เสียงก้าวเท้าหนักแน่นที่หยุดลงตรงหน้าประตูห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ทำลายความตึงเครียดภายในห้องลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม บรรยากาศกลับถูกบีบให้แคบลงจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อ "กันตภณ" ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ สายตาคมกริบของเขากวาดมองผ่านช่องว่างระหว่างมินตราและภาคินที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ด้วยระยะห่างไม่ถึงคืบ
"ดูเหมือนผมจะมาผิดจังหวะสินะครับ... หรือว่ามาถูกเวลาพอดี?"
กันตภณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัย ทว่าในสายตาของภาคินเวลานี้ เพื่อนสนิทพ่วงตำแหน่งคู่แข่งทางธุรกิจรายนี้กำลังทำตัวเป็นก้างชิ้นโตที่น่ารำคาญที่สุดในโลก
ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจไม่ใช่เพราะกันตภณเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ แต่เป็นเพราะจังหวะเมื่อครู่... จังหวะที่เขากำลังจะโน้มใบหน้าลงไปหาคนปากเก่งเพื่อปิดปากด้วยวิธีของตัวเอง กำลังถูกทำลายลงอย่างไม่เป็นท่า
"รู้ตัวก็ดีนี่กันต์" ภาคินแค่นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมดุวัดรอยพาลใส่ผู้มาใหม่โดยไม่คิดจะปิดบัง "มีธุระอะไร ถึงได้เดินเข้าห้องคนอื่นโดยไม่เคาะประตูกลอนให้มันมีมารยาทบ้าง"
"ผมเคาะแล้วครับ แค่คุณสองคนมัวแต่... สมาธิแน่วแน่กับเรื่องตรงหน้า จนไม่ได้ยินเสียงต่างหากล่ะ" กันตภณยักไหล่ด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับมินตราที่รีบผละถอยหลังออกห่างจากภาคินทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองปนกระดากอาย เธอกวาดสายตาหนีภาพความกดดันตรงหน้าแล้วปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด "ถ้าคุณกันต์มีธุระคุยกับคุณคิน ฉันขอตัวก่อนนะคะ... เอ๊ย ขอตัวก่อนนะครับ" เธอยั้งปากแทบไม่ทันเมื่อเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินออกมาต่อหน้าผู้ชายปากร้ายทั้งสองคน
"ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น!" ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดจนมินตราต้องชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวถอยหลัง "เรื่องของเรายังเคลียร์กันไม่จบ มินตรา!"
"แต่คุณกันต์เขามีธุระงานไม่ใช่เหรอคะ... เอ๊ย... ครับ" มินตรากัดริมฝีปากอย่างนึกหมั่นไส้ตัวเองที่เกือบหลุดปากอีกรอบ
กันตภณหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทีต่อล้อต่อเถียงที่ดูเหมือนคู่กัดมากกว่าสามีภรรยาคู่นี้ "งานของผมรอได้ครับ ไม่รีบ... แต่ดูจากสีหน้าของคุณภาคินแล้ว น่าจะกำลังรีบเคลียร์ 'เรื่องส่วนตัว' มากกว่า งั้นผมรอข้างนอกก่อนดีกว่าไหมครับ?"
คำว่า 'เรื่องส่วนตัว' ถูกเน้นเสียงด้วยความหมายแฝงที่ทำเอาภาคินอยากจะพุ่งเข้าไปซัดเพื่อนสนิทสักหมัดข้อหาหมั่นไส้เกินเบอร์
"ไม่ต้องรอข้างนอกไหนทั้งนั้น นายมีอะไรก็พูดมาตรงนี้!" ภาคินตวาดกร้าว พยายามข่มอารมณ์กรุ่นโกรธที่ตีรวนอยู่ในอก สายตาคมกวาดกลับมามองภรรยาตัวเองที่ยืนกอดอกเชิดหน้าใส่อย่างไม่เกรงกลัว
มินตราลอบถอนหายใจเบาๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่จางลงไปบ้าง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับยังเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ภาพเหตุการณ์ก่อนที่กันตภณจะเปิดประตูเข้ามายังคงวนเวียนอยู่ในหัวสมอง
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที...
