดไรฟัน มือบางผลักแผ่นอกกว้างของศิลาออกห่างอย่างแรงจนร่างสูงเซถลาไปชนกับเสาไม้เก่าๆ ภายในศาลาพักใจกลางป่าลึก บรรยากาศรอบตัวในยามวิกาลที่ควรจะเงียบสงบ กลับอัดแน่นไปด้วยความกดดันชนิดที่แทบจะหายใจไม่ออก แสงไฟฉายจากร่างสูงโปร่งของแขกไม่ได้รับเชิญที่เพิ่งก้าวเข้ามาเมื่อครู่ กำลังสาดส่องตัดผ่านความมืดตรงมายังพวกเขาทั้งคู่ ทว่าสิ่งที่ทำให้กะทิหัวใจกระหน่ำรัวไม่ใช่ความมืดของผืนป่า หรือความหนาวเหน็บยามค่ำคืน แต่เป็นประโยคทักทายเมื่อครู่ที่ยังคงก้องอยู่ในหัว
*คู่หมั้นที่หนีงานแต่งมาเที่ยวป่าคนนี้...*
"สวัสดีครับคุณศิลา ไม่เจอกันนานเลยนะ ตั้งแต่งานหมั้นสะท้านวงการเซเลบปีก่อนโน้น..."
ชายหนุ่มผู้มาใหม่ก้าวเท้าเข้ามาในรัศมีแสงไฟ รูปร่างสูงโปรغ สวมแจ็คเก็ตเดินป่าแบรนด์เนมราคาแพง ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มเยาะที่ส่งมาให้ศิลาอย่างเปิดเผย เขาคือ 'กรณ์' ทายาทธุรกิจนำเข้าอาหารรายใหญ่ และที่สำคัญ... เขาคืออดีตคู่หมั้นตามหน้าหนังสือพิมพ์ของกะทิเอง
กะทิเบิกตากว้าง สลับมองหน้ากรณ์ที มองแผ่นหลังกว้างของศิลาที สมองอันรวดเร็วของบล็อกเกอร์สาวเริ่มประมวลผลเรื่องราวบ้าๆ บอๆ ที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์นี้ ทริปเดินป่าสุดทรหด ไกด์จำเป็นที่จู่ๆ ก็โผล่มาช่วยแบบไม่คาดฝัน ปากจัดระดับ 10 แต่กลับรู้เรื่องอาหารการกินและรสนิยมของเธอราวกับทำการบ้านมาอย่างดี... และที่สำคัญที่สุด หน้าตาของศิลามันช่างคุ้นเสียเหลือเกินหากมองจากมุมของไฮโซตระกูลใหญ่
ศิลายืนนิ่งสนิท ไหล่กว้างตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยและติดจะหยิ่งยโสในยามปกติ ตอนนี้กลับขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด เขายังไม่ยอมหันกลับมามองกะทิ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจ้องเขม็งไปยังกรณ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"นายมาทำอะไรที่นี่ กรณ์" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มที่ไร้ซึ่งความขี้เล่น หรือแม้แต่ร่องรอยของความใจเย็นอย่างเคย มันเป็นน้ำเสียงของนักล่าที่กำลังถูกต้อนจนมุม
"อ้าว ถามแปลกๆ ก็ป่านี้มันไม่ได้มีป้ายห้ามเข้าสักหน่อยนี่ครับ" กรณ์หัวเราะในลำคอ ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนแสงไฟฉายตกกระทบใบหน้าของกะทิที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างหลังศิลา "โอ๊ะ... คุณกะทิ บล็อกเกอร์สาวซ่าส์ผู้ประกาศกร้าวกลางงานหมั้นว่าจะไม่ยอมแต่งงานกับคนที่ครอบครัวจัดหาให้... โลกกลมจังเลยนะครับ ที่หนีมาหลบเลี่ยงการแต่งงานกับผม ถึงได้มาติดแหงกอยู่กับ... พี่ชายแท้ๆ ของผมเองเนี่ย!"
