ความเงียบงันภายในห้องนอนชุดหรูเพนต์เฮาส์ใจกลางเมืองไม่ได้ช่วยให้จิตใจของคณินสงบลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ความมืดมิดรอบตัวยิ่งขับเน้นเสียงสะท้อนก้องในโสตประสาทให้ชัดเจนขึ้น หยดเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผมหนา แม้เครื่องปรับอากาศจะถูกปรับลดอุณหภูมิลงจนหนาวเหน็บ ทว่าแผ่นหลังกว้างกลับชุ่มโชกไปด้วยความร้อนรุ่มที่หาที่มาไม่ได้
ชายหนุ่มพลิกตัวบนฟูกหนานุ่มเป็นรอบที่สิบลim ของคืน สภาพของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองเช่นยามกลางวัน ดวงตาคมกริบที่เคยตวัดมองผู้คนด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับเบิกค้างในความมืดด้วยความตระหนก—ภาพในความฝันเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงสำนึก ราวกับถูกกรีดลงบนเนื้อสดๆ
ในความฝัน... เขาไม่ได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจและการดูแคลนอีกต่อไป หากแต่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดจนร่างทั้งร่างเปียกปอน และตรงหน้าของเขาคือลีลา... อดีตภรรยาผู้เคยบอบบางราวกับตุ๊กตาแก้ว หญิงสาวในชุดสีดำสนิทที่แววตาไม่ได้มีความรัก ความภักดี หรือแม้แต่ความน้อยเนื้อต่ำใจหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความว่างเปล่าเย็นชาและการตัดพ้อที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
*"คุณเคยเห็นค่าฉันบ้างไหมคะ... คณิน ในวันที่ฉันเจ็บปวดที่สุด"*
น้ำเสียงแหบพร่าแต่มั่น
คงในความเด็ดเดี่ยวประโยคนั้น ยังคงดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเขา ราวกับเสียงกะเทาะเปลือกน้ำแข็งหนาทึบที่เกาะกุมหัวใจอันด้านชามานานนับปี คณินยกมือขึ้นกุมขมับ สมองของเขาปวดแปลบราวกับจะระเบิด ความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ทว่ายิ่งหายใจลึกเท่าไหร่ กลิ่นอายความโดดเดี่ยวและคราบน้ำตาของลีลาก็ยิ่งย้อนกลับมาทับถมราวกับต้องการเอาชีวิต
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาพร่ำบอกตัวเองว่าการหย่าขาดจากผู้หญิงที่ผู้ใหญ่จัดหาให้คือการปลดปล่อย คือชัยชนะจากการถูกผูกมัดด้วยพันธสัญญาไร้สาระ เขาเคยคิดว่าลีลาก็เป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านที่ไร้พิษภัย เป็นภรรยาที่เขาสามารถมองข้าม ปฏิบัติราวกับธาตุอากาศได้ตามอำเภอใจ และต่อให้เธอหายไปจากชีวิต เขาก็ควรจะรู้สึกโล่งอกเสียด้วยซ้ำ
แต่ทำไม... ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้บีบรัดจนเจ็บแปลบขึ้นมาจริงๆ ในยามที่นึกถึงแววตาเด็ดเดี่ยวในวันที่เธอยื่นใบหย่าให้เขาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขาทุกอย่าง ผู้หญิงที่เคยใช้สายตาวิงวอนขอความรักจากสามีอย่างไร้ศักดิ์ศรีคนนั้น ได้ตายไปแล้ว... ตายไปพร้อมกับวันที่เขาปล่อยให้แพรรุ้งเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอในบ้านหลังเดียวกัน โดยที่เขาทำเป็นมองไม่เห็น
"เวรเอ๊ย!"
