ลมหายใจอุ่นร้อนของลัลน์ลลินสะดุดกึก ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากออกไปจากทรวงอก ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้นรัวเร็วดั่งกลองเพล นัยน์ตาคู่คมกริบของคณินที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและเย็นชา บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ประกายความหวาดหวั่นระคนความจริงอันน่าตกตะลึงสะท้อนไหวอยู่ในหน่วยตาคู่นั้นอย่างเด่นชัด
ตัวเลขในใจถูกคำนวณอย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าเครื่องจักร
สองปี... น้องลีโอในวัยสองขวบเศษ...
ช่วงเวลาที่เธอหิ้วท้องอันรกร้างและหัวใจที่แตกสลายก้าวเดินออกจากคฤหาสน์หลังโตหลังนั้น คือช่วงรอยต่อเดียวกันกับที่เธอยังคงสถานะเป็นภรรยาตามกฎหมายของเขาอย่างไร้ที่ติ ไม่มีช่องว่าง ไม่มีรอยต่อ ไม่มีวันเวลาอื่นใดที่เป็นไปได้เลย
"ลีลา..."
เสียงเรียกที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักหนานั้นสั่นพร่าเสียจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล คณินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว่ำด้วยแรงเหวี่ยงมหาศาล ความจริงข้อนี้โถมกระแทกเข้าใส่หน้าอกเขาอย่างจังจนจุกแน่น ลมหายใจติดขัด ร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปครึ่งก้าวราวกับคนไร้เรี่ยวแรง ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงเรื่อยๆ สลับกับเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ข้างกายเธอ
โครงหน้าของน้องลีโอ... จมูกโด่งรั้น ปากหยักได้รูป และโดยเฉพาะแววตาคู่พยศที่ฉายความฉลาดเฉลียวเกินวัย นั่นมันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่คะ" ลัลน์ลลินพยายามเค้นเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ปลายนิ้วทั้งสิบนิ้วจะเยียบเย็นและสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก เธอเชิดหน้าขึ้น หยิบเอาความเจ็บปวดในอดีตมาเป็นเกราะกำบัง "คำนวณวันเวลาเหรอคะ? สนใจเรื่องหยุมหยิมพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน อดีตสามีผู้แสนดี"
"มันไม่ใช่เรื่องหยุมหยิม, ลีลา!" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความลนลาน ดวงตาแดงก่ำราวกับคนอดนอนมาหลายคืน "เด็กคนนี้... ลูกของเราใช่ไหม? ลีโอคือลูกของเราใช่หรือเปล่า!"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน น้องลีโอเอียงคอมองชายแปลกหน้าที่จู่ๆ ก็มีท่าทีแปลกประหลาด เด็กน้อยขยับเข้าไปหลบหลังเรียวขาของมารดา พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงใสแจ๋วที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนเป็นพ่อ
"คุณอา... ร้องไห้ทำไมฮะ? หน้าตาเหมือนหมีแพนด้าเลย"
คำพูดไร้เดียงสาของลูกชายทำให้ขอบตาของคณินร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจตลอดสองปีที่ผ่านมา พลุ่งพล่านขึ้นมาจนจุกอก น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดใน
Avenue กลับเอ่อคลอขึ้นมาอย่างไม่อายฟ้าดิน เข่าทั้งสองข้างแทบทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำร้ายผู้หญิงคนนี้และสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองสาหัสสากรรจ์เพียงใด
"ลีลา... ทำไม... ทำไมเธอถึงไม่บอกฉัน?" คณินละล่ำละลักถาม มือหนาสั่นเทาระ1งจะเอื้อมไปแตะไหล่บาง แต่กลับถูกเธอปัดออกอย่างไร้เยื่อใย
"บอกเหรอคะ?" ลัลน์ลลินแค่นหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความขื่นขมและน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอหน่วย "ในวันที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณมองฉันสักนิด ในวันที่ฉันตั้งท้องลูกคนนี้แล้วอ้วกจนแทบขาดใจ คุณกำลังทำอะไรอยู่คะ? คุณอยู่กับแพรรุ้ง! คุณไล่ฉันออกจากบ้านราวกับหมูราวกับหมา แถมยังบอกว่าเด็กในท้องอาจจะไม่ใช่ลูกของคุณด้วยซ้ำ!"
