เสียงกุญแจกระทบกันเบาๆ ที่หน้าประตูบานใหญ่ คือสัญญาณของการกลับมาเยือนของเจ้าของบ้านผู้ไม่เคยต้องลดตัวลงมาสนใจว่า ใครกำลังรอคอยเขาอยู่หลังบานประตูนี้บ้าง คณินผลักบานประตูไม้เนื้อดีเข้ามาด้วยความเหนื่อยล้าจากการประชุมข้ามชาติอันยาวนาน ดวงตาคมกริบใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาและหยิ่งทะนงฉายแววความหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
ความมืด... และความเงียบงัน
ปกติแล้ว ต่อให้ดึกดื่นแค่ไหน ลัลน์ลลินก็มักจะเปิดโคมไฟสีส้มสลัวตรงห้องโถงไว้เสมอ พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบที่จะก้าวเข้ามารับกระเป๋าทำงานในมือเขา พร้อมน้ำสมุนไพรอุ่นๆ ที่เธอรินเตรียมไว้ด้วยความใส่ใจแบบภรรยาเจียมเนื้อเจียมตัว แต่วันนี้... ไม่มีแม้แต่เงา
"ลัลน์..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกออกไปอย่างไร้ความคาดหวัง คณินถอดนาฬิกาข้อมือราคาแพงโยนลงบนโต๊ะรับแขกด้วยความรำคาญใจ เขาก้าวเท้าเดินลึกเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบสนิทราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ความรู้สึกหงุดหงิดระคนแปลกใจเริ่มตีตื้นขึ้นมาในอกหนา ชายหนุ่มนึกค่อนขอดภรรยาในใจตามนิสัยเดิมๆ ที่มักมองข้องความพยายามของเธอ
*‘คงจะงอนเรื่องเมื่อวานอีกสินะ... หึ ผู้หญิงนี่น่ารำคาญชะมัด เรียกร้องความสนใจไม่เข้าเรื่อง’*
เขายังคงปักใจเชื่ออย่างสนิทใจว่า นี่เป็นเพียงอีกหนึ่งมุกตลกไร้สาระที่ลัลน์ลลินมักใช้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา หลังจากที่เขาเพิกเฉยเธอมาหลายเดือนเพราะข่าวฉาวกับแพรรุ้ง ไฮโซสาวคู่ควงในแวดวงสังคม การที่ภรรยาเก็บตัวเงียบหรือแกล้งทำเป็นหายตัวไป คงเป็นแค่แผนการตื้นเขินที่หวังว่าเขาจะวิ่งวุ่นตามง้อเหมือนในนิยายน้ำเน่า
คณินเดินขึ้นบันไดวนไปยังชั้นสอง มุ่งตรงไปยังห้องนอนใหญ่ที่ปิดสนิท เขาสผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะด้วยซ้ำ ทว่าสิ่งที่รออยู่ภายในกลับไม่ใช่ร่างบางที่นั่งรอด้วยแววตาตัดพ้ออย่างทุกที หากแต่เป็นความว่างเปล่า... ความเงียบงันที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
ดวงตาคมกราดมองไปรอบห้อง ความผิดปกติบางอย่างเตะตาจนเขาต้องขมวดคิ้วมุ่น ตู้เสื้อผ้าฝั่งของลัลน์ลลินถูกเปิดทิ้งไว้ บานกระจกสะท้อนให้เห็นความโล่งเตียนอย่างไร้ระเบียบ เสื้อผ้า ชุดกระโปรงราคาถูกที่เธอชอบใส่หายไปเกือบหมด แม้กระทั่งเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ที่แม่ของเขามอบให้เป็นวันแต่งงาน ซึ่งปกติเธอจะเก็บรักษาไว้อย่างดีในกล่องกำมะหยี่ ตอนนี้... มันว่างเปล่า
หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านขึ้นมาจากปลายเท้าจนถึงสันหลัง แต่มันถูกกลบด้วยความอีโก้จัดและทิฐิที่ฝังรากลึกในตัวเขาอย่างรวดเร็ว
"เล่นละครเก่งนี่..." คณินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเยชาชาสะท้อนก้องในห้องกว้างที่ไร้เงาคนฟัง เขาย่างสามขุมเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าฝั่งของเธอให้กว้างขึ้น เพื่อพิสูจน์ว่านี่เป็นเพียงการจัดระเบียบบ้านครั้งใหญ่ หรือเธอแค่แกล้งเอาเสื้อไปซักที่อื่น
ทว่า... บนโต๊ะเครื่องแป้งที่เคยมีขวดครีมบำรุงราคาประหยัดวางเรียงราย ตอนนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่า กระดาษแผ่นหนึ่งถูกทับไว้ด้วยหลอดลิปสติกแท่งเก่าที่กุดจนแทบใช้ต่อไม่ได้
คณินขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เขายื่นปลายนิ้วเรียวยาวไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความรำคาญใจ คาดหวังว่าจะเจอข้อความตัดพ้อแกมบังคับให้เขาตามง้อ หรือเรียกร้องเงินทองเหมือนผู้หญิงเห็นแก่เงินทั่วไปที่เขาเคยเจอ
แต่ทว่า... ตัวหนังสือลายมือบรรจงสวยงามที่ปรากฏแก่สายตา กลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดอย่างกะทันหัน
*[ถึงคุณคณิน]*
*[ขอบคุณสำหรับอิสรภาพที่คุณเพิ่งมอบให้ทางพฤติกรรมตลอดหลายปีที่ผ่านมานะคะ และยินดีด้วยค่ะ... ตอนนี้คุณเป็นโสดอย่างสมบูรณ์แบบตามที่ปรารถนาแล้ว ลัลน์ขอตัวลาไปใช้ชีวิตในแบบของลัลน์บ้าง หวังว่าเราจะไม่ต้องจองเวรจองกรรมหรือพบเจอกันอีกในชาตินี้ค่ะ]*
*[ป.ล. เอกสารหย่าและสละสิทธิ์ทุกอย่าง... ดิฉันได้ส่งให้ทนายความจัดการยื่นฟ้องศาลเรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวรับหมายศาลได้เลยค่ะ]*
พรึบ!
