กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและควันธูปจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานขนาดเล็กของศรุต เสียงลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ทว่าปลายนิ้วที่กำลังคีบวัตถุชิ้นเล็กขึ้นมาส่องใต้แสงไฟฉาย LED กลับสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะแรงปะทะทางความคิดที่กำลังประเดประดอนเข้ามาในสมอง
“คุณศรุต...” เสียงของรินรดาเอ่ยขึ้นเบาหวิวในความมืด มือเรียวคว้าชายเสื้อโค้ทของเขาไว้แน่นเป็นครั้งแรก “เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วค่ะ... และดูเหมือนว่า ของที่คุณเก็บขึ้นมาเมื่อครู่ จะไม่ใช่แค่เบาะแสธรรมดาเสียแล้วล่ะค่ะ”
ศรุตชะงักฝ่ามือที่กำลังจะหยิบแว่นขยาย เขาไม่หันขวับไปมองตามสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ แต่เลือกที่จะใช้หลักการทางมานุษยวิทยาและสถิติที่ตนร่ำเรียนมาควบคุมสติ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับระดับออกซิเจนในเลือด แล้วจึงค่อยๆ เอี้ยวคอมองข้ามไหล่ไป
ความมืดที่มุมห้องไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป เงาดำทะมึนร่างหนึ่งกำลังบิดเกลียว คล้ายกับหมึกสีดำที่หยดลงในแก้วน้ำใส มันค่อยๆ ก่อรูปเป็นสัดส่วนของมนุษย์ แต่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ—ช่วงแขนยาวเกินจริงและไม่มีเงาสะท้อนกับแสงไฟ
“ผมเห็นแล้วครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันติดปากพูดคำว่า ค่ะ/นะคะ ตามประสาผู้หญิงน่ะนะคะ” ศรุตพึมพำแก้คำพูดตัวเองเบาๆ เมื่อหันกลับมาสบตากับรินรดาที่กำลังส่งสายตาเตือนสติมาให้
ในฐานะนักมานุษยวิทยาผู้ยึดมั่นในตรรกะ ศรุตพยายามอธิบายปรากฏการณ์ตรงหน้าด้วยทฤษฎีจิตวิทยาฝูงชนและพลังงานความร้อนตกค้าง (Residual Energy) แต่ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะถูกเหรียญโบราณลึกลงไปในร่องดินเมื่อครู่ ข้อมูลบางอย่างก็ไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่กำลังรันคำสั่ง
*ติ๊ง... ตรวจพบวัตถุอาคมระดับภัยคุกคาม Class-B เชื่อมโยงกับคดีคนหายจำนวน 7 รายในเขตย่านเก่า*
เสียงก้องในหัวนั้นไม่ใช่หูแว่ว ศรุตขมวดคิ้วแน่น เขารู้จักอาการประสาทหลอนดี แต่นี่คือ "ระบบระเบียบ" ลึกลับบางอย่างที่ถูกปลุกขึ้นมาพร้อมกับคดีที่เขากำลังสืบหา ทว่าตอนนี้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือความปลอดภัยของคนตรงหน้า
“รินรดา ถอยไปสามก้าวค่ะ” ศรุตเอ่ยเสียงเรียบแต่มั่นคง มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท หยิบผงเกลือทะเลผสมว่านสาวหลงที่เขาพกไว้ตามคำแนะนำของเธอออกมาเตรียมพร้อม “สิ่งนี้ไม่ใช่แค่วิญญาณเร่ร่อน แต่มันคือ ‘รอยประทับ’ ของคนที่มีชีวิตอยู่แต่ไร้จิตวิญญาณ”
รินรดายอมถอยหลังตามที่บอกอย่างว่าง่าย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงกลมไม่ได้ฉายแววหวาดกลัว ตรงกันข้าม เธอกลับยกมือขึ้นจรดระหว่างคิ้ว ท่องคาถาบทสั้นๆ ที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษสำนักอาคม เพื่อสร้างเขตอาคมป้องกันเบื้องต้น นิ้วเรียววาดกลางอากาศเป็นอักขระโบราณที่เรืองแสงสีทองจางๆ ตัดกับความมืดมิดในห้อง
“คุณศรุตวิเคราะห์ไม่ผิดหรอกค่ะ” เสียงนุ่มลึกของเธอดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน “เหรียญที่คุณเก็บขึ้นมาเมื่อครู่ คือ ‘เหรียญเบิกทาง’ ที่ใช้ในการสลับร่างคนเป็นกับคนตาย เคสคนหายที่คุณตามหาอยู่... พวกเขาไม่ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องงรอย แต่พวกเขายังติดอยู่ในมิติซ้อนทับที่นี่ เพราะมีใครบางคนจงใจใช้พวกเขาเป็น ‘สะพาน’”
เงาดำที่มุมห้องส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงราวกับเสียงเหล็กขูดกระจก อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว ศรุตไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่รินรดากางอาคม พุ่งตัวเข้าไปใช้ไหวพริบทางกายภาพ—เขาไม่ได้ใช้คาถาอาคม แต่ใช้แท่งโลหะทองเหลืองปักลงบนจุดอับกระแสลมตามหลักฮวงจุ้ยและสนามแม่เหล็กโลกที่เขาคำนวณไว้
*เปรี๊ยะ!*
เสียงประหลาดดังขึ้นราวกับกระจกแตกร้าว แรงกระแทกจากการปะทะระหว่างวิทยาศาสตร์ไสยเวทและพลังงานลึกลับทำให้ศรุตเซถอยหลังไปสองก้าว รินรดาพุ่งเข้ามาประคองแขนเขาไว้ทัน สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเธอช่วยดึงให้เขากลับมาสู่ความเป็นจริง
“เก่งมากค่ะ... เกือบไปแล้วนะคะ” รินรดากระซิบชื่นชมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อแห่งความเหนื่อยล้า แต่มันกลับเต็มไปด้วยประกายแห่งการเติบโตและการเรียนรู้ร่วมกัน
ศรุตระบายยิ้มบางๆ ออกมาท่ามกลางสถานการณ์อันตราย “ผมบอกแล้วว่า ทุกอย่างมีคำอธิบาย... แม้กระทั่งเรื่องผีสาง หากเรามองมันเป็น ‘ระบบ’ ที่มีกฎเกณฑ์รองรับ”
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้พักหายใจ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก—มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ปกติ แต่เป็นเสียงลากเท้าที่พร้อมเพรียงกันอย่างไร้ชีวิตจิตใจ
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เธอกำชายเสื้อของศรุตแน่นขึ้นอีกนิดเมื่อเงาดำด้านนอกเริ่มทวีจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
และในวินาทีที่เงาแรกก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีดำสนิทก็ปรากฏตัวขึ้นที่ปลายทางเดิน ใบหน้าของบุคคลนั้นถูกซีกเงาดำบังไว้ครึ่งหนึ่ง แต่รอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากส่งตรงมายังพวกเขานั้น ช่างคุ้นตาเสียจนศรุตต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ยินดีต้อนรับสู่การทดสอบรอบถัดไป... คุณนักมานุษยวิทยา และทายาทแห่งสำนักอาคม" เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทาย ก่อนที่หน้าต่างทุกบานในห้องจะปิดตายลงพร้อมกันอย่างไร้แรงลม...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครนะคะ
ทัณฑ์วิญญาณคนบาปกับนักมานุษยวิทยาสายมู•ตอนที่ 2
การพบกันที่ไร้คำอธิบาย
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์วิญญาณคนบาปกับนักมานุษยวิทยาสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