ในตอนที่มินตราก้าวถอยหลังหนีคำพูดจาถางถางของสามีจนสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ร่างบางเสียหลักหงายหลังลงไป ภาคินที่ยืนประชิดตัวอยู่แล้วด้วยสัญชาตญาณดิบของความเป็นสุภาพบุรุษ... หรืออาจจะเป็นเพราะความหวงก้าง เขายื่นมือคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน แรงดึงกระชากทำให้ร่างของทั้งคู่พุ่งเข้าหากันอย่างแรงจนลมหายใจปะทะกัน
ในเสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน
ใบหน้าของภาคินโน้มลงมาตามแรงโน้มถ่วง ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนไปอย่างฉิวเฉียด และด้วยความตกใจ มินตราจึงเบือนหน้ากลับมาเพื่อจะต่อว่า ทำให้ริมฝีปากหยักได้รูปของภาคินเฉียดผ่านมุมริมฝีปากอิ่มของเธอไปแบบเฉียดฉิว ชนิดที่เรียกว่าห่างกันเพียงมิลลิเมตรเดียวเท่านั้น!
สัมผัสอุ่นวาบที่ริมฝีปากแม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีแต่มันกลับทิ้งกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง ความนุ่มนวลที่เจือด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศทำให้มินตราถึงกับสมองตื้อตันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวรากับจะทะลุออกมานอกอก ส่วนภาคินเองก็ชะงักค้าง ดวงตาคมกล้าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนปรารถนาที่พุ่งวาบขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
และนั่นคือจังหวะเดียวกันกับที่ประตูกลอนถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของกันตภณ!
*ให้ตายสิ... เกือบไปแล้วเชียว*
มินตราสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอยกมือขึ้นแตะมุมปากตัวเองโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอแสดงอาการพิรุธออกมา ทว่าการกระทำนั้นกลับอยู่ในสายตาของภาคินตลอดเวลา
ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นปลายนิ้วเรียวสัมผัสเบาๆ ตรงจุดที่ริมฝีปากของพวกเขากลืนกินระยะห่างกันเมื่อครู่ ความรู้สึกร้อนรุ่มตีตื้นขึ้นมาในอก
"ถ้าไม่มีอะไรสำคัญจริงๆ นายไสหัวออกไปก่อนกันต์" ภาคินหันไปไล่เพื่อนสนิทอย่างไร้เยื่อใย น้ำเสียงห้วนจัดแสดงความหงุดหงิดอย่างชัดเจน
"ใจร้ายจباتเฮียคิน" กันตภณยิ้มกริ่ม แววตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นเพื่อนรักตกอยู่ในสภาพเสียอาการ "ผมแค่มารายงานเรื่องเอกสารโปรเจกต์ใหม่... แต่เห็นทีตอนนี้ ผมควรปล่อยให้คุณเคลียร์กับ 'เมียแต่ง' ให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า ดูท่าทางแล้ว... เคลียร์ไม่ดี มีหวังได้หย่ากันจริงๆ สมใจคุณแน่"
สิ้นคำพูดนั้น กันตภณก็หมุนตัวเดินกลับออกไปพร้อมกับปิดประตูให้เรียบร้อยอย่างรู้ความ ทิ้งให้ภายในห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดและร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ภาคินค่อยๆ หันกลับมามองภรรยาสาวที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตากลมโตคู่นั้นหลบเลี่ยงการสบตา แต่มันกลับยิ่งขับเน้นความน่าเอ็นดูในสายตาของเขา
"มองทำไมคะ..." มินตราเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง "ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ฉันขอตัวไปเคลียร์งานเอกสารข้างนอกดีกว่าค่ะ... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่มินตราจะก้าวเท้าหนี ภาคินก็ขยับตัวเข้ามาประชิดรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ มือหนาคว้าข้อแขนเรียวเล็กเอาไว้แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ร่างบางเซเข้าหาแผงอกกว้างโดยไม่มีช่องให้ขัดขืน
"ปล่อยนะคุณคิน!" มินตราตื่นตระหนก เงยหน้าขึ้นต่อว่าด้วยความไม่พอใจ ทว่าดวงตากลมโตกลับต้องเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขากลับมาใกล้ชิดกันจนน่าอันตรายอีกรอบ
