ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก•ตอนที่ 12

คำด่าที่แปลว่าห่วง

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกแค่ก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังวิ่งหนีความจริง และปฏิเสธข้อเสนอเรื่องหมูทอดทงคัตสึมื้อเย็นนี้" น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ลอยมาจากด้านหลัง ทำเอาเท้าที่กำลังก้าวฉับๆ ของกะทิถึงกับชะงักกึก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับอารมณ์หมั่นไส้ที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เธอหันขวับกลับไปมองชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อฮู้ดกันหนาวสีเทาตัวเก่ง ที่กำลังยืนเอามือซ้ายล้วงกระเป๋า ส่วนมือขวาถือร่มพับสانลายตารางสีฟ้า-ขาวไว้อย่างสบายอารมณ์ ทั้งที่สภาพอากาศตอนนี้ไม่ได้มีฝนตกแม้แต่หยดเดียว มีเพียงลมหนาวพัดระลอกใหญ่ที่โชยมาปะทะร่างจนต้องห่อไหล่ นี่คือศิลา... นักวิจารณ์อาหารหน้านิ่งผู้เรื่องมากเป็นอันดับหนึ่งแห่งปี ที่ต่อให้สถานการณ์ตรงหน้าจะทุลักทุเลแค่ไหน เขาก็ยังรักษามาดคุณชายเจ้าสำอางไว้ได้ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น "ใครวิ่งหนีความจริงคะ—เอ๊ย! ใครวิ่งหนีอะไรเล่าคุณศิลา!" กะทิเกือบหลุดปากคำลงท้ายตามความคุ้นเคย แต่รีบตบปากตัวเองในใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังหัวเสียอยู่ "ฉันแค่อยากเดินให้มันถึงโรงแรมเร็วๆ อากาศข้างนอกมันติดลบห้าองศานะคุณ ไม่ได้ติดแอร์ในห้องอาหารมิชลิน!" "แล้วใครใช้ให้คุณดึงดันจะเดินลัดเลาะตลาดสดพื้นเมืองตอนสามทุ่มครึ่งล่ะครับ ทั้งที่ป้ายรถเมล์สายตรงก็อยู่ถัดไปแค่สามบล็อก" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่สำรวจสภาพของบล็อกเกอร์สาวสายลุยที่ตอนนี้ปลายจมูกแดงก่ำเพราะพิษความหนาว "สภาพคุณตอนนี้เหมือนลูกแมวตกน้ำมากกว่าบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวชื่อดังนะกะทิ" "ลูกแมวบ้านคุณสิคะ! หน้าตาออกจะเฉี่ยวและสตรองขนาดนี้" กะทิเถียงคอเป็นเอ็น แม้ว่าในใจจะแอบเถียงไม่ออกเพราะเธอกำลังสั่นระริกจริงๆ ถุงกระดาษใส่ของฝากและวัตถุดิบทำอาหารท้องถิ่นในมือเธอเริ่มหนักอึ้ง หลังจากเดินแบกข้ามภูเขาจำลองลูกย่อมๆ ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้มาเกือบสองชั่วโมงเต็ม ศิลาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ เสียงถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความระอา... แต่ทว่าในความระอานั้น กลับแฝงร่องรอยบางอย่างที่ทำให้หัวใจของกะทิกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายความสะอาดผสมผสานกับกลิ่นลมหนาวลอยเข้าแตะจมูก ก่อนที่เธอจะทันได้ถอยหลังหนี ศิลาก็เอื้อมมือมาปลดผ้าพันคอผ้าแคชเมียร์สีเบิร์นสยุกต์ของเขาเองออกอย่างเบามือ แล้วนำมาพันรอบคอของกะทิอย่างเบามือและรวดเร็ว สัมผัสนุ่มละมุนและไออุ่นจากตัวเขาที่ยังหลงเหลืออยู่ในเนื้อผ้า ทำเอาสติของหญิงสาวหลุดลอยไปชั่วขณะ "คุณ... ทำอะไรเนี่ย" กะทิกระพริบตาปริบๆ หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมใจดีนะครับ" ศิลาพูดเสียงเรียบ สายตาคมกริบมองตรงมาที่ดวงตาของเธอ "ผมแค่ไม่อยากแบกศพคนเป็นปอดบวมกลางเมืองนี้ แล้วก็ไม่อยากฟังเสียงโวยวายของคุณไปตลอดทริปที่เหลือพรุ่งนี้ต่างหาก" ปากก็บอกว่าไม่ได้ใจดี แต่ปลายนิ้วเรียวของเขากลับเลื่อนขึ้นมาจัดปมผ้าพันคอให้กระชับเข้ากับลำคอของเธออย่างระมัดระวัง ราวกับเธอกลายเป็นสิ่งของบอบบางที่เขาต้องทะนุถนอม