"ถ้าการแต่งงานครั้งนี้ มันทำให้คุณค่าในตัวฉันเหลือแค่ศูนย์... เราก็ควรจบมันแค่นี้ไหมครับ คุณภาคิน"
น้ำเสียงที่สั่นเครือแต่ไร้ซึ่งรอยน้ำตาในทีแรก กลับกลายเป็นอาวุธมีดที่กรีดลึกลงกลางใจประธานหนุ่มมหาเศรษฐีอย่างไม่ทันตั้งตัว ท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับแขก V.I.P. เพนต์เฮาส์หรู บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความอึดอัด เมตตาหรือความเห็นใจไม่เคยปรากฏในแววตาคมกริบของภาคิน มีเพียงความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่งตามนิสัย "ปากแข็ง" ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด
แต่แล้ว... สิ่งที่ภาคินไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้ก็เกิดขึ้น
มินตราไม่ได้ตบโต๊ะ ไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้ขว้างปาข้าวของเหมือนนางเอกละครหลังข่าว เธอกลับยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเขา ไหล่บางไหวสะท้อนเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่ขาดห่วน ก่อนที่หยาดน้ำใสๆ เม็ดแรกจะเอ่อล้นขอบตาคู่สวย แล้วร่วงหล่นผ่านแก้มเนียนลงมาอย่างเงียบเชียบ เป็นความเงียบที่ทรงพลังยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ ในโลก
"มิน..." ภาคินเผลออุทานออกมา คำพูดที่เตรียมจะพ่นใส่เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองกลับติดอยู่ที่ลำคอ หัวใจของเขาเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากวูบลงไปที่ตาตุ่ม ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง—มันคือความ "ใจกระตุก" ที่รุนแรงเสียจนเขาหายใจไม่อิ่ม
ผู้หญิงปากเก่งคนนี้ คนที่ต่อปากต่อคำกับเขาได้อย่างไม่เกรงกลัวอำนาจเงินนับหมื่นล้าน คนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความไร้เหตุผลของเขา... กำลังร้องไห้ และต้นเหตุของหยาดน้ำตานั้น ก็มาจากความเย็นชาโง่เง่าของตัวเขาเอง
"คุณจะเงียบทำไมล่ะครับ" มินตราพยายามยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกลวกๆ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นสะท้อนความช้ำใจอย่างถึงที่สุด "สนุกมากไหมครับที่ได้เห็นฉันเป็นตัวตลกในเกมของคุณ? สนุกมากใช่ไหมที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันถึงที่นี่... ในฐานะอะไรล่ะ? ในฐานะภายนอกที่ไม่มีความหมายอะไรเลยงั้นเหรอ!"
ภาพของ "ผู้หญิงอันตราย" คนที่เพิ่งเดินออกไปจากห้องนี้เมื่อไม่กี่นาที0ก่อน ยังคงสร้างรอยแผลความระแวงในใจมินตรา แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น... มันคือแววตาเรียเฉยของภาคินต่างหาก คนที่เผลอใจให้จนหมดตัว แต่กลับได้รับความว่างเปล่ากลับมาเป็นรางวัล
ภาคินก้าวเท้าเข้าไปหาภรรยาตามสัญชาตญาณ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าประชิดเพื่อจะควบรวมเธอไว้ในอ้อมแขนเหมือนทุกครั้งที่เกิดปัญหา แต่ปัญหานี้... มันไม่ใช่เรื่องธุรกิจที่ใช้เงินแก้ได้ และมันก็ไม่ใช่ความเข้าใจผิดผิวเผินที่อธิบายด้วยคำพูดสวยหรูไม่กี่คำแล้วจะจบ
"หยุดนะ! อย่าเข้ามา" มินตราก้าวถอยหลังหนี พร้อมกับยกมือขึ้นห้ามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง "อย่าแตะต้องตัวฉันด้วยซ้ำถ้าคุณยังมองฉันเป็นแค่... ของประดับบารมีที่รกหูรกตา"
"มินตรา อย่าพูดจาไร้สาระ" ภาคินขมวดคิ้วแน่น สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความซึนและทิฐิที่สั่งสมมานานทำให้เขาไม่กล้าเอ่ยคำว่า *'ขอโทษ'* ออกมา แม้ในใจตอนนี้มันจะร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา "คุณก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนพูดจาหวานหู... เรื่องผู้ phụ nữ คนนั้น ผมจัดการเองได้น่า คุณจะคิดมากไปทำไม"
