"บอกแล้วไงครับว่าเส้นทางนี้มันอ้อมโลก คุณศิลานี่ท่าทางจะไม่ถูกกับทางลัดเอาเสียเลยนะ"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นพร้อมกับเสียงรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังที่เหยียบลงบนรากไม้ใหญ่จนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ กะทิยืนเท้าสะเอวอยู่บนเนินดินชัน ชุดเดินป่าสีเอิร์ธโทนของเธอเปื้อนคราบฝุ่นดินและหยดเหงื่อจากการปีนป่ายมาเกือบสองชั่วโมงเต็ม ดวงตาคมกริบมองไปยังชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดซับเหงื่อตามกรอบหน้าอย่างระมัดระวัง ราวกับว่าเขากำลังเดินอยู่บนพรมแดงในงานแฟชั่นวีก มากกว่าจะมาลุยป่าทึบเพื่อหาร้านอาหารโบราณที่แทบไม่มีใครรู้จัก
ศิลาเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่ตอนนี้ขึ้นสัญลักษณ์ 'ไม่มีสัญญาณ' มานานร่วมชั่วโมง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบนิ่งเป็นนิตยสารแฟชั่นขมวดมولเข้าหากันอย่างขัดใจ
"ผมเป็นนักวิจารณ์อาหารครับคุณกะทิ ไม่ใช่นักสำรวจถ้ำหรือหน่วยซีล การที่ผมต้องมาเดินลุยป่ารกชัฏ รองเท้าพรีเมียมราคาเหยียบหมื่นเลอะโคลนจนซักไม่ออก เพื่อแลกกับคำบอกเล่าปากต่อปากว่า 'มีร้านลับอร่อยเหาะอยู่แถวนี้' มันไม่ใช่รสนิยมความรื่นรมย์ในชีวิตของผมเลยแม้แต่น้อย"
"ถ้าคุณเรื่องมากขนาดนี้ ป่านนี้คงได้นั่งกินสเต็กแช่แข็งในห้องแอร์เย็นฉ่ำไปแล้วล่ะครับคุณชาย" กะทิย้อนกลับทันควัน รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปาก "แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่า ถ้าเดินกลับตอนนี้ คุณจะพลาดเมนูเด็ดที่ต่อให้มีเงินร้อยล้านก็หาซื้อไม่ได้... ว่าไงครับ จะเดินต่อ หรือจะยอมแพ้แล้วนั่งรอตรงโคนไม้นี้ให้ยุงป่าหามกลับออกไป?"
ศิลาส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ดวงตาคมปลาบมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า ตั้งแต่หมวกปีกกว้างที่เอียงกะเท่เร่ เส้นผมที่ชื้นเหงื่อแนบแก้ม ไปจนถึงแววตาหยิ่งทะนงที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ ยัยไกด์สาวคนนี้มีแรงดึงดูดประหลาด เธอทำให้เขาอยากเอาชนะ อยากพิสูจน์ว่าความเจ้าระเบียบของเขานั้นถูกต้อง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาจากการทำงานหนักและชีวิตที่ถูกตีกรอบมาตลอดเริ่มสั่นไหวอย่างไม่มีเหตุผล
"นำไปสิครับ... ผมแค่อยากรู้ว่าอาหารฝีมือคนป่าที่คุณอวดนักอวดหนา มันจะรสชาติดosเด็ดสมกับที่ผมต้องทนทรมานสังขารมาไกลขนาดนี้สักแค่ไหนกันเชียว"
การเดินทางดำเนินต่อด้วยความเงียบที่มีเสียงฝีเท้าและเสียงแมลงป่าประสานกันเป็นแบ็กग्राउंड แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนไป ความตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังและการช่วยเหลือกันโดยไม่เอ่ยปาก กะทิหลายครั้งยื่นมือมาคว้าแขนของศิลาเพื่อดึงเขาให้พ้นจากก้อนหินลื่นชัน ขณะที่ศิลาก็ใช้กิ่งไม้ใหญ่ช่วยปัดป้องเถาวัลย์หนามไม่ให้เกี่ยวโดนเสื้อผ้าของหญิงสาว แม้ทั้งคู่จะยังคงรักษาฟอร์มความเป็นคู่กัด แต่ระยะห่างในใจกลับค่อยๆ ถูกลดทอนลงทีละคันศอกอย่างเงียบเชียบ
ผ่านพ้นแนวป่าทึบเข้าสู่หุบเขาเบื้องล่าง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ศิลาถึงกับชะงักฝีเท้าลงอย่างลืมตัว