ลมหายใจอุ่นร้อนของภาคินเป่ารดอยู่เหนือหน้าผาก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านทำให้สติสัมปชัญญะของมินตราเริ่มพร่าเลือน
ภาคินก้มมองภรรยาในอ้อมแขน สายตาคมกล้าคู่นั้นไม่ได้ดุดันเหมือนทุกที แต่มันกลับลึกล้ำและเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของมินตรากระตุกวูบอย่างแรง
"เมื่อกี้... เธอคิดอะไรอยู่ หืมนมินตรา?"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยกระซิบข้างใบหูช่างทรงพลังเสียจนขนลุกซู่ มินตราพยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจดวงนี้ ทว่าปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขากลับเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอกลับมาสบตากันตรงๆ
"ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น! ปล่อยฉันนะ คุณไม่มีสิทธิ์มา..."
"ไม่มีสิทธิ์เหรอ?" ภาคินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นแผ่วเบา ทว่าแววตาของเขากลับจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน "ทะเบียนสมรสอยู่ในมือฉัน สิทธิ์ทั้งหมด... ฉันมีเต็มร้อย"
"คุณมันเผด็จการ!"
"ยอมรับก็ได้" ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากหยักแทบจะสัมผัสกับใบหูเนียน "แต่เมื่อกี้... ที่เธอเผลอเอานิ้วแตะริมฝีปากตัวเอง..."
มินตราสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อถูกจับพิรุธได้คาหนังคาเขา
"...เธอไม่ได้กำลังคิดถึงสัมผัสเมื่อกี้... เหมือนที่ฉันกำลังคิดอยู่ใช่ไหม?"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาจนน่าตกใจทำให้มินตราถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวรากับถูกไฟลน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าในความเงียบนั้น เสียงหัวใจของคนทั้งคู่กลับเต้นระรัวประสานกันเป็นจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด
ภาคินจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ความยับยั้งชั่งใจที่พยายามอดทนมาตลอดเริ่มพังทลายลงทีละน้อย สัญชาตญาณดิบในตัวสั่งให้เขาทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจที่ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่แคร์
ใบคมคายค่อยๆ โน้มต่ำลงไปอีกครั้ง ช้าๆ ทว่ามั่นคง เป้าหมายคือริมฝีปากคู่นั้นที่เอาแต่ต่อล้อมكเถียงเขาไม่หยุด
มินตราหลับตาปี๋ หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามแรงดึงดูดอันบ้าคลั่งนี้...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นความตายอีกครั้งอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
พร้อมกับเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาของเลขาหนุ่มหน้าห้องที่เอ่ยรายงานเสียงดังฟังชัดโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ
"ท่านประธานครับ! ปัญหาใหญ่ที่โรงงานสาขาใหญ่เกิดเรื่องด่วนครับ คุณคินต้องรีบไปดูหน้างานเดี๋ยวนี้เลยครับ!"
ภาคินหยุดชะงักกึก ใบหน้าคมคายผละออกห่างจากภรรยาสาวอย่างหัวเสียสุดขีด ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่งจนเลขาหนุ่มหน้าซีดเผือดไม่กล้าสบตา
ทว่า... ก่อนที่ภาคินจะหันไปจัดการกับเลขาตัวแสบ เขากลับก้มลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหูของมินตราที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความโล่งใจระคนเสียดาย...
"รอดตัวไปนะมินตรา... แต่คืนนี้ เคลียร์กันยาวแน่"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ!
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 12
รอยจูบข้างริมฝีปาก
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!