"ถ้าคุณศิลาจะเดินช้ากว่าเต่าคลานอีกสักนิด กะทิเกรงว่าเราคงต้องกางเต็นท์นอนกลางซอยนี้แล้วล่ะครับ"
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของกะทิที่ทิ้งน้ำหนักลงบนเป้สะพายหลังใบโต เธอหันกลับมามองชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาด้วยท่าทางราวกับกำลังเดินพรมแดงในงานแฟชั่นวีค ทั้งที่พื้นถนนเบื้องหน้าคือตรอกเล็กๆ ในย่านเมืองเก่าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันท่อไอเสียและน้ำปลาจากร้านข้างทาง
ศิลาหยุดฝีือก้าวลงอย่างไม่รีบร้อน เขาปัดฝุ่นจางๆ ที่มองไม่เห็นบนเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวรีดเรียบกริบ ก่อนจะปรายตามองรองเท้าผ้าใบสีขาวของตัวเองที่ตอนนี้เริ่มมีฝุ่นจับเล็กน้อยด้วยแววตาที่เหมือนคนกำลังจะขาดใจ
"ผมไม่ได้ช้าครับ คุณกะทิกำลังเดินเร็วเกินกว่ามาตรฐานของมนุษย์ที่มีอารยธรรมต่างหาก อีกอย่าง... รองเท้าคู่นี้ราคาครึ่งแสน ถ้าคุณจะกรุณาพาผมเดินหลบกองน้ำขังตรงนั้น มันจะช่วยชีวิตผมและทริปนี้ได้มาก" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลาติดจะเรียบเฉยจนน่าหมั่นไส้ แต่ดวงตาสีเข้มกลับพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่ซ่อนอยู่
กะทิอยากจะกรี๊ดใส่หน้าหล่อๆ นั้นสักสามตลบ เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงติดค้างอยู่ในหัวใจ หัวใจของเธอหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินกลางแดดจัด ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดในตรอกแคบๆ ข้อความแชทที่กดยกเลิกไม่ทันนั้น กำลังแขวนอนาคตของทริปนี้ไว้บนเส้นด้ายที่ขาดง่ายยิ่งกว่าเส้นผม
ในหน้าจอแชทสีเขียว... ข้อความสารภาพความในใจแบบไม่ตั้งใจ (หรือตั้งใจแต่เผลอกดส่งผิดห้อง) ว่า *'อีตาคุณชายเรื่องมากนี่ ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งใจเต้นแรงเป็นบ้าเลยวะ'* ถูกส่งตรงไปยังแชทส่วนตัวของศิลาอย่างดิบดี
กะทิตัวแข็งทื่อ มือไม้เย็นเฉียบ เธอยืนกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงราวกับคอมพิวเตอร์ติดไวรัส *ลบสิ! กดยกเลิกข้อความสิ!* แต่ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันกดค้างผิดปุ่มกลายเป็นการกด 'ตอบกลับ' ซะอย่างนั้น
ในขณะที่กะทิอยากจะมุดแผ่นดินหนี ศิลากลับหยุดยืนนิ่ง เขาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่มีการแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา แสงแดดช่วงสายส่องกระทบสันจมูกคมเป็นสันและแพขนตางอนหนาของเขา ศิลานิ่งเงียบไปนานราวกับโลกหยุดหมุน ท่ามกลางเสียงจอแจรอบตัว เขาก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสอดประสานสายตากับเธอ
รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยากถูกจุดขึ้นอย่างช้าๆ รอยยิ้มนั้นไม่ได้เยาะเย้ย แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาอุณหภูมิบนใบหน้าของกะทิพุ่งทะยานจนแทบจะละลาย
"อ๋อ... ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งใจเต้นแรงอย่างนั้นเหรอครับ คุณไกด์สาวสายลุย" ศิลาทวนคำพูดในข้อความด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวอย่างเจ้าเล่ห์ "ผมเพิ่งรู้ตัวนะเนี่ยว่ามีเสน่ห์ต่อใจคุณขนาดนี้"
