ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก•ตอนที่ 16

เกมวัดใจกลางตลาดนัด

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"บอกแล้วไงครับว่าอย่าวิ่ง ทรงคุณชายรสนิยมสูงอย่างคุณศิลา เกิดล้มหัวฟาดพื้นขึ้นมา ทริปนี้ผมคงต้องแบกคุณกลับโรงแรมในสภาพห่อสังขารแน่ๆ" เสียงหอบหายใจรดต้นคอของกะทิดังขึ้นเคล้าไปกับเสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นคอนกรีตอย่างเร่งรีบ หลังหลุดรอดออกมาจากซอกตึกโบราณในย่านเมืองเก่าได้สำเร็จ ศิลายอมปล่อยมือที่กุมข้อมือเธอไว้แน่นเสียที ชายหนุ่มกึ่งเดินกึ่งวิ่งจนสูทตัวแพงยับยู่ยี่ เส้นผมที่เคยเซ็ตมาอย่างเนี้ยบเป๊ะตอนนี้กลับตกลงมาปรกหน้าผาก ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์หนุ่มมานิ่งผู้หยิ่งทะนงดูมีชีวิตชีวาและน่าเอ็นดูขึ้นเป็นกองในสายตาของบล็อกเกอร์สาวสายลุย แต่มีหรือที่คนอย่างศิลาจะยอมเสียฟอร์ม "ใครวิ่งกับคุณครับ กะทิ... ผมแค่ก้าวเท้ายาวกว่าคนปกติที่เป็นโรคชอบเดินเตะฝุ่นเท่านั้นเอง แล้วอีกอย่าง..." ศิลาหยุดยืนหอบเล็กน้อย ยกมือขึ้นจัดปกเสื้อให้เข้าที่ ก่อนจะหันมามองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาพราวระยับที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ไม่มิด "เมื่อกี้ใครกันนะที่จับมือผมไว้ซะแน่น ไม่ยอมปล่อยจนผมเกือบดึงแขนหลุด" "อ๊ะ! พูดเพ้อเจ้ออะไรของคุณเนี่ย ใครจับก่อน!" กะทิหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที ร้อนถึงขั้นต้องยกมือขึ้นมาพัดวีใบหน้าร้อนผ่าวของตัวเอง ทั้งที่ลมยามค่ำคืนของตลาดนัดริมคลองด้านหน้ากำลังพัดโชยมาปะทะผิว ปากบางเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจเมื่อโดนอีกฝ่ายย้อนรอยเข้าให้ "คุณนั่นแหละลากฉันออกมา! แล้วนี่เราหนีอะไรกันเนี่ย ร้านหนังสือมือสองนั่นมีผีหรือไงถึงต้องวิ่งป่าราบขนาดนั้น" "เปล่าครับ... ไม่มีผี" ศิลาตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมกริบกลับกวาดมองไปรอบตัวด้วยรอยยิ้มมุมปาก "แต่ถ้าเรายังยืนเถียงกันอยู่ตรงนี้ สักพักคงมีกองทัพนักท่องเที่ยวกับเสียงชัตเตอร์มือถือพุ่งมาหาเราแน่ๆ เพราะเสียงโวยวายของคุณเมื่อกี้มันดังทะลุทะลวงความเงียบของซอยนั้นไปไกลโขแล้วครับ" กะทิอ้าปากค้าง จะเถียงกลับแต่ก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอเมื่อมองผ่านพ้นแนวตึกแถวออกไป เบื้องหน้าของพวกเขาคือ "ตลาดนัดไนท์มาร์เก็ตกลางแจ้ง" ที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองนี้ แสงไฟนีออนสีส้มอบอุ่นจากร้านค้าแผงลอยนับร้อยร้านทอดยาวสุดสายตา กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศ ควันย่างถ่านจากเนื้อสัตว์ และเสียงพูดคุยจอแจของผู้คนนับร้อยผสมผสานกันจนกลายเป็นบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา ที่สำคัญ... หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกะทิสั่นเตือนรัวเป็นเจ้าเข้า แจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลฟ์สดและกลุ่มแฟนคลับที่เธอเปิดทิ้งไว้ก่อนหน้านี้กำลังระเบิดข้อความรัวยิ่งกว่าประทัดแตก *[แชตเดือดจากกลุ่มแฟนคลับ "ไกด์กะทิพากินแหลก"]:* - *รี้ดคนแรก:* "กรี๊ดดดดดด! เมื่อกี้เงาใครวิ่งผ่านกล้องไลฟ์สดไปคะซิิน! ทำไมดูขายาวแล้วเคมีพุ่งแรงมากกกก" - *รี้ดคนที่สอง:* "คุณชายศิลาป่ะแก! เสียงหอบเมื่อกี้มันฟินทะลุไมค์ ชั้นไม่ได้หูฝาดใช่ไหมว่าเขาจูงมือกะทิหนีอะไรกัน!" - *รี้ดคนที่สาม:* "คู่นี้เขาไปถึงไหนกันแล้วเนี่ย จากคู่กัดสู่คู่รักซ่อนแอบในซอยเปลี่ยว ขอเรือสำราญให้ฉันที ชั้นจะล่มเรือทุกลำยกเว้นลำนี้!" - *รี้ดคนที่สี่:* "ท้าเลยๆๆๆๆ ไหนๆ ก็หนีมาถึงตลาดไนท์มาร์เก็ตแล้ว คืนนี้ต้องมีเกมวัดใจ! ใครกินของแปลกแพ้ต้องโดนทำโทษ!" กะทิกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เธอรีบควักมือถือขึ้นมาปิดไลฟ์สดแทบไม่ทัน แต่สายเกินไปเสียแล้ว ยอดวิวพุ่งกระฉูดทะลุเพดานไปจนสร้างสถิติใหม่ของช่อง แถมคอมเมนต์ยังแท็กชื่อเธอและศิลากันรัวๆ จนหน้าจอแทบไหม้ ศิลาเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือหญิงสาวที่สั่นไม่หยุด ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยความสนใจ น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน "ดูท่าทาง... กองเชียร์ทางบ้านของเราจะสนุกสนานกันใหญ่เลยนะครับ" "สนุกบ้าอะไรล่ะคุณ!" กะทิโวยวายเบาๆ พลางเก็บมือถือใส่กระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตทันที "เพราะคุณคนเดียวเลย ทำเอาฉันเสียแผนหมด ปกติฉันต้องไลฟ์รีวิวสตรีทฟู้ดแบบชิลๆ แต่นี่กลายเป็นวิ่งหนีซอมบี้ซะงั้น แล้วดูคอมเมนต์สิ พวกเขาเริ่มจิ้นเราจนกู่ไม่กลับแล้วนะ!" ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นทำเอาหัวใจของบล็อกเกอร์สาวกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นสะอาดเจือจางผสมผสานกับกลิ่นอายค่ำคืนลอยเข้าจมูก ทำเอาสติสัมปชัญญะของกะทิเริ่มรวนเร "แล้วทำไมต้องกลัวการจิ้นล่ะครับ... หรือว่าคุณกลัวว่าตัวเองจะเผลอใจไปกับความใส่ใจของผมจริงๆ?" ศิลาเอียงคอมองด้วยแววตาท้าทาย รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากนั้นช่างกวนประสาทและมีเสน่ห์ร้ายกาจในเวลาเดียวกัน "ไหนๆ พวกเขาก็เรียกร้องอยากเห็นโมเมนต์เด็ดๆ แล้ว เรามาพิสูจน์กันหน่อยดีไหมครับว่า... ใครกันแน่ที่จะป๊อดก่อนกัน" "ห๊ะ? พิสูจน์อะไรของคุณ?" กะทิขมวดคิ้วมุ่น ไม่ชอบใจรอยยิ้มเหนือกว่านั้นเลยสักนิด "เกมวัดใจกลางตลาดนัดยังไงล่ะครับ" ศิลาผายมือไปยังดงแผงลอยตรงหน้าที่มีผู้คนเดินขยับเบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น "เรามาแข่งกันกินของแปลกที่สุดในตลาดแห่งนี้ ใครกินแล้วทำหน้าแหยหรือยอมแพ้ก่อน... ต้องทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างไร้เงื่อนไขตลอดทริปที่เหลือ" กะทิชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความท้าทายที่ถูกกระตุ้น เลือดนักสู้และบล็อกเกอร์สายลุยสูบฉีดพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที กลัวเหรอ? คนอย่างกะทิไม่เคยรู้จักคำว่ากลัวเรื่องกินอยู่แล้ว! ไม่ว่าจะเป็นแมลงทอด หนอนไหม หรือน้ำซุปสมุนไพรจีนรสชาติประหลาด เธอก็ผ่านมาหมดแล้ว "ได้เลยคุณศิลา!" กะทิเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนเรียวปากสวย "อย่ามาหาว่าฉันรังแกคนเมืองกรุงก็แล้วกัน เพราะของแปลกตลาดนัดเนี่ยแหละคือสนามเด็กเล่นของฉัน! แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าคุณแพ้... คุณต้องเป็นคนแบกเป้ให้ฉันตลอดทริปที่เหลือ ห้ามบ่นแม้แต่คำเดียว!" "ดีครับ..." ศิลาตอบรับทันทีโดยไม่มีความลังเล แววตาสนุกสนานฉายชัดขึ้นหลังกรอบแว่นสายตา "แต่ถ้าคุณแพ้... คุณต้องยอมรับคำตอบของคำถามที่ผมเคยถามไว้บนรถไฟเมื่อวันก่อน" กะทิชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อนึกถึงคำถามนั้น... คำถามที่เธอพยายามหลบเลี่ยงมาตลอดทาง