"บอกแล้วไงครับว่าซีอิ๊วขาวกับน้ำปลาไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาแทนกันได้ตามอำเภอใจ เหมือนที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้... นี่คุณกำลังทำลายอารยธรรมของต้มยำกุ้งด้วยการเหยาะน้ำปลารarลงไปในหม้อนั้นใช่ไหมครับ กะทิ!"
เสียงทุ้มต่ำติดจะรำคาญใจของศิลา ดังแทรกเสียงเดือดปุดๆ ของน้ำซุปในหม้อสนามขนาดกะทัดรัด ท่ามกลางบรรยากาศแคมป์ปิ้งริมธารน้ำไหลที่ควรจะโรแมนติก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสนามประลองยุทธ์ขนาดย่อมไปเสียแล้ว เมื่อคุณชายหน้านิ่งผู้เรื่องมากเรื่องของกินเป็นชีวิตจิตใจ ทนดูเชฟจำเป็นอย่างผม—เอ๊ย กะทิสาวมั่นสายลุย—ทำลายล้างวัตถุดิบชั้นดีต่อหน้าต่อตาไม่ได้อีกต่อไป
ผมหันขวับไปค้อนใส่ร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงเสาเต็นท์ด้วยสายตานิ่งสนิท แต่แววตานั้นฟ้องชัดเจนว่า 'ถ้าอาหารจานนี้พัง คุณนั่นแหละที่จะต้องกินมันคนเดียว'
"นี่! พ่อคุณนักวิจารณ์อาหารระดับมิชลินตีนดอย! นี่มันกลางป่ากลางเขา นั่งรถจี๊ปมากว่าจะถึงจุดกางเต็นท์นี้ ของสดที่แบกมาได้แค่นี้ก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว รสชาติมันก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์สิครับคุณชาย จะให้มานั่งบรรจงตวงซีอิ๊วญี่ปุ่นดองเกลือหิมาลายันแบบที่บ้านคุณเหรอ ไม่มีหรอกนะ!" ผมสวนกลับทันควัน มือก็ยังคงเค้นมะนาวลูกสุดท้ายลงไปในหม้อด้วยความทุลักทุเล
ศิลาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ราวกับรับภาระอันหนักอึ้งที่สุดในชีวิต เขาส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัว ใช้ความสูงและแรงกดดันจากแววตาคู่คมนั้นทำให้ผมต้องชะงักมือที่กำลังถือทัพพี
"หลบไปครับ" เขาเอ่ยสั้นๆ เสียงเรียบ แต่มีอำนาจประหลาดจนผมเผลอยอมถอยหลังก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ศิลาย่อตัวลงเล็กน้อยคว้าขวดเครื่องปรุงในมือผมไปวางไว้บนโต๊ะไม้พับ ก่อนจะหยิบช้อนสั้นขึ้นมาตักน้ำซุปในหม้อขึ้นเป่าเบาๆ แล้วชิมเข้าไปนิดเดียว สีหน้าของเขาขมวดมุ่นทันทีราวกับกินยาขมหม้อใหญ่ แต่แทนที่จะบ่นต่อเหมือนทุกที เขากลับคว้าขวดน้ำตาลปี๊บก้อนเล็กที่ผมแอบซ่อนไว้ในกระเป๋าเป้ขึ้นมา บิออกมาเท่าปลายนิ้วแล้วหย่อนลงไป พร้อมกับเด็ดใบมะกรูดขยี้เบาๆ โยนตามลงไปเพื่อเรียกกลิ่นหอม
"ทำอะไรน่ะ?" ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย แกมระแวง
"แก้เกมครับ" ศิลาตอบโดยไม่หันมามอง "ในเมื่อวัตถุดิบมันจำกัด คุณก็ต้องใช้ความฉลาดในการดึงรสชาติซ่อนเร้นออกมา ไม่ใช่ใช้วิธีเททุกอย่างลงไปแล้วหวังว่ามันจะรอดโดยพึ่งพาโชคชะตา... ดูนี่นะ"
เขาขยับตัวเข้ามาใกล้เสียจนผมได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ปะปนกับกลิ่นไอฟืน จังหวะที่เขาเอื้อมมือไปคนหม้อซุปช้าๆ นั้น ท่าทางมันดูช่างสง่างามและเยือกเย็นเสียจนหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ บ้าจริง... นี่ผมกำลังเขินผู้ชายปากจัดคนนี้อยู่หรือเนี่ย? ไม่ได้การละ!