คณินสบถออกมาในความมืด น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนเจ็บปวดที่เขาไม่คุ้นชิน มือหนาทุบลงบนหมอนใบโตอย่างแรงเพื่อระบายความอัดอั้น เขาพยายามหลับตาลงเพื่อขับไล่ภาพฝันร้ายนั้นออกไป ทว่ายิ่งพยายาม ภาพใบหน้าเรียบเฉยและรอยยิ้มหยันอันแสนเย็นชาของลีลากยิ่งเด่นชัดขึ้นมาในความนึกคิด ราวกับเธอกำลังยืนมองความพินาศทางความรู้สึกของเขาด้วยความสมเพชเวทนา
เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงแผดเสียงกะ습ลันทำลายความเงียบในยามตีสาม คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เขากระชากเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูด้วยใบหน้าบึ้งตึง คิดว่าคงเป็นเรื่องงานด่วนจากต่างประเทศ หรือไม่ก็ปัญหาในบริษัทที่ต้องสะสาง แต่ทว่าชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอเรืองแสงกลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ
* 'คุณหญิงแม่'*
นิ้วเรียวชะงักค้าง ก่อนที่เขาจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างตามนิสัยเดิม "มีอะไรครับแม่ ดึกดื่นสัปดาห์นี้ทำไมถึงเพิ่งโทรมา"
("แกยังไม่ได้นอนใช่ไหมคณิน น้ำเสียงแบบนี้... แกคงฝันร้ายอีกแล้วล่ะสี่") ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความรู้ทันของผู้เป็นแม่ ทว่ายังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้อ้าปากปฏิเสธ มารดาผู้ให้กำเนิดก็เอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของคณินเย็นเฉียบลงในพริบตา ("แม่เพิ่งได้รับรายงานจากคนสนิท... ลีลาเขากลับมาเมืองไทยแล้วนะคณิน และที่สำคัญ... เขากลับมาพร้อมกับเด็กผู้ชายวัยสองขวบที่หน้าตาถอดแบบมาจากแกไม่มีผิดเพี้ยน!")
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจกลางห้องนอนหรู คณินผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรงโดยอัตโนมัติ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ลมหายใจของเขาติดขัดอย่างรุนแรง หัวใจที่เพิ่งเจ็บแปลบจากความฝันเมื่อครู่ บัดนี้กลับเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก
เด็กผู้ชาย... วัยสองขวบ... หน้าตาถอดแบบมาจากเขา!?
ความทรงจำย้อนกลับไปในคืนก่อนวันเซ็นใบหย่า คืนที่เขาเมามายและกลับเข้าบ้านด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว คืนที่เขาบังคับฝืนใจลีลาด้วยความโกรธเกรี้ยวและดิบเถื่อน โดยไม่สนใจเสียงสะอื้นไห้หรือคำทัดทานใดๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อย... คืนนั้น... คืนเดียวนั้นเองที่เขาฝังลืมมันไปสนิทใจ
"แม่ว่าอะไรนะ..." คณินเค้นเสียงลอดไรฟัน หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกชาดิ่งแผ่ซ่านไปทั่วร่าง "ลูก... ลูกใครกัน?"
("แกคิดเอาเองก็แล้วกันว่าแกเคยทำอะไรไว้บ้างคณิน..." น้ำเสียงของมารดาทอดถอนหายใจยาวเหยียด เต็มไปด้วยความระอาใจและเวทนาในคราวเดียวกัน ("เตรียมตัวรับมือให้ดีก็แล้วกัน เพราะผู้หญิงที่แกเคยผลไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย วันนี้เธอไม่ได้อ่อนแอให้แกย่ำยีเล่นอีกต่อไปแล้ว... และที่สำคัญที่สุด แกไม่มีวันได้แตะต้องลูกของเธอได้อย่างแน่นอน ถ้าแกยังทำตัวโง่เง่าแบบนี้!"))
ติ๊ด!
สายถูกตัดไปแล้ว ทิ้งให้คณินนั่งนิ่งค้างอยู่บนเตียงนอนราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความมืดรอบตัวราวกับกำลังหัวเราะเยาะความโง่เขลาเบาปัญญาของเขาในอดีต ภาพในฝันที่เขาเห็นแววตาตัดพ้อของลีลากลัยกลายเป็นจริงขึ้นมาในรูปแบบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
เขาไม่ได้แค่สูญเสียภรรยาผู้ภักดีไปตลอดกาล... แต่เขาอาจจะกำลังสูญเสียสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองไป โดยที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยปากทวงถาม!
คณินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว—ความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนตลอดชีวิตสามสิบปีที่ผ่านมา มือหนากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจลุกพรวดพราดคว้าเสื้อสูทขึ้นมาสวมด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา หรือต่อให้ต้องกราบกรานขอร้องอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ... คณินก็ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากลูกและเมียของเขาไปเด็ดขาด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 10
หัวใจที่เริ่มเจ็บแปลบ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!