หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 6

ตามหาที่ไม่พบ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
หน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนภาพใบหน้าคมคายที่กำลังขมวดมุ่นจนเกิดรอยย่นระหว่างคิ้ว คณินเคาะนิ้วเรียวยาวลงบนพื้นโต๊ะเป็นจังหวะกระชั้นชิด ความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงบ่ายกำลังแผ่ซ่านกัดกินความอดทนทีละน้อย เมื่อสายโทรศัพท์ที่เขาต่อตรงไปยังหมายเลขคุ้นเคย กลับดังยาวอย่างไร้การตอบรับเป็นครั้งที่สิบ ไร้สัญญาณการตอบรับ... เช่นเดียวกับความว่างเปล่าที่เธอจงใจทิ้งไว้เบื้องหลัง ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารชุดสุดท้ายที่เพิ่งส่งมาจากฝ่ายกฎหมาย มันคือสัญญาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินและสิทธิ์การดูแลบางประการที่เขาตั้งใจจะให้เธอเซ็นชื่อให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด แต่ทว่า... เจ้าของลายเซ็นนั้นกลับระเหิดหายราวกับอากาศธาตุ ติดต่อไม่ได้แม้แต่เงา ลีลาในยามนี้ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่จะยอมก้มหัวรอให้เขาเรียกหาเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว "คุณชาตรี..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกเลขานุการคนสนิททันทีที่ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้องทำงาน "ครับ... เอ่อ ค่ะท่านประธาน" เลขานุการหนุ่มรีบเปลี่ยนสรรพนามและปรับสีหน้าแทบไม่ทัน เมื่อเห็นแววตาดุดันที่ส่งตรงมา "ผมให้คุณติดต่อไปทางคุณลีลา ตั้งแต่บ่ายโมงจนตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้ว ทำไมยังติดต่อไม่ได้ เธอหายหัวไปไหน" คณินยิงคำถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบยาพิษ ความกระวนกระวายใจลึกๆ ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง "ทางผมพยายามติดต่อไปทุกช่องทางแล้วครับ... เอ่อ ค่ะคุณลีลา ทางบ้านและเบอร์ส่วนตัวไม่มีใครรับสายเลยครับ เหมือนว่าเธอจะบล็อกการติดต่อทั้งหมด หรือไม่ก็..." ชาตรีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นดวงตาของเจ้านายหนุ่มวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง "หรืออะไร พูดให้มันจบสิชาตรี!" "หรือเธอตั้งใจจะหลบหน้าท่านประธานจริงๆ ค่ะ... เอ่อ ครับ" ชาตรีเกือบพลาดพลั้งใช้คำพูดผิดชีวิตเปลี่ยนอีกรอบ คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนชาตรีต้องรีบก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ความพ่ายแพ้ที่ไม่คุ้นชินกำลังแผดเผาอกแกร่ง เขาไม่เคยถูกผู้หญิงเมินใส่... โดยเฉพาะผู้หญิงที่เคยเป็นเงาตามตัวเขามาตลอดสามปีในฐานะภรรยาในนาม "หลบหน้าฉันอย่างนั้นหรือ? คิดว่าหนีพ้นหรือไง" ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง สูทเนื้อดีถูกสะบัดเบาๆ ก่อนที่เขาจะคว้ากุญแจรถบนโต๊ะมาถือไว้มั่น "ตามหาตัวเธอให้เจอ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน คอนโดเก่า หรือบริษัทออร์แกไนซ์ที่เธอเพิ่งไปร่วมหุ้นด้วย เอาตัวเอกสารชุดนี้ไปให้เธอเซ็นเดี๋ยวนี้ ถ้าทำไม่ได้ ไม่ต้องกลับมาทำงาน!" "รับทราบค่ะ! ดิฉัน... เอ้ย ผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้เลยครับท่าน!" ชาตรีโค้งตัวรับคำสั่งแทบไม่ทัน ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินจ้ำอ้าwออกจากห้องไปด้วยความลนลาน เมื่อความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง คณินก็ทิ้งตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างใช้ความคิด ความหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็นความคุกกรุ่นในอก ภาพใบหน้าเรียบเฉยและแววตาว่างเปล่าของลีลาในวันที่เธอยื่นใบหย่าให้เมื่อหลายเดือนก่อน ยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่เลิกรา ผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนไป... เธอนิ่งขึ้น แข็งกระด้างขึ้น และเด็ดเดี่ยวจนน่ากลัว รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่เคยมีให้เขาในคืนวันวานอันเร่าร้อน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกำแพงน้ำแข็งที่หนาทึบ แต่ยิ่งเธอพยายามถอยห่าง เขากลับยิ่งรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดประหลาดที่ฉุดกระชากให้เขาอยากเข้าใกล้ อยากทำลายกำแพงนั้นลง แล้วบังคับให้เธอกลับมาอยู่ภายใต้อาณัติของเขาเหมือนเดิม คณินก้าวออกจากบริษัทด้วยความหงุดหงิดระคนกระวนกระวาย ขับรถสปอร์ตคันหรูมุ่งหน้าไปยังอพาร์ตเมนต์เก่าที่เขาเคยได้ยินว่าเธอใช้เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานชั่วคราวของบริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่เธอก่อตั้งขึ้นมาใหม่ด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาของตัวเอง