กลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวที่แพรรุ้งจงใจสั่งมาประดับไว้จนล้นห้องทำงาน PENTHOUSE ชั้นบนสุดของอาคารหรู ยามนี้กลับไม่ได้สร้างความรื่นรมย์ให้แก่เจ้าของห้องเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับส่งกลิ่นฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียนในความรู้สึกของคณิน
ชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปกำลังยืนทอดสายตามองทัศนียภาพเบื้องล่างผ่านกระจกใสบานยักษ์ นิ้วเรียวยาวคีบแก้ววิสกี้ชั้นดีไว้หลวมๆ แต่อารมณ์ภายในอกกลับคุกรุ่นและขุ่นมัวอย่างหาต้นตอไม่ได้
"คุณคณินคะ... รุ้งเลือกเนคไทเส้นนี้ให้ บอกแล้วว่าใส่ประชุมกับผู้ถือหุ้นวันนี้แล้วจะเสริมบารมี ดูสิคะ เหมาะกับคุณที่สุดเลย"
เสียงหวานหยดย้อยของไฮโซสาวตระกูลดังดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงลิบที่เดินนวดเข้ามาประชิดตัว มือเรียวที่มีเล็บเจลยาวแต่งแต้มอย่างประณีตเอื้อมมาแตะที่ปกเสื้อสูทของเขาอย่างถือวิสาสะ
แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วนั้นแตะลงบนเนื้อผ้า คณินกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนราวกับหลีก
เลี่ยงสิ่งปฏิกูล ดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววรำคาญใจอย่างไม่คิดจะปกปิด
"ผมจัดการเรื่องเครื่องแต่งกายเองได้ครับ... เอ๊ย ไม่ใช่... ผมจัดการเองได้" คณินเผลอขมวดคิ้วมุ่นเมื่อความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
"คุณคณินเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ตั้งแต่เช้าแล้ว ดูคุณเหม่อๆ แถมยัง... ดูห่างเหินกับรุ้งแปลกๆ ด้วย" แพรรุ้งกัดริมฝีปากอย่างขัดใจ พยายามดึงความสนใจกลับมาด้วยการแนบกายเข้าหา พร้อมกับจงใจใช้น้ำเสียงออดอ้อนที่มักได้ผลเสมอในอดีต
แต่สำหรับวันนี้... มันกลับทำให้คณินนึกถึงผู้หญิงอีกคนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
ผู้หญิงที่เคยยืนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ ผู้หญิงที่ไม่เคยเอ่ยปากขอร้องให้เขาซื้อของแพงๆ ให้ ไม่เคยแต่งตัวจัดจ้านส่งกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกมารบกวนสมาธิ และที่สำคัญที่สุด... แววตาของเธอยามที่มองเขาในยาระยะสุดท้าย มันเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและความเจ็บปวดที่เขาเพิ่งมารู้ซึ้งถึงพิษสงของมันในวันที่สายไปเสียแล้ว
*ลีลา...*
ชื่อนั้นวนเวียนอยู่ในหัวสมองของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งราวกับคำสาป ตั้งแต่เขาได้เห็นเธอเดินเฉิดฉายในงานเลี้ยงกาล่าเมื่อคืนก่อน ในฐานะตัวแทนผู้บริหารสาวแกร่งจากบริษัทพาร์ทเนอร์รายใหญ่ ภาพลักษณ์ของลัลน์ลลินเปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหิน เธอไม่ได้เป็นเพียงภรรยาเก่าที่นั่งรอเขาอยู่ก้นครัวเรือนหอที่เย็นเยียบอีกต่อไปแล้ว เธอดำรงอยู่ด้วยความสง่างาม เย่อหยิ่ง และเฉยชาต่อเขาอย่างสิ้นเชิง
และที่ยิ่งไปกว่านั้น... หัวใจของเขากลับกระหน่ำเต้นรัวอย่างไร้เหตุผล ทุกครั้งที่นึกถึงรอยยิ้มที่เธอมอบให้กับผู้ชายคนอื่นในงาน
"รุ้ง..." คณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นจนอีกฝ่ายสะดุ้ง "ผมมีงานต้องสะสางต่อ คุณกลับไปก่อนเถอะ"
"แต่ว่าเรานัดทานมื้อเที่ยงกันไว้นะคะคุณคณิน..."
"ผมบอกให้กลับ!" เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำลงจนน่ากลัวทำให้แพรรุ้งหน้าเสีย เธอเม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจ แต่ก็ไม่กล้าเซ้าซี้ต่อมากกว่านั้นเพราะรู้ดีว่าขีดความอดทนของชายหนุ่มตรงหน้ามีจำกัดแค่ไหน ไฮโซสาวจำใจต้องคว้ากระเป๋าถือใบหรูแล้วเดินกระแทកส้นเท้าออกไปจากห้องทำงาน
ทันทีที่บานประตูห้องปิดลง ความเงียบสงบก็โรยตัวอีกครั้ง แต่คณินกลับรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
ชายหนุ่มโยนแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง มือหนานวดคลึงขมับตัวเองอย่างแรงเพื่อขับไล่ภาพความทรงจำบ้าๆ และข่าวลือที่เขากලාงได้ยินมาเข้าหูเมื่อเช้า
*ข่าวลือที่ว่า... ลลินกำลังจะแต่งงานใหม่*
แค่คิดว่าจะมีผู้ชายคนอื่นเข้ามาแตะต้องเนื้อตัวผู้หญิงที่เป็นอดีตภรรยา... คนที่เคยเป็นของเขา... ความหึงหวงบ้าคลั่งก็แผดเผาช่องอกจนร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุม คณินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
เขารู้ดีว่าเขามันเลว เขารู้ดีว่าตัวเองเคยผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใยขนาดไหนในอดีต แต่ไม่รู้ทำไม... ความคิดที่ว่าเธอจะไปเป็นของคนอื่น ถึงได้ทำให้เขาอยากจะพังทุกอย่างรอบตัวให้ราบเป็นหน้ากลองได้ขนาดนี้!
