รอยยิ้มของกันตภณไม่ได้เป็นเพียงแค่มารยาททางสังคม แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีที่ระเบิดความหงุดหงิดในอกของภาคินให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะแช่แข็งคนตรงหน้าให้กลายเป็นจุล
"ถ้าว่างมากนัก เอาเวลาไปตรวจงบดุลไตรมาสหน้าของบริษัทนายจะไม่ดีกว่าเหรอ, กันตภณ" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ลดฮวบลงรอบกาย
กันตภณหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่ห้อ ท่าทางสบายๆ ของเขานั้นช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของภาคิน ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะอาหารอีกนิด จงใจทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับมินตราในระดับที่เรียกว่า 'ใกล้ชิดเกินกว่าเพื่อนร่วมงานทั่วไปจะทำกัน'
"งานการผมเคลียร์เรียบร้อยดีครับเฮียคิน ถึงได้มีเวลามาเดินเล่นแถวนี้... แล้วบังเอิญเห็นคุณมินตรายืนอยู่คนเดียวพอดี ก็เลยกะว่าจะเข้ามาทักทายตามประสาคนคุ้นเคย" กันตภณจงใจเน้นเสียงคำว่า *คนคุ้นเคย* พร้อมกับส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายภาคิน
มินตราขยับตัวเล็กน้อย แววตาคู่สวยฉายแววระแวดระวังปนความแปลกใจ เธอจำกันตภณได้ดี เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มักจะปรากฏตัวตามงานสังคมชั้นสูงบ่อยครั้ง และมักจะมีท่าทีอัธยาศัยดีจนน่าสงสัย—โดยเฉพาะเมื่อเขายืนอยู่ต่อหน้าภาคิน
"สวัสดีค่ะคุณกันต์" มินตราทักทายตามมารยาท พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ให้ "ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่นะคะ"
"เรียกผมว่ากันต์เฉยๆ ดีกว่าครับคุณมิน... สำหรับผมแล้ว โลกนี้กลมกว่าที่คิด และเรื่องบังเอิญแบบนี้ก็มักจะมีเรื่องดีๆ ซ่อนอยู่เสมอ" กันตภณกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สายตาที่ทอดมองมินตราเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
*เคร้ง!*
เสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องดังขึ้นอย่างจงใจ แรงกระแทกนั้นมากพอที่จะเรียกความสนใจจากทั้งสองคนให้หันกลับไปมองต้นเสียง
ภาคินขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลจากร่างหนาทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารดูอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น ใบหล่อเหลาบึ้งตึงจนขึ้นสันกราม ดวงตาคมกวาดมองมือของกันตภณที่เผลอขยับเข้าไปใกล้แขนของมินตราด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือ 'ความหึงหวง'
หึง... บ้าไปแล้ว เขาเนี่ยนะจะหึงผู้หญิงปากเก่งคนนี้?
ภาคินพยายามบอกตัวเองว่านั่นไม่ใช่ความหึง แต่เป็นความรำคาญ รำคาญที่คนนอกเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัว และรำคาญที่ภรรยาในนามของเขากำลังทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายอื่นต่อหน้าธารกำนัล แต่วินาทีที่สมองสั่งให้คิดแบบนั้น หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นกระหน่ำรุนแรงด้วยความกรุ่นโกรธที่ยากจะควบคุม
"ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ ก็เชิญไปโต๊ะของนายเถอะกันตภณ ภรรยาผม... ผมดูแลเองได้" น้ำเสียงของภาคินต่ำลึก เจือแววประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
กันตภณเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนสนิทและคู่แข่งทางธุรกิจ "โอ๊ะ... ผมแค่ทักทายตามประสาคนรู้จักเองครับเฮียคิน ทำไมต้องทำท่าทางเหมือนหวงก้างขนาดนั้นด้วยล่ะครับ? หรือว่า..."
