กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ไม่เคยเหน็บหนาวเท่ากับความว่างเปล่าที่แผ่ซ่านอยู่ในอกของคณินในวินาทีนี้ เสียงปิดประตูห้องนอนใหญ่ดังขึ้นเบาหวิว... ทว่ามันกลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเขา ราวกับเสียงค้อนที่ตอกลงบนโลงศพแห่งความสัมพันธ์ที่เขาเป็นคนทำลายมันด้วยมือของตัวเอง
บนโต๊ะเครื่องแป้งหินอ่อนสีดำ วัตถุชิ้นเล็กๆ สองชิ้นถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนน่าใจหาย ชิ้นแรกคือแหวนเพชรเม็ดโต แหวนแต่งงานที่เขาเคยสวมให้เธอลัลน์ลลินด้วยความจำยอมและเย่อหยิ่งเมื่อหลายปีก่อน เพชรน้ำงามเม็ดนั้นไม่มีประกายระยิบระยับอีกต่อไปแล้วในสายตาของเขา มันด้านชาและเย็นชาราวกับเศษกรวด
และชิ้นที่สอง... ซองจดหมายสีขาวสะอาดตาที่มีลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำบรรจง เป็นระเบียบ และเด็ดเดี่ยว
คณินก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะนั้นอย่างเชื่องช้า ราวกับขาคู่นั้นถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ที่ลำคอเมื่อปลายนิ้วสั่นเทาเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่อ่าน
*“คณิน...*
*ตลอดเวลาสามปีที่เราอยู่ในสถานะสามีภรรยา ดิฉันพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ แต่วันนี้ ดิฉันเข้าใจแล้วว่า ความพยายามไม่เคยมีความหมายอะไรเลย สำหรับคนที่ไม่เคยคิดจะมองเห็นคุณค่า*
*ขอบคุณสำหรับบทเรียนราคาแพง ที่ทำให้ดิฉันได้รู้ว่าการรักตัวเองมันงดงามเพียงใด และขอบคุณที่ปล่อยให้ดิฉันเป็นอิสระจากนรกสีเทาหลังนี้*
*นับจากวันนี้เป็นต้นไป ลัลน์ลลินคนเดิมได้ตายไปแล้ว และเราสองคน... ขาดกันค่ะ*
*ลีลา”*
กระดาษแผ่นบางร่วงหลุดจากปลายนิ้วที่ไร้เรี่ยวแรงตกลงสู่พื้นพรมราคาแพง คณินทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าโต๊ะเครื่องแป้งนั้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองผู้คนด้วยความเหยียดหยามและเย็นชา บัดนี้กลับแดงก่ำ ร้อนผ่าว และเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อล้นทะลักทลายออกมาอย่างไร้การควบคุม ผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าอย่างคณินกำลังแหลقสลายไม่เป็นท่า อยู่ในห้องที่เคยมีเสียงหัวเราะอันแผ่วเบาของภรรยา... ผู้หญิงที่เขาผลักไสไล่ส่งมาตลอด
"ลีลา... กลับมา..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทอ
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากความเงียบงันที่หัวเราเยาะเย้ยความโง่เขลาของเขา ภาพในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจราวกับมีนับพันเล่มดาบปักลงมาซ้ำๆ วันที่เธอยกอาหารเข้ามาให้เขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แต่กลับถูกเขาปัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย วันที่เธอน้ำตานองหน้าเพราะทนรับความสัมพันธ์ที่มีผู้หญิงอีกคนอย่างแพรรุ้งเข้ามาแทรกกลางไม่ไหว แต่เขากลับตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนว่าเธอเป็นแค่ภรรยาที่ซื้อมาด้วยทะเบียนสมรส!
