"คุณบ้าไปแล้วหรือไงศิลา!"
เสียงอุทานของกะทิดังลั่นจนผู้คนรอบข้างที่กำลังเดินเบียดเสียดกันบริเวณตลาดกลางเมืองหันมามองเป็นตาเดียว แต่หญิงสาวไม่ได้สนใจสายตาใครทั้งสิ้น ในหัวสมองตอนนี้มีแต่คำว่า *'อีตานี่มันประสาทแดกของแท้'* วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมานับร้อยรอบ
ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอย่างสบายใจเฉิบ ราวกับสิ่งที่เพิ่งเอ่ยออกมาเมื่อครู่เป็นเพียงการสั่งกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลสักแก้ว ไม่ใช่การยื่นข้อเสนอสุดระ2หำที่ทำเอาคนฟังอยากจะกระโดดเตะก้านคอให้หายแค้น
"ผมดูเหมือนคนเสียสติเหรอครับคุณบล็อกเกอร์สาว" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนกะทิอยากจะเอาพวงมาลัยดอกมะลิฟาดหน้าเขาแรงๆ สักที "ผมแค่ยื่นข้อเสนอที่วิน-วินด้วยกันทั้งสองฝ่ายต่างหากล่ะครับ"
วิน-วินตรงไหนวะ! กะทิกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก ย้อนกลับไปเมื่อห้านาทีก่อน หลังจากที่เธอเผลอหลุดปากท้าทายคุณชายผู้เรื่องมากคนนี้ไปว่า *'ถ้าแน่จริงก็ลองให้ฉันพาไปกินของอร่อยข้างทางดูสิคะ เผื่อสมองส่วนรับรสของคุณจะได้เลิกติดหรูแล้วตื่นตัวขึ้นมาบ้าง'*
คิดไม่ถึงเลยว่าคนอย่างศิลาจะไม่โกรธ แถมยังสวนกลับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบแล้วงัด 'ดีลสุดแสบ' ออกมาฟาดยับ—เขาบอกว่า ยินดีจะให้เธอเป็นไกด์พาตะลุยชิมอาหารพื้นบ้านตามใจชอบ แถมจะยอมจ่ายค่าจ้างราคาแพงลิบลิ่วให้อย่างไม่อั้น แต่มีข้อแม้ว่า... ทุกร้านที่เธอพาไป เขาจะต้องเป็นคนคอมเมนต์วิจารณ์ด้วยตัวเองอย่างตรงไปตรงมา และถ้าหากร้านไหนทำรสชาติออกมาได้ห่วยแตกขัดใจเขาแม้แต่ร้านเดียว เธอจะต้องยอมก้มหัวขอโทษและลงบทความยอมรับความพ่ายแพ้บนเพจของตัวเอง พร้อมกับติดแฮชแท็กประจานความห่วยของไกด์สมัครเล่นอย่างเธอเป็นเวลาหนึ่งเต็มสัปดาห์!
มันคือการเดิมพันที่เอาชื่อเสียงและศักดิ์ศรีบล็อกเกอร์สายเที่ยวมาแขวนไว้บนเส้นด้ายชัดๆ
"คุณมันเผด็จการชัดๆ ศิลา!" กะทิขยับเข้าไปประชิดตัวเขาด้วยความโมโห กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังเจือจางปะปนกับกลิ่นไอแดดร้อนระอุของเที่ยงวันลอยเข้าจมูก "ทำไมฉันต้องเอาชื่อเสียงของตัวเองไปเสี่ยงกับความลิ้นทองของคุณด้วยล่ะคะ? เชิญไปจ้างไกด์มืออาชีพตามบริษัททัวร์โน่นเลยไป๊!"
ศิลาไม่ถอยหนี เขาก้มหน้าลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าบึ้งตึงของเธออย่างชัดเจน
"เพราะไกด์มืออาชีพพวกนั้นเอาแต่พูดจาเอาใจผม พูดตามสคริปต์ที่ท่องจำมาเพื่อหวังแค่เงินทิป" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับทรงพลังพอที่จะหยุดคำพูดโวยวายของกะทิลงได้ชั่วขณะ "แต่คุณ... เมื่อกี้คุณเถียงผมฉอดๆ แววตาของคุณตอนที่พูดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางมันเต็มไปด้วยความมั่นใจแบบแปลกๆ ดี... ผมชอบคนมีความมั่นใจครับ แม้ว่าส่วนใหญ่ความมั่นใจนั้นมันจะไร้สาระก็เถอะนะ"
"นี่คุณ!"