"มะ... ไม่ใช่สักหน่อย! ฉันพิมพ์ด่าคุณต่างหากเล่า! มือมันลั่น!" กะทิเสียง 8 แปดตื่นตระหนก หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอโบกมือปฏิพัทธ์พัลวันแก้ตัวเป็นพัลวัน ดวงตากลมโตลอกแลกไปมาอย่างคนจนมุม
"พิมพ์ด่าแต่ทำไมลงท้ายด้วยคำว่า 'ใจเต้นแรง' ล่ะครับ หื้ม?" ศิลาสาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนกะทิได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนว Woody ผสมความสดชื่นของซิตรัสจากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่สะอาดและรบกวนสติสัมปชัญญะของเธออย่างร้ายกาจ "หรือว่า... ที่คุณพาผมเดินหลงเข้าซอยนี้เมื่อกี้ ตั้งใจจะหาที่ปลอดคนเพื่อสารภาพรักกับผมเหรอครับ"
"หลงที่ไหนล่ะ! นี่คือทางลัดมือโปรต่างหาก! คุณชายตาถั่วเองต่างหากที่แยกไม่ออกระหว่างทางลัดกับทางตัน!" กะทิเลือกวิธีป้องกันตัวที่ดีที่สุดคือการโวยวายกลบเกลื่อน เธอสะบัดหน้าหนีความหล่อเหลาอันตรายนั้นแล้วเดินดุ่มๆ นําหน้าไปทันที หัวใจเจ้ากรรมทรยศเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก เสียงสะท้อนในหัวร้องเตือนว่าเธอพลาดท่าให้ผู้ชายคนนี้เข้าเต็มเปี่ยมแล้ว
ทริปวันแรกเริ่มต้นด้วยการปะทะฝีปากและรสนิยมที่ต่างกันสุดขั้วอย่างแท้จริง
เป้าหมายแรกของวันคือร้านก๋วยจั๊บโบราณเจ้าลับในตำนานที่ซ่อนตัวอยู่หลังศาลเจ้าเก่าแก่ กะทิหมายมั่นปั้นมือว่าจะพาชายหนุ่มผู้ดีตีนแดงมาสัมผัสความสตรีทฟู้ดแท้ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความดิบเถื่อนของรสชาติ แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบเข้าไปในร้านที่มีโต๊ะไม้เก่าๆ และพัดลมเพดานส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ด ศิลาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นปรากฏระหว่างคิ้ว
"คุณกะทิ... เรากำลังจะกินมื้อเช้าในสถานที่ที่... เอ่อ ถูกสุขลักษณะที่สุดในสามโลกนี้แล้วใช่ไหมครับ" ศิลาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความระแวงอย่างเห็นได้ชัด เขายืนกอดอกมองเก้าอี้ไม้ตัวที่ตั้งอยู่ใกล้ถังขยะพลาสติกสีดำอย่างพิจารณา ราวกับมันคืองูพิษที่พร้อมฉกเขาได้ทุกเมื่อ
"นี่แหละของอร่อยของแท้คุณชาย! ร้านนี้เปิดมาห้าสิบปี น้ำซุปเคี่ยวด้วยกระดูกหมูเข้มข้น พริกไทยดำเผ็ดร้อนถึงใจ ถ้าคุณกินคำแรกเข้าไปนะ จะลืมสเต็กราคาแพงในโรงแรมห้าดาวไปเลย!" กะทิบลัฟกลับด้วยความหมั่นไส้ เธอหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกสีแดงอย่างไม่ถือสา พร้อมกับตบเบาะตรงข้ามเป็นการเชิญชวน
ศิลายืนชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อมาเช็ดทำความสะอาดพนักพิงและโต๊ะด้วยความพิถีพิถันจนกะทิต้องกรอกตาขึ้นฟ้าด้วยความเอือมระอา แต่กระนั้นเขาก็ยอมหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามแต่โดยดี
เมื่อชามก๋วยจั๊บเครื่องแน่นร้อนฉุยถูกวางลงตรงหน้า กะทิตักเข้าปากด้วยความเอร็ดอร่อยพร้อมส่งเสียงซี๊ดปากด้วยความเผ็ดร้อน เธอเงยหน้าขึ้นมองคู่หูเฉพาะกิจด้วยความคาดหวัง อยากจะเห็นสีหน้าพะะอืดพะอมของคนเจ้าระเบียบ
"อ่ะ ลองดู! ห้ามติว่าไม่อร่อยนะ ไม่งั้นฉันจะปรับตังค์คุณฐานหาเรื่อง"
ศิลามองชามตรงหน้าด้วยสายตาประเมิน เขาใช้ตะเกียบคีเส้นก๋วยจั๊บขึ้นมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนราวกับกำลังตรวจสอบวัตถุดิบในห้องแล็บ ก่อนจะส่งเข้าปากช้าๆ