"จัดการ? คุณบอกว่าจัดการเหรอครับคุณภาคิน!" มินตราแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา รอยยิ้มสมเพชตัวเองปรากฏบนริมฝีปากบาง "ตลอดเวลาสามเดือนที่เราแต่งงานกัน คุณเคยให้เกียรติฉันในฐานะภรรยาจริงๆ สักครั้งไหม? นอกจากการแสดงละครออกงานสังคมเพื่อรักษาหน้าตาตระกูลของคุณแล้ว ฉันมีค่าอะไรในสายตาคุณบ้าง... ตอบสิครับ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ภาคินอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่คำพูดมันจุกอยู่ที่อก สมองของประธานหนุ่มผู้ปราดเปรื่องในโลกธุรกิจกลับว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง เขาแก้ปัญหาโปรเจกต์หมื่นล้านมานักต่อนัก เจรจาพลิกวิกฤตเป็นโอกาสมานับไม่ถอย แต่ทำไม... กับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังยืนร้องไห้อยู่ตรงหน้า เขากลับรู้สึกเหมือนคนโง่เง่าที่ทำอะไรไม่ถูกเลยสักอย่าง
ความหงุดหงิดตัวเองพุ่งพล่านจนเขาอยากจะทุบผนังห้องให้พัง แต่เมื่อเห็นหยดน้ำตาบนแก้มของเธอดังเดิม ความโกรธเกรี้ยวเหล่านั้นก็มลายหายไป เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ระคนความเจ็บปวดในอกข้างซ้าย
"มิน..." ภาคินพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียว แต่ครั้งนี้มินตราไวกว่า เธอบิดตัวหลบพร้อมกับถอยหลังไปจนชิดขอบหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ที่มองเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของมหานครเบื้องล่าง
"เอกสารหย่า... ฉันเซ็นวางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณแล้วนะครับ" มินตราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อกอบกู้เศษเสี้ยวความเข้มแข็งสุดท้ายกลับคืนมา แม้เสียงจะยังสั่นอยู่ก็ตาม "เราจบกันแค่นี้เถอะครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง... และลากقอนครับคุณภาคิน"
สิ้นคำประกาศิตนั้น มินตราก็หันหลังให้ทันที เธอสาวเท้าเดินตรงไปยังประตูห้องนอนใหญ่เพื่อเก็บสัมภาระ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผู้ชายที่ยืนนิ่งค้างเป็นหินอยู่กลางห้องอีกเลย
ภาคินยืนมองแผ่นหลังบางที่สั่นเทานั้นเดินลับหายไป ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตาคำว่า *'หมาโบ้'* ที่เพื่อนสนิทอย่างกันตภณเคยหยอกล้อไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน วิ่งวนเข้ามาในหัวสมองของเขาอย่างเยาะเย้ย
ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง สายตาคมกวาดมองไปเห็นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะทำงาน—เอกสารที่ระบุคำว่า *'ใบสัญญาหย่า'* ชัดเจนเต็มสองตา
มือหนาเอื้อมไปหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิดดูด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งราวกับมีภูเขามาทับ หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน กลัว... กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะหายไปจากชีวิตของเขาจริงๆ
ในวินาทีที่ภาคินกำลังจะตัดสินใจลุกขึ้นเพื่อตามไปรั้งเธอไว้ เสียงกริ่งหน้าประตูก็กรีดร้องดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเคาะรัวเร็วดังปังๆ แบบไม่มีมารยาท
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ภาคินขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ใครกันที่กล้ามาบุกรุกห้องของเขาในเวลาวิกาลเช่นนี้?
แต่ก่อนที่เขาจะได้เดินไปเปิดประตู ประตูห้องรับแขกบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ—ร่างสูงโปรดของ "กันตภณ" เพื่อนสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ และประโยคที่ทำให้เลือดในกายของภาคินเย็นเฉียบลงในพริบตา
"เฮียคิน... แย่แล้วล่ะวะ! ฉันเพิ่งเจอมินตราที่ล็อบบี้เมื่อกี้ เธอบอกว่าโสดสนิท... และกำลังจะไปกินข้าวฉลองกับฉันคืนนี้พอดี!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับเรื่องราวของเฮียคินและน้องมินตราด้วยกันเสมอนะครับ
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 30
น้ำตาหยดแรกของคนปากแข็ง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!