หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 11

ลมหายใจของอีกชีวิต

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คนไข้คะ... รบกวนขยับสะโพกขึ้นมาอีกนิดนะคะ” เสียงของแพทย์หญิงวัยกลางคนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องตรวจ ลัลน์ลลินสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวของปลายนิ้วที่ประสานกันแน่นอยู่บนหน้าท้องแบนราบ เธอไม่ใช่หญิงสาวที่อ่อนแอคนเดิมที่ยอมให้ความเสียใจกัดกินชีวิตไปวันๆ อีกต่อไปแล้ว ทว่าในวินาทีที่เจลเย็นเยียบสัมผัสลงบนผิวเนื้อ หัวใจของเธอกลับเต้นรัวราวกับกลองรบ บนหน้าจออัลตราซาวด์... เงาดำจางๆ ปรากฏขึ้นพร้อมกับจังหวะชีวิตที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ *ตึก... ตึก... ตึก...* เสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะรัวเร็วดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง มันไม่ใช่แค่เสียงของอวัยวะที่กำลังเติบโต แต่มันคือเสียงเพรียกแห่งความหวังที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเธอเอาไว้หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตที่เกือบจะพรากทุกอย่างไปจากเธอ “แข็งแรงดีมากค่ะ... เด็กน้อยพัฒนาการสมบูรณ์ดีนะคะคุณแม่” น้ำตาเม็ดโตที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ลัลน์ลลินยกมือขึ้นป้องปากแน่น ปล่อยให้ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจที่เคยด้านชา ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ ความเย็นชาของคณิน และหยดน้ำตาที่เคยหลั่งรินในอดีต ดูเหมือนจะกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นที่ไร้ความหมายเมื่อเทียบกับปาฏิหาริย์ที่กำลังก่อตัวอยู่ตรงหน้า เธอไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป... และนี่คือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดที่เธอจะมี “ลูกแม่...” เธอพึมพำผ่านเสียงสะอื้นที่พยายามกลบเกลื่อน “แม่จะปกป้องหนูเอง ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม” ลัลน์ลลินเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แสงแดดที่สาดส่องลงมากระทบผิวกายไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวเหมือนก่อน เธอกลับมาเป็นหญิงสาวผู้มั่นคงและสง่างามในชุดทำงานที่ดูทะมัดทะแมง สายตาที่เคยมองผ่านโลกด้วยความหวาดระแวง บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและเฉียบคม ทว่าโลกใบนี้ช่างโหดร้ายและชอบเล่นตลกกับโชคชะตาเสมอ เมื่อเธอก้าวเดินผ่านล็อบบี้โรงแรมหรูใจกลางเมืองเพื่อไปพบลูกค้าคนสำคัญ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อคุ้นเคยก็ปะทะเข้ากับโสตประสาทอย่างจัง ลัลน์ลลินชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นร่างสูงโปร้นในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ดวงตาคมกริบคู่นั้น... ดวงตาที่เคยเป็นดั่งนรกและสวรรค์ในคราวเดียวกันของเธอ กำลังกวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างร้อนรน คณิน... เขากำลังยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับผู้หญิงอีกคนที่เธอนึกรังเกียจ “คณินคะ ดูชุดนี้สิคะ เหมาะกับงานเลี้ยงการกุศลคืนนี้ไหม?” แพรรุ้งเอ่ยพลางคล้องแขนชายหนุ่มอย่างถือสิทธิ์ แต่คณินกลับไม่ได้สนใจ สายตาของเขายังคงสอดส่ายไปรอบๆ ราวกับกำลังตามหาใครบางคนที่คุ้นตา ลัลน์ลลินรีบหันหลังกลับ ตั้งใจจะเลี่ยงไปทางบันไดหนีไฟ แต่จังหวะที่เธอกำลังก้าวเดินเร็วๆ ปลายเท้าเจ้ากรรมกลับสะดุดเข้ากับขอบพรมจนร่างของเธอเสียหลักเซไปปะทะกับพนักงานเสิร์ฟที่เดินผ่านมาพอดี “ว้าย!” ถาดแก้วไวน์ร่วงหล่นแตกกระจาย เสียงดังสนั่นเรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้าง ลัลน์ลลินนิ่วหน้าด้วยความตกใจและรีบยกมือขึ้นกุมหน้าท้องโดยสัญชาตญาณ ทว่าท่ามกลางความโกลาหล เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูกลับดังขึ้นใกล้กว่าที่เธอคิด “คุณลีลา?” คณินผละออกจากแพรรุ้งและก้าวเข้ามาหาเธอด้วยความรวดเร็ว มือหนาเอื้อมมาหวังจะคว้าตัวเธอไว้ แต่ลัลน์ลลินกลับถอยกรูดออกห่างด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่าใจหาย เธอพยุงตัวเองขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผย แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะด้วยความโกรธแค้นที่ถูกปลุกเร้า “อย่าแตะต้องตัวฉัน... คุณคณิน” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเว้นระยะห่างได้อย่างน่าเกรงขาม คณินชะงักมือค้างกลางอากาศ สายตาของเขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน ลีลาคนนี้เปลี่ยนไปมาก... แววตาของเธอไม่มีความรักหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงกระดูก “คุณหายไปไหนมา... ผมตามหาคุณ...” “ตามหาเหรอคะ?” ลัลน์ลลินเค้นยิ้มที่มุมปาก “หรือว่าแค่รู้สึกเสียดายของเล่นที่เคยเขี่ยทิ้งไปกันแน่คะ?” แพรรุ้งที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลเดินเข้ามาแทรกด้วยท่าทีวางก้าม “นั่นน่ะสิคะคณิน... ผู้หญิงแบบนี้ก็แค่เรียกร้องความสนใจไปวันๆ อย่าไปเสียเวลาเลยค่ะ คนของใคร คนนั้นก็รู้อยู่แก่ใจ” ลัลน์ลลินปรายตามองแพรรุ้งด้วยความสมเพช ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้คณินจนลมหายใจของทั้งคู่แทบจะรดกัน เธอไม่ได้หวั่นไหวกับแรงกดดัน แต่เธอกลับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังถึงกับใจสั่น “ถ้าสิ่งที่ฉันเป็นมันรบกวนชีวิตคุณขนาดนั้น ก็ช่วยบอกให้ผู้หญิงของคุณหยุดทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของคนอื่นสักที... เพราะสำหรับฉัน ตอนนี้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณ มันก็แค่เรื่องไร้สาระที่ฉันเลือกจะลบมันทิ้งไปจากชีวิตตั้งนานแล้ว” เธอก้าวเดินผ่านหน้าเขาไปอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้คณินยืนนิ่งงันด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ มือของเขาสั่นเทาโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงภาพที่เธอเอามือกุมหน้าท้องทันทีที่เซถลา แต่แล้ว... ความผิดปกติก็เกิดขึ้นเมื่อสายตาของคณินกวาดไปเห็นบางอย่างตกอยู่ที่พื้น กระเป๋าถือของลัลน์ลลินที่เปิดอ้าออกเล็กน้อยจากการกระแทก ทำให้ซองเอกสารสีขาวแผ่นหนึ่งร่วงหล่นออกมา คณินก้มลงเก็บมันขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อเขาพลิกดูสิ่งที่อยู่ข้างใน หัวใจที่เคยเย่อหยิ่งของเขากลับกระตุกวูบ มันคือผลตรวจอัลตราซาวด์... และที่มุมขวาของเอกสาร มีชื่อภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ระบุไว้ชัดเจน *‘BABY L’* คณินเงยหน้าขึ้นมองตามหลังหญิงสาวที่เดินจากไป แผ่นภาพในมือสั่นสะท้านขึ้นมาทันที เขารีบก้าวเท้าตามไปหมายจะหยุดเธอไว้ แต่ทว่าภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าในวินาทีถัดมา กลับทำให้ลมหายใจของเขาแทบจะหยุดกั้น ลัลน์ลลินไม่ได้เดินไปคนเดียว... มีเด็กน้อยร่างเล็กคนหนึ่งวิ่งออกมาจากมุมตึก แล้วโผเข้ากอดขาเรียวของเธอด้วยรอยยิ้มที่สดใสเหลือเกิน คณินเบิกตากว้างจนแทบถลน เมื่อใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้นเงยขึ้นสบตาเขา... ใบหน้าที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะมันคือพิมพ์เขียวเดียวกับที่เขามองเห็นในกระจกทุกเช้ามาตลอดชีวิต “คุณแม่ครับ... ใครเหรอครับ?” เสียงเล็กๆ ใสซื่อของเด็กน้อยที่เอ่ยถามลัลน์ลลิน กรีดลึกลงไปในอกของคณินจนกลายเป็นความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน... ลูก... นี่เขาได้ลูกชายคืนมาแล้วอย่างนั้นหรือ? ขอบพระคุณทุกกำลังใจที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและก้าวข้ามไปพร้อมกับลัลน์ลลินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%