เขาลดเสียงลงเล็กน้อย ทว่ายังคงดังพอให้คนทั้งสามได้ยินชัดเจน
"...ข่าวลือเรื่องชีวิตแต่งงานของคุณกับคุณมิน ที่ว่าต่างคนต่างอยู่ จะเป็นความจริงซะแล้ว?"
คำพูดนั้นราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงกลางใจของภาคิน ดวงตาคมกริบเบนกลับมามองหน้าภรรยาสาวทันที มินตราสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุดลึกคู่นั้น เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่คิดว่ากันตภณจะกล้าพูดจาแทงใจดำเช่นนี้ต่อหน้าภาคิน
มินตราสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากอิบอิ่มเม้มเข้าหากันก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "เรื่องของฉันกับคุณภาคินจะเป็นยังไง มันก็เป็นเรื่องภายในครอบครัวค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะคุณกันต์ แต่ฉันว่าคุณควรเอาเวลาไปสนใจเรื่องของตัวเองจะดีกว่า"
คำตอบที่เฉียบคมและไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้ภาคินชะงักไปชั่วขณะ ความโกรธที่คุโชนอยู่ในอกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดลึกซึ้ง ผู้หญิงคนนี้... ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังในความอวดดีเลยจริงๆ ต่อหน้าคนนอกเธอก็ยังคงปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองและตบหน้าคนอื่นได้อย่างเจ็บแสบโดยไม่ต้องใช้คำหยาบคาย
กันตภณหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ "สมแล้วที่เป็นคุณมินตรา ปากเก่งและฉลาดเป็นกรด... เอาเป็นว่าผมขอตัวก่อนก็แล้วกันครับ ไม่อยากกวนเวลาสวีท(?) ของคู่สามีภรรยา" เขาปรายตามองภาคินด้วยแววตาท้าทายทิ้งท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี
เมื่อแผ่นร่างของกันตภณลับสายตาไป ความเงียบก็เข้าปกคลุมโต๊ะอาหารทันที
ภาคินยังคงยืนนิ่ง ดวงตาคมจ้องมองภรรยาสาวที่ยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยราวกับจะบอกว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด ความเงียบงันระหว่างเขาทั้งคู่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ร้อนรุ่ม
"เธอสนิทกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่?" ภาคินเปิดปากถามทำลายความเงียบ น้ำเสียงห้วนจัดซ่อนความไม่พอใจเอาไว้ไม่มิด
มินตราหันมาสบตาเขา รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากบาง "ทำไมคะ? ฉันจะรู้จักใคร จะสนิทกับใคร มันก็สิทธิ์ของฉันไม่ใช่หรือไง คุณภาคินเองก็บอกบ่อยนี่คะว่าเราต่างคนต่างอยู่... ดังนั้น พื้นส่วนตัวของฉัน คุณไม่มีสิทธิมาล้ำเส้น"
ประโยคย้อนศรนั้นทำให้ภาคินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วโดยที่มินตราไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่กักตัวเธอไว้ระหว่างพนักเก้าอี้กับแผงอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับความกรุ่นโกรธแผ่ซ่านจนมินตราต้องถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ
"ใครบอกว่าฉันไม่มีสิทธิ..." ภาคินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น "จำใส่สมองเอาไว้ซะมินตรา ต่อ ให้อยู่ในสถานะไหน เธอก็ยังเป็นผู้หญิงของฉัน... ห้ามไปยิ้มเรี่ยราดให้ใครหน้าไหนอีก!"
มินตราหัวใจเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอหายใจติดขัด ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "คุณไม่มีสิทธิมาสั่งฉัน..."
เธอยังพูดไม่ทันจบประโยค ประตูห้องอาหารส่วนตัวด้านหลังก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
"พี่คินคะ! แนนตามหาซะทั่วเลย ทำไมมาหลบอยู่ตรงนี้ล่ะคะ?"
ภาคินชะงัก ร่างหนาผละออกจากมินตราทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ส่วนมินตราหันไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวเข้ามา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ
- ดรากอนไรเดอร์ -
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 8
คำเตือนจากเพื่อนสนิท
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!