*เพล้ง!*
ราวกับมีกระจกใสนับล้านชิ้นแตกละเอียดอยู่ในอก กะทิรู้สึกคล้ายถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง สมองตื้อชาไปชั่วขณะ เธอหันขวับไปมองหน้าศิลาที่ตอนนี้หลับตาลงช้าๆ ราวกับยอมรับชะตากรรม
"พี่... พี่ชาย?" กะทิพึมพำออกมาเบาหวิว เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบไม่ได้ศัพท์ "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันศิลา นายเป็นใครกันแน่... นายคือพี่ชายของกรณ์อย่างนั้นเหรอ?"
ศิลาถอนหายใจยาวนาน เป็นครั้งแรกที่กะทิได้เห็นความเหนื่อยล้าฉายชัดอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง เขาค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ แววตาที่เคยมีแต่ความกวนประสาทและรอยยิ้มมุมปาก บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความลังเลใจที่ปิดไม่มิด
"ผม... ขอโทษครับกะทิ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เป็นสรรพนามและน้ำเสียงที่ไม่เคยใช้มาก่อน "ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณตั้งแต่แรก..."
"ไม่ได้ตั้งใจ?" กะทิแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ความรู้สึกโกรธ ผิดหวัง และเคว้งคว้างตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแน่นไปหมด "นายเข้ามาในชีวิตฉัน มาเป็นไกด์จำเป็น มาเดินลุยโคลนกินข้าวต้มหม้อเดียวกันกับฉัน ทั้งที่นายรู้อยู่แก่ใจว่าฉันเป็นใคร และนายเกี่ยวข้องยังไงกับเรื่องบ้าๆ ที่ฉันหนีมาเนี่ยนะ! นายสนุกมากไหมศิลา ที่ได้เห็นฉันวิ่งวุ่นทำตัวเป็นคนโง่!"
"กะทิ ฟังผมก่อน..." ศิลาขยับตัวเข้ามาหมายจะคว้ามือเธอไว้ แต่กะทิกลับถอยหลังกรูด สะบัดตัวหนีราวกับกลัวสัมผัสจากเขา
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" กะทิแหวลั่น ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "พวกคุณตระกูลนี้มันยังไงกันวะ ชอบเล่นตลกอะไรกับชีวิตคนอื่นนักหนา คนหนึ่งก็จะบังคับให้ฉันแต่งงานด้วย อีกคนก็ทำเป็นพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามาช่วย เพื่ออะไรล่ะ? เพื่อจะเอาความลับไปรายงานที่บ้านนายอย่างนั้นเหรอ!"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ!" ศิลาขึ้นเสียงบ้าง ดวงตาคมคายฉายแววเจ็บปวดอย่างชัดเจนเมื่อเห็นหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาของหญิงสาวตรงหน้า "ผมไม่ได้มาเพื่อรายงานใครทั้งนั้น... ที่ผมมาที่นี่ ก็เพราะ..."
เขารอจังหวะอยู่อึดใจหนึ่ง ขบกรามแน่นราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความลับที่ต้องแบกรับกับความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจ
"เพราะอะไรล่ะ พูดออกมาสิ!" กะทิเร่งเร้า เสียงสั่นเครือ
"เพราะผมไม่อยากให้คุณแต่งงานกับน้องชายผมยังไงล่ะ!" ศิลาโพนทะนาออกมาเสียงดังลั่นศาลา ท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่ายามดึก กรณ์ที่ยืนกอดอกมองดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก
กะทิชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที สมองที่กำลังหมุนติ้วหยุดทำงานลงกะทันหัน เธอมองหน้าศิลาด้วยความไม่เข้าใจ "นาย... หมายความว่ายังไง"
ศิลาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า เขาหลุบตาลงมองพื้นไม้เก่าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่นั้นไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความอ่อนโยนและความจริงจังที่ทำเอาคนมองใจกระตุก
"คุณคิดว่าผมเป็นคนเจ้าระเบียบ เอาแต่ใจ และชอบจับผิดคุณไปเสียทุกเรื่องใช่ไหมครับกะทิ..." ศิลาเอ่ยเสียงนุ่ม ผิดกับมาดกวนประสาทเมื่อวันวาน "แต่คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงรู้ว่าคุณแพ้ถั่วลิสง ทำไมผมถึงคอยบ่นเรื่องที่คุณชอบเดินนำหน้าจนเกือบตกเหวอยู่เรื่อย และทำไม... ผมถึงยอมทิ้งงานประชุมโปรเจกต์ใหญ่หลายร้อยล้าน เพื่อมาเดินเท้าเปล่าตากฝนอยู่กลางป่ากับคุณ"
กะทิกะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วเบา "ทำไม..."