เบื้องหน้าของพวกเขาคือเรือนไม้สักเก่าแก่ทรงไทยประยุกต์ที่ซ่อนตัวอยู่ริมลำธารใสไหลเย็น ไอหมอกบางๆ ยังคงลอยอวลอยู่เหนือผิวน้ำ กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศ สมุนไพรไทย และกลิ่นควันไม้จากการย่างถ่านลอยมาแตะจมูกทันทีที่สายลมพัดผ่าน บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบราวกับหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง ไร้ซึ่งเสียงความวุ่นวายของเมืองกรุง
"ถึงแล้วครับ... 'ครัวยายเพ็ญ' ร้านลับที่ไม่มีแม้แต่หมุดใน Google Maps" กะทิหันมาส่งยิ้มกว้างให้ชายหนุ่ม แววตาเป็นประกายด้วยความภาคภูมิใจ "ทีนี้ล่ะ เลิกทำหน้าบึ้งแล้วเตรียมตัวเปิดใจรับรสชาติที่จะทำให้คุณลืมร้านมิชลินสามดาวไปได้เลย"
ศิลาไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่ทอดสายงามองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจที่ไม่ได้สัมผัสมานาน ชายหนุ่มก้าวตามหญิงสาวเข้าไปในตัวร้านที่มีคุณยายวัยชราท่าทางใจดีกำลังงว่นอยู่กับการตำน้ำพริกในครกหินเสียงดังโขลกๆ
พวกเขานั่งลงที่โต๊ะไม้ไผ่ริมน้ำ ลมเย็นจากลำธารพัดปะทะใบหน้า ช่วยคลายความร้อนอบอ้าวได้อย่างดี ระหว่างที่รออาหาร กะทิหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความยิกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาที่กำลังนั่งมองสำรวจบรรยากาศรอบตัวด้วยความสนใจ
"นี่คุณศิลา... ตลอดทางที่เดินมา ผมกวนประสาทคุณไปเยอะเลย โกรธผมหรือเปล่า?" น้ำเสียงของกะทิอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา
ศิลาหันมาสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหรือการประชดประชันใดๆ เจืออยู่เลย "ถ้าเป็นคนอื่น ผมคงสั่งพักงานและไล่ออกไปนานแล้วล่ะครับคุณกะทิ... แต่กับคุณ..."
ชายหนุ่มเว้นจังหวะไปนิด ปล่อยให้เสียงน้ำไหลและเสียงลมพัดใบไม้ทำหน้าที่แทนคำพูด ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
"ผมยอมรับว่าทริปนี้... สนุกกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ"
หัวใจของกะทิเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่เป็นจังหวะ เธอก้มหน้าหลบสายตาคมคลาวนั้นโดยอัตโนมัติ นิ้วมือเรียวรีบกดหน้าจอโทรศัพท์เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ความรู้สึกแปลกใหม่แผ่ซ่านไปทั่วอก เธอพิมพ์ข้อความยาวเหยียดลงในแชตส่วนตัวที่เปิดค้างไว้กับศิลา โดยไม่ทันได้คิดให้รอบคอบว่านี่คือการส่งข้อความหาคนตัวเป็นๆ ที่นั่งอยู่ตรงหน้า
*['คุณรู้ตัวไหมว่าคุณไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ในฐานะนักวิจารณ์อาหาร... แต่ในฐานะเพื่อนร่วมทาง คุณแม่งโคตรอันตรายต่อหัวใจผมเลยรู้ป่ะวะศิลา']*
พอกดส่งปุ๊บ กะทิก็นึกขึ้นได้และหน้าถอดสีทันที มือไวเท่าความคิด เธ้ารีบกดค้างที่ข้อความแล้วเลือกเมนู **"ยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน"** ทันทีด้วยความลนลาน เหงื่อกาฬแตกพลั่กยิ่งกว่าตอนเดินลุยป่าเสียอีก
แต่ทว่า... หน้าจอโทรศัพท์ของศิลาที่วางอยู่บนโต๊ะกลับสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า และแม้ว่ามันจะขึ้นสถานะว่า *'ผู้ส่งได้ยกเลิกข้อความนี้แล้ว'* แต่สายตาคมกริบของนักวิจารณ์หนุ่มกลับกวาดอ่านมันทันตั้งแต่ข้อความยังไม่ทันถูกลบหายไปจากหน้าจอ
ศิลาเงยหน้าขึ้นช้าๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความขบขันและประกายความหวานที่ยากจะต้านทาน
"ยกเลิกเร็วจังเลยนะครับ... แต่เสียดายจัง ที่ผมสายตาดีเกินกว่าจะอ่านทันทุกตัวอักษร"
---
(พบกันใหม่ในตอนที่ 5 ครับ!)
แบกเป้ท่องโลก
ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก•ตอนที่ 4
ร้านลับที่ไม่มีในแผนที่
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!