ทัณฑ์วิญญาณคนบาปกับนักมานุษยวิทยาสายมู•ตอนที่ 3

รอยเท้าในมิติที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย นภากระซิบผี
"เสียงกลอนประตูกระทบวงกบเมื่อครู่ ไม่ใช่กลไกของโลหะค่ะ... แต่เป็นแรงดึงดูดจากมวลสารทางจิตวิญญาณที่มีความหนาแน่นสูงเกินระดับปกติถึงสามเท่า" ปลายนิ้วเรียวยาวของรินรดาแตะลงบนพื้นไม้สักเก่าคร่ำคร่าของห้องสมุดปิดตาย หยาดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามขมับของเธอ แม้ใบหน้าจะยังคงความสงบนิ่งราวกับรูปสลักหินอ่อน แต่ดวงตาคู่คมกลับกวาดมองไปทั่วทุกซอกมุมด้วยความระแวดระวัง ศรุตขยับแว่นสายตา เลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบไหว เขาย่อตัวลงใช้แผ่นกระดาษซับน้ำมันตรวจเช็กลายนิ้วมือและร่องรอยความชื้นบนพื้นตามหลักมานุษยวิทยากายภาพ ผสมผสานกับการคำนวณทิศทางกระแสลมที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง "ห้องนี้ถูกออกแบบตามผัง 'อัฐธาตุปิดทวาร' ของสำนักไสยเวทโบราณค่ะคุณศรุต" รินรดาเอ่ยเสียงเบา ทว่ากังวานก้องในความเงียบงัน "พวกมันไม่ได้ต้องการขังเราไว้เพื่อฆ่า แต่กำลังใช้พื้นที่นี้เป็น 'ห้องทดลอง' เพื่อบีบให้เราถอดรหัสความจริงเบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสิบปีก่อนต่างหาก" ศรุตไม่ตอบทันที ชายหนุ่มดึงตลับเมตรเหล็กออกมาวัดระยะห่างระหว่างชั้นหนังสือโบราณกับเสาไม้ค้ำยัน สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว—ทุกตารางนิ้วที่นี่ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติที่ไร้เหตุผล แต่มันคือสถาปัตยกรรมแห่งความกลัวที่ถูกควบคุมด้วย "กฎ" บางอย่าง หากพวกเขาหาจุดเชื่อมโยงระหว่างรอยเท้าปริมาณมหาศาลที่ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวฝุ่นหนาเตอะโดยไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดไม่ได้ ทั้งคู่จะต้องติดอยู่ในมิติซ้อนทับนี้ไปตลอดกาล "รอยพวกนั้นไม่ได้เดินมาจากประตูหรือหน้าต่างค่ะ" ศรุตเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจในหลักการวิเคราะห์ "สังเกตจากลักษณะการกดทับของมวลน้ำหนัก แรงโน้มถ่วงบนรอยเท้าเหล่านี้ถูกกลับด้านในแนวตั้งฉาก... มันคือรอยเท้าที่กดลงมาจากเพดานมุ่งสู่พื้นดิน ไม่ใช่เดินจากซ้ายไปขวาอย่างที่มนุษย์ทั่วไปกระทำ" รินรดาหันขวับมามองสหายร่วมทาง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่ง ในฐานะทายาทสำนักอาคม เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความอาฆาต แต่ศรุตกลับสามารถอธิบายปรากฏการณ์อาคมระดับสูงนี้ให้ออกมาเป็น "ฟิสิกส์เชิงไสยเวท" ได้อย่างแม่นยำภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ความอบอุ่นสายหนึ่งพลันไหลผ่านความหนาวเหน็บในอกของหญิงสาว มิตรภาพและการพึ่งพาอาศัยกันท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้ คือสิ่งที่ทำให้พวกเขารอดชีวิตมาได้จนถึงบททดสอบนี้ "ถ้าอย่างนั้น... จุดศูนย์กลางของการกดทับย่อมอยู่ตรงกึ่งกลางห้องพอดีค่ะ" รินรดากล่าวพร้อมกับดึงยันต์กระดาษสีชาออกจากอกเสื้อ ปลายนิ้วเรียวแตะร่ายคาถาเบาๆ เพื่อขับไล่ไอหมอกสีดำที่เริ่มลอยวนเวียนอยู่รอบข้อเท้าของทั้งคู่ "ระวังตัวด้วยนะคะ กลิ่นอายแบบนี้... วิญญาณบรรพบุรุษที่ถูกผนึกไว้ในคดีนั้นกำลังตื่นขึ้นมาแล้ว" ทันใดนั้น ชั้นหนังสือไม้สักโบราณน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมก็เริ่มสั่นสะเทือน หนังสือปกหนังโบราณนับร้อยเล่มร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นช่วยกันปัดกวาด ศรุตไม่ลังเลที่จะคว้าแขนของรินรดาให้หลบเข้ามาใต้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ พร้อมกับหยิบแผ่นยันต์คุ้ม ภัยที่รินรดามอบให้เมื่อครู่ขึ้นมาถือไว้มั่น แม้เขาจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยึดมั่นในเหตุผล แต่การเรียนรู้ที่จะเคารพกฎเกณฑ์ของโลกอีกใบก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเติบโตในเส้นทางนี้ "เราต้องหาจุดร่วมระหว่างคดีน้องสาวของคุณกับคดีในห้องนี้ค่ะศรุต" รินรดากระซิบชิดริมหูของชายหนุ่มท่ามกลางเสียงคำรามต่ำๆ ที่ดังมาจากผนังห้อง "เบาะแสสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล แต่มันอยู่บนรอยเท้าคู่ที่สามที่กำลังเดินตรงมาหาเรา..." ศรุตหันขวับไปมองตามปลายนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังมุมมืดสนิทของห้องสมุด หัวใจของเขาเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณนักสืบที่ตื่นตัวถึงขีดสุด ท่ามกลางความมืดมิดและฝุ่นควัน รอยเท้าใหม่เอี่ยมคู่หนึ่งกำลังปรากฏขึ้นทีละก้าว... บนโต๊ะทำงานที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่! ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปาก เสียงแจ้งเตือนความถี่ต่ำอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของศรุต พร้อมกับหน้าต่างระบบภารกิจสีแดงฉานที่สว่างวาบขึ้นในความมืด— *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเป้าหมายระดับ SSS "ผู้ควบคุมมิติเงา" ปรากฏตัวในรัศมี 0 เมตร... เงื่อนไขการปลดล็อกความทรงจำถูกกระตุ้น: คุณยอมแลกสิ่งใด เพื่อแลกกับการพบหน้า "เธอ" อีกครั้ง?]* ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับนภากระซิบผีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์วิญญาณคนบาปกับนักมานุษยวิทยาสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%