สัมผัสอุ่นจัดที่แตะโดนผิวแก้มทำเอาความหนาวเย็นรอบตัวมลายหายไปในพริบตา กะทิยืนแข็งทื่อเป็นหิน ลืมสิ้นซึ่งคำเถียงเตรียมไว้เป็นกระบุงโกย สมองประมวลผลไม่ทันกับจังหวะรุกฆาตแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ นี่น่ะหรือ... ศิลาผู้เย่อหยิ่งและปากจัดคนเดิม? "ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะครับ" ศิลาก้มหน้าลงมามองเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างรู้ทัน "ถ้ายังไม่อยากแข็งตายคาถนน เดินตามมานี่ครับ ผมเจอร้านอิซากายะเล็กๆ ที่ขายทงคัตสึทอดร้อนๆ ซ่อนอยู่ในซอยข้างหน้าแล้ว... หวังว่าคุณจะกินเก่งเหมือนตอนเถียงนะ" ว่าแล้วเขาก็หมุนตัวเดินนำหน้าไป แต่ทว่า... มือข้างที่ไม่ได้ถือร่ม กลับผายออกไปข้างลำตัวเล็กน้อย ในท่าทีที่คล้ายจะรอให้ใครบางคนเดินเข้าไปเกี่ยวแขนเพื่อความอบอุ่น—หรืออย่างน้อยที่สุด ก็เพื่อป้องกันไม่ให้บล็อกเกอร์สาวจอมซุ่มซ่ามสะดุดหิมะล้มหัวคะมำไปเสียก่อน กะทิตกตะลึงกับภาพตรงหน้า หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติ บัดนี้กลับเต้นรัวโครมครามจนดังก้องอยู่ในหู ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านจากกลางอกกระจายไปทั่วร่าง ความเย็นเยียบของค่ำคืนนี้ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหน้าโดยไม่ต้องพึ่งฮีตเตอร์ เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? ผู้ชายที่วิจารณ์สเต๊กของเธอว่า 'เหนียวเหมือนยางรถยนต์' เมื่อสามวันก่อน คนเดียวกันนี้กำลังยืนบังลมหนาวให้เธอในตรอกซอกซอยเปลี่ยวของเมืองต่างแดน กะทิก้มมองผ้าพันคอสีเบิร์นสยุกต์ที่โอบรอบคอเธออยู่ มันอบอุ่น... อบอุ่นเสียจนเธอแอบกลัวว่าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วพบว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝัน "นี่!" กะทิร้องเรียกไล่หลังด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นแข็งกร้าว กลบเกลื่อนรอยยิ้มกว้างที่หุบแทบไม่ไหว "ถ้าทงคัตสึร้านนั้นไม่อร่อยจริงอย่างที่โม้ไว้ ฉันจะปรับเงินเดือนคุณในฐานะไกด์กิตติมศักดิ์จริง ๆ ด้วยนะ!" ศิลาหยุดเดิน ชายหนุ่มหันกลับมามองพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่งในแสงไฟสลัวของโคมไฟถนน "ยินดีรับคำท้าครับ... คุณบล็อกเกอร์จอมเรื่องมาก" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหิมะโปรยปรายเบาๆ และเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันท่ามกลางความหนาวเหน็บ กะทิลอบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเก็บบันทึกภาพความทรงจำนี้ไว้ในซอก แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังก้าวเท้าเดินตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ตของเธอก็สั่นครืดคราดอย่างบ้าคลั่ง หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทยอดฮิต เด้งขึ้นมาพร้อมชื่อของบุคคลที่เธอไม่อยากเจอหน้าที่สุดในทริปนี้—**"พี่กรณ์ (แฟนเก่า/โปรดิวเซอร์ช่องคู่แข่ง)"** *กะทิ: "น้องกะทิครับ พี่อยู่ที่สนามบินนี้แล้วนะ พรุ่งนี้เราเจอกันตามนัดใช่มั้ย? พี่เคลียร์คิวเพื่อไปเซอร์ไพรส์น้องโดยเฉพาะเลยนะ"* ข้อความสั้นๆ ที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวดิ่งฮวบลงติดลบยิ่งกว่าเดิมในเสี้ยววินาที รอยยิ้มบนใบหน้าของกะทิแข็งค้างทันทีที่กวาดสายตาอ่านจบ ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับคู่กัดคู่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักชิมผู้เรื่องมาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%