แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกผลักมาหยุดตรงหน้าลัลน์ลลินด้วยแรงที่พอเหมาะ ปลายเล็บเรียวยาวที่เคลือบสีนู้ดเรียบหรูไร้ที่ติของเธอจรดอยู่บนขอบโต๊ะทำงานไม้สักทองอย่างมั่นคง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงเก๋ถูกถอดออกวางไว้ข้างกาย เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว เย็นชา และทรงพลังเสียจนคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"โปรเจกต์ 'The Grand Oasis' มูลค่าหมื่นล้านนี้ ทางเราได้พิจารณาคุณสมบัติของบริษัท 'L-Design' อย่างถี่ถ้วนแล้วค่ะคุณลัลน์ลลิน... ฝ่ายบริหารสูงสุดของเราพอใจในผลงานดีไซน์ของคุณมาก และยินดีที่จะเซ็นสัญญาร่วมทุนในลำดับถัดไป"
เสียงทุ้มต่ำของตัวแทนฝั่งผู้ลงทุนเอ่ยขึ้นด้วยความนอบน้อม ผิดวิสัยบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศที่ปกติมักจะเชิดหน้าชูตาใส่คู่ค้าเสมอ แต่ทว่า... ลัลน์ลลินไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือยินดียินร้ายกับตัวเลขกำไรมหาศาลตรงหน้าแม้แต่น้อย
สำหรับเธอแล้ว เงินทองและชื่อเสียงเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องประดับราคาแพงที่ใช้ตอกหน้าอดีตสามีผู้เคยเหยียบยยำเธอให้จมดิน ก็เท่านั้นเอง
"ขอบคุณสำหรับความไว้วางใจค่ะ ทางเราสัญญาว่าจะไม่ทำให้โปรเจกต์ระดับประเทศชิ้นนี้ต้องผิดหวัง" น้ำเสียงหวานนุ่มหากแต่ทรงอำนาจเอ่ยตอบอย่างราบเรียบ ราวกับคุ้นเคยกับการถือไพ่เหนือกว่ามานานแสนนาน
ทว่า ในวินาทีที่เธอยื่นมือไปหยิบปากกา Montblanc ด้ามหรูเพื่อเตรียมจรดปลายเซ็นลงบนสัญญาหน้าสุดท้าย ประตูห้องประชุมกระจกใสบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท
ปัง!
เสียงกระแทกประตูหนักหน่วงเรียกให้สายตาทุกคู่ในห้องหันขวับไปมองเป็นตาเดียว หัวใจของลัลน์ลลินกระตุกวูบไปชั่วขณะ เมื่อร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง ทว่าดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยพายุอารมณ์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
คณิน... ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร บัดนี้เขากำลังยืนหอบหายใจน้อยๆ แผ่นอกกว้างไหวสะท้อนตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่บ้าคลั่ง ดวงตาคมกวาดมองผ่านตัวแทนบริษัท ก่อนจะมาหยุดนิ่งราวกับถูกตรึงไว้ที่ร่างระหงของอดีตภรรยา
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น
ความทรงจำอันโหดร้าย กลิ่นอายของน้ำตา คราบเลือด และคำดูถูกเหยียดหยามในวันที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกชายแล้วถูกไล่ตะเพิดออกจากบ้านหลังนั้น ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของคณินราวกับมีคมมีดนับพันเล่มกรีดซ้ำ แต่วันนี้... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียง 'ดอกไม้ริมทาง' ไร้ค่า บัดนี้กลับยืนตระหง่านอยู่เบื้องสูงในฐานะ 'ประธานบริษัทคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด' ที่เขาขาดไม่ได้
"คุณคณิน..." ตัวแทนฝั่งผู้ลงทุนเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ "ท่านประธานใหญ่ทำไมถึงเสด็จมาด้วยตัวเองล่ะครับ หรือว่าเอกสารฉบับนี้มีปัญหาตรงไหน?"
คณินไม่ได้สนใจเสียงรอบข้างแม้แต่น้อย สายตาคมกริบจับจ้องเพียงใบหน้างดงามที่ดูเยือกเย็นและไร้เยื่อใยเสียยิ่งกว่าคนแปลกหน้า ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกโหยหา ความสำนึกผิด และความหึงหวงที่แผดเผาจนเจ็บแปลบในอก ทำให้เขาแทบจะคลั่งตายอยู่ตรงนั้น
เขาเพิ่งค้นพบ 'หัวใจ' ของตัวเอง... ในวันที่คนอื่นกำลังจะช่วงชิงมันไปจากเขาอย่างนั้นหรือ? ไม่... ไม่มีทาง!