"ถ้าแน่จริง คุณก็ทำเองเลยสิครับ จะมาแย่งผมทำไม!" ผมแกล้งทำเป็นเสียงดังกลบเกลื่อนความประหม่า พร้อมกับกอดอกเชิดหน้าใส่
ศิลายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบที่เขาชอบทำเวลาเหนือกว่าผมเสมอ "ผมไม่ได้แย่งครับ ผมแค่กำลังช่วยชีวิตกระเพาะอาหารของตัวเองต่างหาก... ไหนๆ คุณก็คุยนักคุยหนาว่าผ่านการรีวิวสตรีทฟู้ดมาทั่วราชอาณาจักร งั้นเรามาเดิมพันกันหน่อยไหมครับ?"
ดวงตาของหนุ่มเจ้าระเบียบเป็นประกายวับวาว ความสนุกสนานที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเคร่งขรึมเริ่มเผยออกมาให้เห็น
"เดิมพันอะไรว่ามา!" ผมสบตาเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้ สายลมอ่อนๆ พัดผ่านยอดไม้ พาเอาความเย็นของอากาศรอบตัวเข้ามาปะทะผิวแก้ว แต่แปลกที่ใบหน้าของผมกลับร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ
"ถ้าต้มยำหม้อนี้ ฝีมือการปรุงแต่งรอบสุดท้ายของคุณมันกินไม่ได้ ผมจะหักคะแนนบล็อกของคุณเต็มสิบ และคุณต้องเป็นคนล้างจานทั้งหมดในทริปนี้สามวันรวด... แต่ถ้ามันอร่อยอย่างปาฏิหาริย์ขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็..." ศิลาเว้นจังหวะไว้เล็กน้อย โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้วหู "...ผมจะยอมพูดคำว่า 'คุณทำอร่อยมากครับ' ออกมาจากปากตัวเอง เป็นไงครับ กล้าไหม?"
ข้อเสนอนี้ทำเอาผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ล้างจานสามวันรวดในป่าเนี่ยนะ? ไม่มีทาง! แต่ศักดิ์ศรีบล็อกเกอร์สาวสายลุยค้ำคออยู่ จะให้ถอยตอนนี้ก็เสียชื่อหมด
"จัดไปครับคุณศิลา! อย่าหาว่าผมไม่เตือนก็แล้วกัน!"
ผมตักต้มยำกุ้งฝีมือการปรับสูตรเฉพาะกิจใส่ชามช้อนพูนๆ ยื่นส่งให้เขาด้วยมือที่สั่นนิดๆ ลุ้นเสียยิ่งกว่าตอนลุ้นผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย ศิลารับชามกระเบื้องเคลือบไป เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เขานิ่งไปพักใหญ่ ตักน้ำซุปเข้าปากช้าๆ หลับตาลงรับสัมผัสรสชาติ และเคี้ยวเนื้อกุ้งที่สุกกำลังดีอย่างพิจารณา
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีที่ยาวนานเหมือนเป็นชั่วโมง ศิลาลืมตาขึ้นมองหน้าผม แววตานั้นไหววับและมีความประหลาดใจฉายชัดอยู่ภายใน
ผมกลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก... หรือว่ามันจะแย่เกินเยียวยาจริงๆ?
"นี่มัน..." ศิลาเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เปรี้ยว แซ่บ กลมกล่อม และมีความดิบเถื่อนแบบที่คุณชอบอย่างลงตัว... ผมยอมรับครับว่า..."
เขายังพูดไม่ทันจบประโยค จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบก็พุ่งตรงเข้ามาจากทางปากทางเข้าแคมป์ พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของทีมงานตากกล้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"พี่กะทิ! คุณศิลา! แย่แล้วครับ! ทีมงานอีกกลุ่มที่แยกไปสำรวจเส้นทางน้ำตกด้านบน ติดอยู่ตรงโขดหินเพราะน้ำป่าไหลหลาก พวกเขาโทรมาขอความช่วยเหลือด่วน สัญญาณวิทยุกำลังจะขาดหายแล้วครับ!"
ข้อความแจ้งเตือนในโทรศัพท์มือถือของศิลาส่งเสียงสั่นเตือนรัวติดต่อกันสามครั้ง หน้าจอแสดงพิกัดจีพีเอสสีแดงกะพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเราทีละนิด
- แบกเป้ท่องโลก -
ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก•ตอนที่ 10
การประชันฝีมือทำอาหารจานด่วน
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!