ในขณะเดียวกัน ที่ตึกสำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองอีกฟากหนึ่ง ลัลน์ลลินกำลังยืนตรวจเอกสารโครงการร่วมทุนชิ้นสำคัญด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นฉายแววเด็ดเดี่ยวและเฉียบคม รัศมีของความเป็นเวิร์กกิ้งวูแมนแผ่ซ่านออกมาจนไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ
"คุณลีลาคะ เอกสารสรุปยอดไตรมาสนี้ทางฝั่งของคุณคณินส่งมาแก้รอบที่สามแล้วค่ะ เขาบอกว่ามีจุดที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่ม... ให้ดิฉันประสานงานให้เขาโทรมาคุยโดยตรงไหมคะ" เลขานุการสาวเอ่ยถามด้วยความเกรงใจ
ลีลางדวตาขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักสวยยกยิ้มเยาะหยันขึ้นมาอย่างไม่มีใครทันสังเกต
"ไม่ต้องค่ะ... ถ้าคุณคณินอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก หรือสมองเสื่อมจนตีความตัวเลขง่ายๆ ไม่ได้ ก็ให้เขาส่งทีมงานคนอื่นมาคุยแทน ฉันไม่มีเวลาว่างพอจะไปนั่งอธิบายอะไรให้เด็กอมมือฟังซ้ำซากหรอกนะคะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดราวน้ำแข็งไสทำเอาเลขานุการสาวถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือรับแฟ้มเอกสารกลับไปแทบไม่ทัน
ลีลาหมุนตัวกลับมามองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาคู่สวยทอประกายความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเกราะเหล็กกล้า เธอผ่านคืนวันที่ต้องร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดมาหมดแล้ว ไม่มีทางที่ผู้ชายใจร้ายคนนั้นจะมีอิทธิพลเหนือหัวใจเธอได้อีก... ไม่มีทางเด็ดขาด!
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความคิด ก่อนที่ประตูห้องทำงานส่วนตัวจะเปิดผางเข้ามาโดยไม่รออนุญาต
ลีลาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ กำลังจะเอ่ยปากไล่ผู้บุกรุกไร้มารยาท แต่ทว่า... เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและลมหายใจหอบกระชั้น ร่างทั้งร่างของเธอก็แข็งค้างไปชั่วขณะ
คณิน... เขามาทำอะไรที่นี่!
"คุณลีลา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอในระยะประชิด ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยปะทะจมูก แสดงให้เห็นว่าเขาเพิ่งผ่านการดื่มมาอย่างหนักหน่วง
"ที่นี่ที่ทำงานของฉันค่ะ คุณคณิน... เชิญออกไปก่อนที่คุณจะทำให้ฉันต้องเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย" ลีลาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมมือไม่ให้สั่นเทาขณะดันตัวลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า
แต่คณินกลับไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือหนาคว้าหมับลงที่ข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลที่เธอไม่มีทางสะบัดหลุด
"จริงเหรอ..." คณินแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "ข่าวลือที่เขาพูดกัน... ว่าเธอกำลังจะแต่งงานใหม่กับไอ้หมอศัลย์นั่น... มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหมลีลา! เธอ要么จะเอาลูกของฉันไปให้มันเป็นพ่อใช่ไหม!"
ลีลาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโกรธจัดที่ถูกเขาล่วงเกินเรื่องส่วนตัว เธอสะบัดข้อมือสุดแรง
"ปล่อยฉันนะ! ฉันจะแต่งงานกับใคร หรือลูกของฉันจะเป็นลูกของใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาเสือก! เราหย่ากันขาดแล้ว คุณคณิน! จำไม่ได้หรือไง!"
คณินหน้าชาดิกกับคำพูดที่เชือดเฉือนหัวใจนั้น แต่แทนที่จะปล่อย เขากลับยิ่งรั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้มสาก
"ไม่ใช่เรื่องงั้นเหรอ..." เสียงกระซิบพร่าต่ำลอดผ่านไรฟันของเขา เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่ใกล้ระเบิด "จำเอาไว้ให้ดีนะลลิน... ต่อให้เธอจะจดทะเบียนสมรสใหม่กับใคร หน้าศาลหรือนรกที่ไหน... ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยให้เธอพาลูกไปจากอกฉันเด็ดขาด!"
ในจังหวะที่หัวใจของลีลากำลังเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่นและโกรธเกรี้ยว ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสองขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก ที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาพร้อมกับเสียงใสแจ๋ว
"ม้ามี๊จ๋า... น้องลีโอหิวขนม... เอ๊ะ ปะป๊า?"
เด็กน้อยหยุดชะงักกึก ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากคณินราวกับพิมพ์เดียวกัน กะพริบปริบๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าที่กำลังกอดมารดาของตนอยู่
คณินแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาด ร่างกายทุกส่วนชาดิกในวินาทีที่ก้มลงสบตากับเด็กน้อยผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจก... และบนคอเสื้อของเด็กชาย... สร้อยจี้รูปดาวเก้าแฉกเส้นเล็กที่เขาจำได้แม่นว่าเคยซื้อให้ลีลาในวันครบรอบแต่งงาน กำลังแกว่งไกวสะท้อนแสงไฟอย่างเด่นชัด!
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ
หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 7
ข่าวลือและความจริง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าหวังจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!