"ไม่มีปัญหาครับ..." คณินเอ่ยเสียงแหบพร่า สายตาไม่ละไปจากใบหน้าของลัลน์ลลินแม้แต่น้อย ก้าวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมตัวยาวทีละก้าว ราวกับสัตว์ป่าหิวกระหายที่กำลังไล่ล่าเหยื่อชิ้นสำคัญ "แต่... สัญญาฉบับนี้ จะต้องมี 'เงื่อนไขพิเศษ' เพิ่มเติม"
ลัลน์ลลินเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบอย่างน่ามอง เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวหรือสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอกลับวางปากกาลงช้าๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับพญาหงส์ที่กำลังมองดูสุนัขจนตรอก
"เงื่อนไขพิเศษอะไรคะ ท่านประธานคณิน?" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างเย้ยหยัน จงใจเน้นเสียงคำว่า 'ท่านประธาน' ให้เจ็บแสบถึงทรวงใน "บริษัทของเราทำธุรกิจบนพื้นฐานของความโปร่งใสและผลประโยชน์ร่วมกันค่ะ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว... เกรงว่าห้องประชุมบริษัทคงจะไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการระบายความรู้สึกนะคะ"
คำพูดที่เชือดเฉือนและสายตาที่มองมาอย่างไร้ค่า ทำให้คณินรู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความจริงที่ว่า... เขากำลังจะสูญเสียเธอไปตลอดกาล
ชายหนุ่มโน้มตัวลงใช้มือสองข้างเท้าขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวจนระยะห่างเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น กลิ่นอายความเป็นชายและน้ำหอมราคาแพงระคนกับความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวเขาล้อมกรอบลัลน์ลลินเอาไว้ทั้งหมด ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีทีท่าจะถอยหนี เธอยังคงสบตาเขาตรงๆ แววตาสั่นไหวในอดีตถูกแทนที่ด้วยความแข็งกระด้างดุจเพชร
"ผมขอคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว... ลัลน์ลลิน" คณินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่เขาไม่เคยใช้กับใครตลอดชีวิต "แค่ห้านาที... ขอร้องล่ะ"
ลัลน์ลลินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เย็นเยียบและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอยกมือขึ้นปัดปกเสื้อสูทของเขาออกอย่างไม่ไยดี ราวกับรังเกียจสัมผัสของเขาเสียเต็มประดา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของประธานหนุ่มแทบหยุดชะงัก
"ไม่มีอะไรต้องคุยค่ะคุณคณิน... อดีตของเรามันจบไปนานแล้ว" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดปล่อยรอยยิ้มพิฆาตที่แฝงไปด้วยคมมีดแห่งการแก้แค้น "และถ้าคุณอยากได้โปรเจกต์นี้... ก็จดจำใส่สมองเอาไว้ให้ดี ว่าตอนนี้ 'คุณ' ต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องก้มหัวขอร้อง 'ฉัน'"
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ตัวแทนบริษัทและเลขาฯ ต่างพากันก้มหน้าหลบตากับความสัมพันธ์ที่คุกกรุ่นราวกับลาวาใต้พื้นพิภพของคนทั้งคู่ คณินยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจบีบรัดจนเจ็บแปลบราวกับถูกบดขยี้ด้วยมือของเธอเอง
ทว่า... ในจังหวะที่ความเงียบงันกำลังครอบงำ ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดผางขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสองขวบที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาเกาะขาแม่ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
"ม้ามี๊ฮะ! คุณป้าบอกว่าไอติมหมดแล้ว... อ๊ะ! ปะป๊า?"
ร่างเล็กๆ ของ 'น้องลีโอ' ที่ถอดแบบใบหน้า ท่วงท่า และดวงตาสีนิลมาจากคณินราวกับใช้พิมพ์เดียวกัน พลันหยุดชะงักเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มที่ยืนค้ำหัวอยู่
คณินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เมื่อมองเห็นเด็กน้อยหน้าตาเหมือนเขาราวกับส่องกระจกเงา ยืนอยู่ตรงหน้า...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและคราบน้ำตามาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 14
โชคชะตาที่หมุนวนกลับมา
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!