แต่ยังไม่ทันที่กะทิจะได้อ้าปากปฏิเสธเงื่อนไขข้อหลัง ศิลาก็คว้าข้อมือเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้กระชากให้วิ่งหนี แต่เป็นการจูงมือพาเดินแทรกตัวฝ่าฝูงชนมุ่งตรงไปยังโซนด้านในสุดของตลาด ที่ซึ่งป้ายไฟนีออนสีแดงกระพริบวับวาบอยู่หน้าแผงขายอาหารหน้าตาประหลาดหลากสีสัน กลิ่นฉุนกึกเตะจมูกจนกะทิเผลอสูดหายใจเข้าลึก ทั้งสองคนหยุดยืนอยู่หน้าร้านค้าแผงลอยแห่งหนึ่ง ป้ายหน้าร้านเขียนด้วยลายมือภาษาท้องถิ่นแปลกตา พร้อมรูปภาพประกอบที่ทำเอาคนใจกล้าอย่างกะทิยังต้องกลืนน้ำลาย แม่ค้าท้องถิ่นวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นจากหม้อต้มเดือดปุดๆ ส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟันทอง พร้อมกับตักบางสิ่งบางอย่างสีเขียวอมดำข้นคลั่กส่งกลิ่นฉุนกึกขึ้นมาใส่ถ้วยกระดาษยื่นให้ตรงหน้าพวกเขาทันที "เมนูเด็ดประจำร้านค่ะ! 'แกงสมุนไพรไข่มดแดงหมักน้ำปลาปลาร้าดิบสูตรโบราณ' รับรองว่าแซ่บสะใจ ตาสว่างยันเช้าแน่นอนจ้าพ่อหนุ่มสาว!" กะทิก้มมองถ้วยในมือแม่ค้า สลับกับมองหน้าศิลาที่ก้มลงมองถ้วยเดียวกันด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ร่องรอยความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งลงชั่วขณะ เสียงจอแจของตลาดนัดรอบกายราวกับถูกปิดเสียงลงเหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกัน ศิลาหันมามองหน้ากะทิ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอמהซกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "เชิญคุณก่อนเลยครับ... ไกด์สาวสายลุย" กะทิกัดฟันกรอด กำมือแน่น ยอมรับความท้าทายนี้โดยไม่รู้เลยว่า... คำสั่งลงโทษหลังจบเกมนี้ อาจเปลี่ยนสถานะหัวใจของพวกเขาไปตลอดกาล แต่ทว่า... ในจังหวะที่กะทิตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบช้อนพลาสติกจากมือแม่ค้าเพื่อตักเจ้าสิ่งนั้นเข้าปาก เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็สั่นยาวขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ชายหนุ่มชะงัก เลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดูหน้าจอแวบหนึ่ง แต่เพียงแค่สายตาคมกริบกวาดผ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอเท่านั้น สีหน้าสุขุมนุ่มลึกของศิลาก็เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมหันขวับกลับมามองหน้ากะทิด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจระคนเป็นห่วงที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "มีอะไรเหรอคุณ ทำไมทำหน้าแบบนั้น?" กะทิขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย ลืมเรื่องแกงสมุนไพรไปชั่วขณะ ศิลาไม่ตอบคำถาม เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม มือหนาอีกข้างกดปิดหน้าจอมือถือลงอย่างรวดเร็วก่อนจะดึงเธอให้ถอยหลังกรูดออกห่างจากแผงลอยทันที "เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ครับ..." ศิลาเอصเสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความร้อนรน สายตากวาดมองฝูงชนรอบตัวอย่างระแวดระวัง "มีคนตามเรามา... และดูเหมือนว่าเขาไม่ได้มาดีแน่ๆ" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของกะทิและคุณศิลานะครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%