เขาเป็นคนผลักเธอเดินออกไปเอง... เขาเป็นคนผลักผู้หญิงที่รักเขาหมดหัวใจให้เดินเข้าสู่ความมืดมิด จนกระทั่งเธอเลือกที่จะหันหลังกลับมาด้วยความเข้มแข็ง และทิ้งความพินาศไว้ให้เขาชดใช้
คมมีดแห่งความเจ็บปวดกรีดลึกลงในเนื้อเยื่อหัวใจ จนคณินต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองแน่น เสียงสะื้นไหวดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ความรู้สึกสูญเสียกัดกินวิญญาณทีละน้อย จนเขาแทบอยากจะเอาหัวชนกำแพงให้ตายตกไปตามกัน หากมันจะแลกกับการได้ยินเสียงหวานๆ ของเธอดังขึ้นอีกสักครั้ง
ทว่า... โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีพอที่จะให้โอกาสคนที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทันที
ณ คาเฟ่กึ่งออฟฟิศสุดหรูย่านธุรกิจ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกระฉับกระเฉงและทันสมัย ลัลน์ลลินในชุดสูทเข้ารูปสีเบจขับผิวให้ผุดผ่อง เส้นผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว แววตาของเธอในยามนี้ไม่มีความเปราะบางหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงประกายของหญิงสาวผู้เกิดใหม่จากเถ้าถ่าน ที่พร้อมจะเหยียบย่ำอดีตอันเจ็บปวดไว้เบื้องหลัง และก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างามในฐานะผู้บริหารสาวไฟแรง
"คุณลีลาคะ, เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ไตรมาสนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ ให้ดิฉันวางไว้บนโต๊ะเลยไหมคะ" เลขาส่วนตัวเอ่ยถามด้วยความนعمนวล
"วางไว้ได้เลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ" ลัลน์ลลินตอบรับด้วยรอยยิ้มราบเรียบ ทว่าทรงพลัง
เธอกวาดสายตามองผ่านกระจกใสบานใหญ่ลงไปยังเบื้องล่าง รถราที่วิ่งพลุกพล่านสะท้อนถึงอิสรภาพที่เธอโหยหามานานแสนนาน หัวใจที่เคยบอบช้ำบัดนี้ถูกหล่อหลอมขึ้นมาใหม่ด้วยความแข็งแกร่ง ไม่มีน้ำตาให้คนใจร้ายอีกแล้ว... ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความอาลัยอาวรณ์
แต่ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังจะหันกลับมาจัดการกับกองงานตรงหน้า เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย ทว่าลางสังหรณ์บางอย่างกลับทำให้ปลายนิ้วของเธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย
"สวัสดีค่ะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ
*(คุณลัลน์ลลินใช่ไหมครับ? ผมโทรมาจากโรงพยาบาล... คือว่า ลูกชายของคุณคือน้องลีโอ เกิดอุบัติเหตุพลัดตกจากเครื่องเล่นที่สนามเด็กเล่น อาการค่อนข้างน่าเป็นห่วง ตอนนี้คุณหมอกำลังยื้อชีวิตให้อยู่ คุณแม่รีบมาด่วนเลยนะครับ!)*
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจของลัลน์ลลินขาดห้วงไปในทันที สติสัมปชัญญะที่เคยตั้งมั่นพังทลายลงในพริบตาเดียว ดินสอในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นเสียงดังลั่น เอกสารในมือร่วงกระจายเกลื่อนกลาด
ลูกชาย... ดวงใจดวงเดียวของเธอ!
หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขาทั้งสองข้างสั่นเทาราวกับจะทรุดลงไปกองกับพื้น ความกลัวที่ฝังรากลึกที่สุดในชีวิตพุ่งทะยานขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจจนแทบกรีดร้อง น้ำตาที่คิดว่าจะไม่มีวันไหลออกมาให้อีกแล้ว กลับทะลักปรี่อาบสองแก้มเนียนอย่างไม่อาจกลั้น
เธอก้าวขาออกวิ่งอย่างไร้สติ มุ่งหน้าไปยังลิฟต์ด้วยความเร็วสูงสุด หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความเข้มแข็งทั้งหมดที่สร้างมาแทบจะพังทลายลงในวินาทีที่ได้ยินคำว่า 'ลูก'
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นล่าง และเธอกำลังจะพุ่งตัวออกไป ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ก้าวสวนเข้ามาพอดี แรงปะทะทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่มือหนาและคุ้นเคยจะคว้าต้นแขนของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุเดือด
"จะรีบไปไหน... ลีลา?"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับดวงตาคมกริบของคณินที่มองมายังเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด บ้าคลั่ง และร้าวรานไม่แพ้กัน... และในอ้อมแขนกว้างของเขานั้น มีร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสองขวบที่กำลังหลับตาพริ้ม เนื้อตัวมอมแมม และมีรอยแผลถลอกที่ข้อศอก... เด็กน้อยผู้มีใบหน้าถอดแบบมาจากคณินราวกับพิมพ์เดียวกัน!
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ
หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 3
ก้าวออกจากนรกสีเทา
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!