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ กะทิลุ้นจนตัวโก่ง รอดูว่าเขาจะคายทิ้งหรือสำลักน้ำซุปพริกไทยหรือไม่
ศิลาเคี้ยวช้าๆ สีหน้าที่เรียบเฉยค่อยๆ เปลี่ยนไปเล็กน้อย ดวงตาสคมกะพริบปริบๆ ความเผ็ดร้อนของพริกไทยและกลิ่นหอมของเครื่องเทศกระจายไปทั่วโพรงปาก รสชาติกลมกล่อมที่ตัดกันอย่างลงตัวทำให้เขาชะงักไปชั่วขณะ
"เป็นไงล่ะ? ตกตะลึงในความอร่อยจนพูดไม่ออกเลยสิครับคุณศิลา" กะทิยิ้มกริ่มอย่างผู้เหนือกว่า
ศิลาวางตะเกียบลงอย่างสุภาพ เขาดื่มน้ำอุ่นตามหนึ่งอึกก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง มุมปากหยักยกยิ้มบางเบาที่ดูร้ายกาจแต่มีเสน่ห์เหลือเกิน
"ก็... พอกินได้ครับ น้ำซุปเข้มข้นใช้ได้ เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี... แต่เสียดายที่บรรยากาศและบริการแย่ไปหน่อย คะแนนรวมผมให้แค่ห้าเต็มสิบครับ"
"หะ! ห้าเต็มสิบ! ตาถึงหรือเปล่าเนี่ยคุณ! นี่มันระดับมิชลินข้างทางเลยนะ!" กะทิโวยวายลั่นร้านจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง
"อยากได้เต็มสิบเหรอครับ?" ศิลาโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น แววตาดุดันถูกแทนที่ด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจกะทิกระตุกวูบ "งั้นมื้อเที่ยงนี้... เปลี่ยนให้ผมเป็นคนพาคุณไปกินบ้าง ถ้าผมพาไปแล้วคุณติดใจจนต้องร้องขอชีวิต คุณต้องยอมทำตามกฏของผมตลอดทริป... ดีไหมครับ?"
กะทิชะงักไป ดวงตากลมโตมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม สัญชาตญาณเตือนภัยดังลั่นว่าเธอไม่ควรรับคำท้าบ้าๆ นี้ แต่ศักดิ์ศรีความเป็นไกด์สาวสายลุยมันค้ำคออยู่
"ก็ได้! ถ้าของที่คุณพาไปกินมันไม่อร่อยสมคำคุยนะ คุณต้องเป็นคนแบกเป้ทั้งหมดนี้ตลอดทาง!"
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและน่าฟังจนกะทิเผลอใจเต้นผิดจังหวะอีกรอบ เขายื่นมือหนามาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาพิมพ์อะไรบางอย่างอย่างอารมณ์ดี
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นจากโทรศัพท์ของกะทิ เธอหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความฉงน หน้าจอแสดงข้อความใหม่จากศิลาที่นั่งอยู่ตรงหน้า
*[ศิลา]: เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีนะครับไกด์กะทิ เพราะนอกจากผมจะพาไปกินของอร่อยระดับท็อปแล้ว... ผมยังตั้งใจจะทำให้คุณ 'ใจเต้นแรง' กว่าข้อความเมื่อเช้าให้ได้ด้วย*
กะทิเบิกตากว้าง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีในระดับร้อยองศา เธอยังไม่ทันได้พิมพ์ข้อความด่ากลับเพื่อกู้หน้า ศิลาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเสื้อสูทมาพาดบ่า แล้วส่งยิ้มมุมปากพิมพ์นิยมทิ้งท้ายก่อนจะเดินนำลิ่วออกจากร้านไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้เธอนั่งหน้าแดงแจ๋อยู่กลางร้านก๋วยจั๊บพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวจนควบคุมไม่อยู่
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความปั่นป่วนของคู่กัดคู่นี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าคุณชายศิลากล่องดวงใจจะพาไปกินอะไรถึงใจรี้ดเดอร์นะครับ
ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก•ตอนที่ 3
วันแรกที่อยากจะลาออก
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!