ทุกถ้อยคำเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมซ้ำๆ คณินสะอึกแน่นจนพูดไม่ออก ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอน ใบหน้าที่ซีดเซียวของลีลาในคืนวันฝนตกที่เธอเดินตากฝนออกไปจากบ้านลอยวนอยู่ในหัว เขาคือคนที่ผลักไสเธอกับลูกด้วยมือของตัวเอง
"ฉันขอโทษ..." คำพูดนี้ช่างไร้ความหมายเหลือเกินในวินาทีนี้ คณินพึมพำซ้ำๆ ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาไร้ที่ติบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด "ฉันมันเลวเอง... ฉันมันโง่เง่าที่สุด ลีลา ยกโทษให้ฉันเถอะนะ ให้โอกาสฉันได้ชดใช้... ให้ฉันได้ทำหน้าที่พ่อ"
"หน้าที่พ่อ?" ลัลน์ลลินทวนคำ เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างน่ากลัว เธอย่อตัวลงโอบกอดร่างเล็กของน้องลีโอเข้าสู่อ้อมอก ปกป้องลูกชายสุดหัวใจ "สายไปแล้วค่ะคุณคณิน สองปีที่คุณปล่อยให้เราเผชิญชะตากรรมตามลำพัง สองปีที่คุณเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองโดยไม่เคยเหลียวแลว่าเด็กคนนี้จะมีกินมีใช้หรือเปล่า วันนี้คุณเอาสิทธิ์อะไรมาทวงความเป็นพ่อคะ?"
"เพราะฉันเป็นพ่อของเขา! สายเลือดของฉันไหลอยู่ในตัวแก!" คณินขึ้นเสียงด้วยความจนตรอก ความร้อนรนทำให้เขาเผลอใช้อารมณ์ แต่พอเห็นดวงตาตื่นกลัวของเด็กน้อยที่ซุกหน้าเข้ากับอกแม่ เขาก็ต้องรีบผ่อนลมหายใจ ลดน้ำเสียงลงอย่างเวทนา "ลีลา... ฉันขอร้อง ลูกต้องการพ่อ ลีโอสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด"
"สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลีโอตอนนี้... คือการไม่มีพ่ออย่างคุณค่ะ!"
ประโยคประกาศิตนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจคณิน เขาชะงักงัน มองดูอดีตภรรยาที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาของเธอในตอนนี้ไม่ได้อ่อนแอและเปราะบางเหมือนผู้หญิงคนเดิมที่เขาเคยย่ำยีอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นแม่เสือสาวที่พร้อมจะปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต
ลัลน์ลลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก เธอกำลังจะหันหลังพาแก้วตาดวงใจเดินหนีออกไปจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ เพื่อตัดขาดทุกอย่างให้เด็ดขาดตามที่ตั้งใจไว้ แต่ทว่า...
กริ๊งงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคณินแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดและตั้งใจจะกดตัดสายทิ้งโดยไม่สนใจ แต่จังหวะนั้นหน้าจอแสดงผลสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับชื่อผู้โทรเข้าที่ทำให้ลัลน์ลลินชะงักกึกทันที
ชื่อของ "แพรรุ้ง" ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนไลน์เด้งขึ้นมาติดๆ กันหลายข้อความ โดยที่ความยาวของข้อความแรกหลุดลอดสายตาอันเฉียบคมของลัลน์ลลินเข้าพอดี
*[คณินคะ... ผลตรวจ DNA ของเด็กคนนั้นกับคุณ ที่ฉันแอบเอามาให้ตรวจเมื่อวาน ออกมาแล้วนะคะ...]
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนลงตรงนั้น...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 21
ความจริงที่สั่นคลอนโลกทั้งใบ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!