กระดาษแผ่นบางร่วงหลุดจากปลายนิ้วแกร่งตกลงสู่พื้นพรมราคาแพง คณินยืนนิ่งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล สมองของเขาขาวโพลน คำว่า *'ใบหย่า'* และ *'ไม่ต้องพบเจอกันอีก'* วนเวียนก้องอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับคนเสียสติ
"หย่า? เธอกล้าดียังไงมาขอหย่า?!"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันอย่างเกรี้ยวกราด คณินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่ขมับ ทิฐิและความเย่อหยิ่งถูกสั่นคลอนด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังกัดกินหัวใจอย่างช้าๆ มันไม่ใช่ความเสียใจ แต่มันคือความรู้สึก 'สูญเสีย' อำนาจควบคุมที่เขาเคยมีเหนือผู้หญิงคนนี้อย่างเบ็ดเสร็จ
เขารีบคว้าโทรศัพท์มือถือราคาแพงออกจากกระเป๋าเสื้อสูท นิ้วเรียวกดเบอร์โทรศัพท์หาภรรยาด้วยความเร็วสูง เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นในความเงียบ... *ตู๊ด... ตู๊ด...*
ไม่มีการรับสาย...
เขากดโทรซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหัวเสีย จนกระทั่งระบบอัตโนมัติเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไร้ชีวิตชีวาว่า *'หมายเลขท่านไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...'*
"เวรเอ๊ย!" คณินเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือในมือกระแทกเข้ากับผนังห้องนอนเสียงดังสนั่น หน้าจอแตกละเอียดกระจายเกลื่อนพื้น พรหมราคาแพงไม่สามารถซับความเกรี้ยวกราดที่ปะทุขึ้นในอกของเขาได้เลย
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?! ผู้หญิงที่เคยวิ่งตามก้นเขา ผู้หญิงที่ยอมแม้กระทั่งก้มหัวให้คำดูถูกเหยียดหยามของเขาและแม่ ผู้หญิงที่จืดชืดและไม่มีค่าอะไรในสายตา กล้าดียังไงถึงกล้าทิ้งเขาไปก่อน?!
คณินก้าวเท้าถอยหลังด้วยความรู้สึกพะว้าพะวงอย่างประหลาด เขารู้สึกเหมือนพื้นดินใต้ร่างกำลังทรุดตัวลง กวาดสายตามองไปรอบห้องนอนที่เคยมีเธอนอนขดตัวอยู่มุมเตียงเงียบๆ ในยามค่ำคืน ภาพความทรงจำเก่าๆ ที่เขาเคยผลักไสและมองข้าม ย้อนกลับมาตบหน้าเขาอย่างแรงในวินาทีที่ทุกอย่างว่างเปล่า
ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจะสติหลุดกับความเงียบงันและความจริงที่เพิ่งกระแทกหน้า เสียงฝีเท้ารัวเร็วของแม่บ้านเก่าแก่ก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง พร้อมกับเสียงหอบหายใจสะท้านที่บ่งบอกถึงความตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด
"คุณคณินคะ!แย่แล้วค่ะ คุณคณิน!" แม่บ้านวัยกลางคนผลักประตูเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต สีหน้าของเธซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่
คณินหันขวับไปมองด้วยสายตาดุดัน คราบความโกรธเกรี้ยวฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลา "มีอะไร! ตะโกนโวยวายอะไรกันบ้านช่อง!"
แม่บ้านกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของประธานหนุ่มพังทลายลงมาในพริบตา
"คือ... คือว่าตอนที่คุณคณินไม่อยู่ ดิฉันเห็น... เห็นคุณลัลน์อุ้มเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ผิวขาวแก้มป่อง หน้าตาถอดแบบมาจากคุณคณินราวกับเอาพิมพ์เดียวกันมาแปะ ออกไปขึ้นแท็กซี่หน้าบ้านค่ะ! แล้ว... แล้วเด็กคนนั้น... แกเรียกคุณลัลน์ว่า 'หม่าม้า' เต็มปากเต็มคำเลยนะคะคุณคณิน!"
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ
หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 4
ความว่างเปล่าที่เพิ่งรู้ตัว
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!