"เพราะตลอดห้าปีที่ผ่านมา... คนที่นั่งมองคุณผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ คอยกดไลก์ทุกโพสต์ อ่านทุกไดอารี่การเดินทาง และคอยเป็นห่วงทุกครั้งที่คุณทำอะไรบ้าบิ่นจนเจ็บตัว... ไม่ใช่กรณ์หรอกครับกะทิ แต่มันคือผมเอง"
ศิลาทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงสนทนา กะทิยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ประโยคเหล่านั้นวิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัว ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เรียบเรียงคำพูดใดๆ ออกมาเพื่อถามไถ่ความจริง กรณ์ที่ยืนฟังเงียบๆ มานานก็ปรบมือช้าๆ สองสามครั้งด้วยท่าทีสบายๆ
"โอโห ดราม่ายิ่งใหญ่กว่าละครหลังข่าวอีกนะครับพี่ชาย" กรณ์ยิ้มหยัน เดินเข้าไปใกล้ศิลาอีกก้าว "แต่, น่าเสียดายนะครับที่พี่มาช้าไปหน่อย..."
ศิลาขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปมองน้องชาย "แกหมายความว่ายังไง"
กรณ์หัวเราะในลำคออย่างผู้เหนือกว่า เขายื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดสว่างวาบมาตรงหน้าศิลาและกะทิ ในจอภาพนั้นคือข้อความแชตล่าสุดจากบุคคลที่กะทิคุ้นเคยเป็นอย่างดี พร้อมกับสถานะการส่งข้อความที่ระบุเวลาชัดเจน
"พอกรณ์ส่งโลเคชันนี้มาหาผมปุ๊บ ทางคุณพ่อก็เลยฝากข้อความสำคัญนี้มาบอกว่า..." กรณ์ยิ้มกริ่ม ไล่อ่านข้อความบนหน้าจอด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "ถ้าคุณกะทิยังดื้อดึงไม่ยอมกลับไปเคลียร์งานแต่งให้เรียบร้อยภายในพรุ่งนี้เช้า ทางผู้ใหญ่จะทำการ... ตัดงบประมาณสนับสนุนบล็อกท่องเที่ยวทั้งหมดของคุณกะทิ และประกาศฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเพจของคุณทันทีครับ!"
สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มเยาะของกรณ์ก็ฉีกกว้างขึ้น ขณะที่สีหน้าของศิลาถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด กะทิสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเธอก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือของกรณ์ ที่ปรากฏข้อความแชตยืนยันคำสั่งเด็ดขาดจากครอบครัวของเธอเอง... และวินาทีต่อมา หน้าจอโทรศัพท์มือถือของศิลาที่วางอยู่บนม้าไม้ข้างตัว ก็ส่งเสียงเตือนสั่นสะดือยาวเหยียด พร้อมกับข้อความใหม่จากเบอร์แปลกที่โชว์หร่าขึ้นมาว่า...
*[แจ้งเตือนด่วนจากท่านประธาน (คุณพ่อ): แกช่วยลากตัวยัยตัวแสบกลับมาเซ็นเอกสารหย่าขาดข้อตกลงหมั้นเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น... ฉันจะส่งคนไปรื้อค่ายพักแรมของพวกแกให้ราบคาบภายในสองชั่วโมงนี้แน่!]*
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คู่กัดคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ! - แบกเป้ท่องโลก
ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก•ตอนที่ 6
ความลับที่ซ่อนอยู่ในน้ำซุป
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!