บรรยากาศยามเย็นของย่านธุรกิจใจกลางเมืองคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่คณินกลับรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนลานประหารแห่งความรู้สึก รถยนต์คันหรูจอดสนิทเทียบฟุตบาทหน้าอาคารพาณิชย์สูงสี่ชั้นที่ถูกรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นสตูดิโอดีไซน์สุดเก๋ ป้ายชื่อร้านขนาดกะทัดรัดสลักด้วยตัวอักษรเรียบหรู 'LALIN DESIGN' สะดุดตา เขาผลักประตูเข้าไปด้านใน เสียงกระดิ่งลมกรุ๊งกริ๊งดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้และกาแฟคั่วชั้นดี "ขอโทษนะคะ ทางเราปิดทำการแล้วค่ะ หากต้องการติดต่อเรื่องงาน รบกวนฝากข้อความไว้ทางอีเมล..." เสียงหวานใสที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง เนื่องจากเจ้าตัวกำลังก้มหน้าวุ่นอยู่กับการตรวจแบบแปลนบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ คณินหยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานนั้น ดวงตาคมกไล่สำรวจร่างระหงในชุดสูทลำลองเข้ารูป ดูเป็นเวิร์กกิ้งวูแมนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความมั่นใจ ลีลาในยามนี้งดงามเจิดจ้าเสียจนเขาสะท้านในอก เธอดูดีขึ้นมาก... สวยขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และไม่มีคราบน้ำตาของผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมหลงเหลืออยู่อีกเลย เมื่อความเงียบโรยตัวนานผิดปกติ ลีลาจึงเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ่อนโยนบัดนี้ราบเรียบและเย็นชาทันทีที่สบเข้ากับดวงตาคมกริบของอดีตสามี ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที แต่รอยยิ้มเยาะหยันก็ถูกยกขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดความไหวหวั่น "อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณประธานผู้สูงส่งนี่เอง มีธุระอะไรถึงเกียรติมาเหยียบสถานที่รกหูรกตาอย่างสตูดิโอเล็กๆ ของฉันคะ" น้ำเสียงหวานเอ่ยถามอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย เธอนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ราวกับกำลังต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญที่ไร้ค่าในสายตา คณินขบกรามแน่น ความถือดีพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีที่เห็นท่าทีเมินเฉยและคำพูดเชือดเฉือนนั้น เขาไม่ใช่ผู้ชายที่จะยอมให้ใครมาหยามหน้าได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอดีตภรรยาที่เคยนอนร่วมเตียง "ฉันติดต่อเธอไม่ได้... ลีลา" เขาเอ่ยเสียงต่ำ ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนเกือบชิดร่างบาง "เธอตั้งใจบล็อกฉันใช่ไหม? คิดจะเล่นเกมหนีหนี้หรือไง หم?" ลีลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูระคายหูเขาเหลือเกิน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะต่างกันพอสมควร แต่แววตาที่เธอมองเขากลับสูงส่งและเย่อหยิ่งเสียจนคณินต้องหายใจสะดุด "หนีหนี้? พูดอะไรน่าขันนะคะคุณคณิน เราหย่าขาดจากกันตามกฎหมายและพินัยกรรมความสัมพันธ์เฮงซวยนั่นเรียบร้อยแล้ว ฉันไม่มีหนี้อะไรต้องชดใช้ให้คุณอีก และที่สำคัญ..." ลีลาดึงเอกสารบางแผ่นขึ้นมาถือไว้ ปลายเล็บเรียวสวยเคลือบสีนู้ดสะท้อนแสงไฟ "ฉันไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องคุยกับคุณ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว เชิญกลับไปซะค่ะ ก่อนที่ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุก" "ลีลา!" คณินคำรามลั่นด้วยความโกรธ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ "อย่ามาทำอวดดีกับฉันนะ! เอกสารสำคัญเรื่องสิทธิ์การจัดการทรัพย์สินร่วมยังไม่ได้เซ็น เธอยังสะสางกับฉันไม่จบ!" "ปล่อยฉันนะ! คนบ้า!" ลีลาสะบัดข้อมือหนiสุดแรงเกิดด้วยความเจ็บปวด แต่ยิ่งเธอสะบัด เขาก็ยิ่งบีบรัดแน่นขึ้นจนผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดงช้ำ ในเสี้ยววินาทีที่ทั้งยื้อยุดกันไปมา ประตูห้องกระจกด้านหลังสตูดิโอก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยเตาะแตะที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาหาผู้เป็นแม่ "มัมมี่ฮะ... ปะป๊าซื้อขนมมาฝาก..." เสียงเล็กๆ นั้นหยุดชะงักลงทันที พร้อมกับร่างเล็กป้อมที่หยุดยืนนิ่ง คณินชะงักกึก หันขวับไปมองตามเสียงนั้น ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อเด็กชายตัวน้อยหน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาเป๊ะ กำลังยืนถือตุ๊กตาหมีอ้าปากค้างมองหน้าเขาด้วยความตกใจ... และใบหน้าด้านข้างของเด็กชายคนนั้น มีปานแดงรูปใบไม้จางๆ ที่หลังใบหู... ตำแหน่งเดียวกับเขาราวกับแกะสลัก! ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%