"ห้าหมื่นบาท" ศוריชูนิ้วขึ้นมาห้านิ้ว ตัดบทด้วยตัวเลขที่ทำเอาคนฟังถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง "ค่าจ้างสามวัน ถ้าร้านไหนผมวิจารณ์ว่าผ่าน คุณรับเงินก้อนนี้ไปเลยเต็มๆ แต่ถ้าร้านไหนไม่ผ่าน... คุณแค่ต้องพาผมไปล้างปากใหม่จนกว่าผมจะพอใจ และทำตามเงื่อนไขที่ผมบอก ง่ายจะตายไปครับ หืม?"
กะทิเบิกตากว้าง สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง ห้าหมื่นบาท! เงินจำนวนนั้นมันเท่ากับค่าใช้จ่ายในการเดินทางทริปหน้าของเธอทั้งทริปแถมยังเหลือเก็บอีกต่างหาก ยิ่งตอนนี้กระเป๋าเงินในบัญชีเริ่มส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความหิวโหย ข้อเสนอนี้มันช่างหอมหวานเสียจนปฏิเสธไม่ลงจริงๆ
แต่ถ้าแพ้ขึ้นมาล่ะ? หน้าแตกหมอไม่รับเย็บแถมต้องโดนอีตานี่หัวเราะเยาะไปอีกนานแน่ๆ
"ลังเลอยู่เหรอครับ?" ศิลาส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างรู้ทัน "หรือว่าความมั่นใจเมื่อกี้มันเป็นแค่ลมปากของเด็กอมมือ ที่แท้ก็เก่งแต่พูดสินะครับบล็อกเกอร์กะทิ"
คำพูดถากถางแบบนิ่มๆ นั้นทำเอาต่อมความอดทนเส้นสุดท้ายของกะทิขาดผึง ความกลัวเรื่องความพ่ายแพ้มันถูกความหมั่นไส้เผาจนมอดไหม้ไปหมดสิ้น มือเรียวเล็กยกขึ้นชี้หน้าคนตัวสูงทันทีโดยไม่สนมารยาททางสังคมใดๆ ทั้งสิ้น
"ก็ได้! จัดไปเลยค่ะคุณศิลา!" กะทิประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม "อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน ร้านแรกที่จะพาไปเนี่ย... เตรียมตัวเตรียมใจท้องเสียไว้ได้เลย เพราะความอร่อยแบบบ้านๆ ของแท้มันจะทำให้คุณรู้ว่าลิ้นทองคำของคุณน่ะ มันช่างไร้รอยต่อกับโลกความเป็นจริงเอาเสียเลย!"
ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากขยายกว้างขึ้นกว่าเดิม แววตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่ถูกใจ "ดีมากครับ... งั้นผมจะรอดูว่าบล็อกเกอร์ปากเก่งคนนี้ จะมีน้ำMยาแค่ไหนเชียว นำทางไปสิครับคุณไกด์"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตปะทะกันเปรี๊ยะปร๊ะ ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การเดินทางท่องเที่ยวธรรมดา แต่มันคือสงครามประสาทขนาดย่อมที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของคนสองคนที่มีโลกโคจรมาบรรจบกันอย่างไม่น่าเชื่อ
กะทิสะบัดหน้าหนี พึมพำบ่นงุบงิบบาปกรรมอะไรที่ทำให้เธอต้องมาซวยเจอผู้ชายเรื่องมากแบบนี้นะ ก่อนจะก้าวฉับๆ นำทางไปยังตรอกซอกซอยแคบๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยเด็ดดวงแต่ซ่อนตัวอยู่ลึกที่สุดของย่านนี้ โดยมีศิลากล่าวเดินตามหลังมาด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาตลอดเวลา
ทว่า... เดินลัดเลาะผ่านตึกแถวเก่าแก่มาได้ไม่ทันถึงสิบนาที กะทิก็ต้องชะงักฝีเท้ากựกทันทีเมื่อพบว่าซอยทางลัดที่เธอตั้งใจจะพาเขาไปทะลุออกร้านลาบเป็ดเจ้าเด็ด ถูกปิดตายด้วยแผงรั้วสังกะสีชั่วคราวเนื่องจากการก่อสร้างท่อระบายน้ำ
"อ้าวเฮ้ย..." หญิงสาวอุทานออกมาเบาๆ หน้าถอดสี หันขวับกลับมามองหน้าศิลาที่หยุดเดินตามเธอมาติดๆ
ศิลาเลิกคิ้วมองป้ายประกาศเตือนเขตก่อสร้างสลับกับใบหน้าเหวอๆ ของไกด์สาวจำยอม แล้วเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่แฝงความขบขันไว้อย่างเต็มเปี่ยม
"ไหนล่ะครับร้านเด็ดของคุณ? หรือว่านี่คือกลยุทธ์ 'พาเดินชมงานก่อสร้างศิลปะร่วมสมัย' เพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนกินข้าวเหรอครับคุณไกด์?"
กะทิเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความร้อนรน กำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่จู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเธอก็สั่นครืดคราดขึ้นมา เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของตรอกแคบ
หญิงสาวหยิบขึ้นมาเปิดดูอย่างลวกๆ ปรากฏว่าเป็นข้อความจากใครบางคนที่เธอไม่อยากเจอหน้าที่สุดในเวลานี้ส่งตรงเข้ามา... แฟนเก่าตัวแสบที่เพิ่งเลิกรากันไปหมาดๆ และกำลังตามตื๊อเธอไม่เลิก
*[พิมพ์ข้อความเข้า]: กะทิ... พี่รู้ว่าเราอยู่แถวตลาดนั้น เรามาคุยกันหน่อยเถอะ พี่ขอร้องล่ะ*
ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเร็วแสงด้วยความโมโหสะสม
*[กะทิพิมพ์ตอบ]: ไม่ว่างค่ะ เลิกยุ่งกับฉันสักที! กำลังติดธุระสำคัญอยู่กับการ 'ดูแลลิงป่วย' อยู่เนี่ย!*
กะทิเผลอกดส่งข้อความนั้นออกไปโดยไม่ทันได้ตั้งสติ และกว่าจะรู้ตัวว่าปลายนิ้วเจ้ากรรมดันกดส่งชื่อเล่นสุดน่ารัก (ที่เธอเคยใช้เรียกแฟนเก่า แต่ตอนนี้ดันพิมพ์พลาดไปโดนชื่อของคนข้างๆ แทน หรือพูดง่ายๆ คือ... *เธอส่งข้อความด่าศิลาว่าลิงป่วยไปให้ศิลาอ่านเองจะๆ ในแชทส่วนตัวของเขา!*) เธอก็ทำท่าจะเอื้อมมือไปกดยกเลิกข้อความ แต่มือหนาของศิลากลับคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน
ศิลาไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขายกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา หน้าจอสว่างวาบแสดงข้อความล่าสุดจากเธอที่เพิ่งเด้งเข้ามาหยกๆ
ชายหนุ่มก้มลงมองหน้าจอ อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มมุมปากที่เคยประดับอยู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาวาววับที่คาดเดาความรู้สึกไม่ได้
"ลิงป่วยเหรอครับ?" ศิลาทวนคำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูอันตรายแปลกๆ ข้อมือของกะทิถูกรั้งไว้แน่นขึ้นเล็กน้อยจนเธอขยับไปไหนไม่ได้ "นี่ผมกลายเป็นลิงป่วยในสายตาคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ... คุณบล็อกเกอร์?"
หัวใจของกะทิหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินกลางแดดจัด ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดในตรอกแคบๆ ข้อความแชทที่กดยกเลิกไม่ทันนั้น กำลังแขวนอนาคตของทริปนี้ไว้บนเส้นด้ายที่ขาดง่ายยิ่งกว่าเส้นผม
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมผจญภัยและโบ๊ะบ๊ะไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก•ตอนที่ 2
ดีลสุดแสบที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!