เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 7

อุบัติเหตุใกล้ชิด

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"เชิญครับคุณสามี... มาดูกันว่าฝีมือการเต้นรำบนฟลอร์ หรือฝีมือการปราบเมีย... อันไหนมันจะยากกว่ากัน" ประโยคท้าทายที่ทิ้งไว้เมื่อคืนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของภาคิน ชายหนุ่มปรายตามองแก้วบรั่นดีในมือสลับกับร่างบางของมินตราที่กำลังก้าวเดินผ่านห้องนั่งเล่นอย่างไม่สะทกสะท้าน ท่าทีเชิดรั้นและดวงตากลมโตที่ฉายแววท้าทายคู่นั้น ทำให้คำว่า 'ยอมแพ้' ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของประธานหนุ่มผู้กุมอาณาจักรหมื่นล้าน แต่ใครจะคาดคิดว่าเกมจิตวิทยาที่เขากำลังวางแผนเอาคืน จะถูกพลิกเกมด้วยแรงโน้มถ่วงของโลกและพรมราคาแพงในห้องรับแขกเพียงเสี้ยววินาที เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วจนสมองประมวลผลแทบไม่ทัน เมื่อมินตราชะงักฝีเท้ากะทันหันเพื่อหลีกเลี่ยงแจกันเซรามิกโบราณที่แม่บ้านวางไว้ผิดตำแหน่ง ร่างเพรียวระหงสะดุดเข้ากับขอบพรมเปอร์เซีย หญิงสาวอุทานออกมาเบา ๆ ก่อนที่ร่างของเธอจะเสียการทรงตัวและล้มดิ่งลงมา "ระวัง!" ภาคินที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวยาวผุดลุกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวบางเพื่อดึงรั้ง แต่วงแขนที่พยายามช่วยกลับกลายเป็นแรงเหวี่ยงที่ทำให้ร่างทั้งสองร่วงหล่นลงไปกองบนโซฟาด้วยกัน ตุบ! เสียงทับซ้อนของมวลกายและลมหายใจที่กระชากเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มินตราลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของสามีอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับความหอมจาง ๆ ของน้ำหอมแบรนด์หรูพุ่งเข้าปะทะนาสิกจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ในขณะที่ภาคิน... เจ้าของฉายาประธานหนุ่มผู้เย็นชาและไร้หัวใจในสายตาคนนอก บัดนี้กลับนิ่งค้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ตำแหน่งที่พวกเขานอนทับกันอยู่ช่างหมิ่นเหม่และอันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจเสียเหลือเกิน มินตรานอนราบอยู่ใต้ร่างหนาของเขา มือบางข้างหนึ่งยันแผงอกกว้างไว้โดยอัตโนมัติ สัมผัสได้ถึงความแน่นกระชับของกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้า และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... เสียงหัวใจของคนที่อยู่เบื้องบนกำลังเต้นโครมครามราวกับกลองศึก ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก... มันดังเสียจนไม่รู้ว่าเสียงนั้นเป็นของเขาหรือของเธอ "ปล่อยฉันนะคุณ..." มินตราเอ่ยเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีไออุ่นที่เป่ารดพวงแก้ม แต่มือแกร่งที่ยังคงโอบรัดรอบเอวสอบของเธอกลับกระชับแน่นขึ้น ราวกับคีมเหล็กที่ไม่มีวันยอมปล่อย "ใครบอกให้เธอซุ่มซ่ามแบบนี้หื้อมินตรา" ภาคินเค้นเสียงดุ กลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในแววตาด้วยความเคยชินปากร้าย "คิดจะเรียกร้องความสนใจจากฉันด้วยวิธีตกโซฟาหรือไง ถึงได้เล่นใหญ่ขนาดนี้" "ใครเล่นใหญ่กันเล่า! ปล่อยฉันนะ คุณกำลังทับฉันอยู่นะ หนักจะตายอยู่แล้ว!" หญิงสาวเถียงกลับทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองปนความเขินที่พยายามซ่อนไว้สุดชีวิต "ปากเก่งนักนะ..." ภาคินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนคนฟังขนลุกซู่ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงซอกคอขาวทำให้มินตราต้องห่อไหล่โดยไม่รู้ตัว "ไหนบอกว่าอยากรู้นไง ว่าฝีมือปราบเมียของฉันมันยากแค่ไหน... ตอนนี้ก็นอนนิ่ง ๆ แล้วพิสูจน์ดูสิ" สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาฉอด ๆ ภาคินรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความใกล้ชิดอย่างไร้ระยะห่างนี้กำลังทำลายกำแพงความเยือกเย็นที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปี ผู้ชายที่เคยประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันสนใจผู้หญิงที่แม่จัดหามาให้ บัดนี้กลับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อกลิ่นกายหอมหวานของภรรยาเริ่มครอบงำสติสัมปชัญญะ มินตราสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่แววตารำคาญใจอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นประกายความร้อนรุ่มบางอย่างที่ทำให้เธอไม่กล้าสบตาตรง ๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก "คุณคิน... ถอยไปเดี๋ยวนี้เลยนะ" เธอกลืนน้ำลายฝืดคอ พยายามออกแรงผลักแผงอกเขาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนแรงอันน้อยนิดนั้นจะไม่ระคายผิวของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย "ไม่ถอย..." ภาคินตอบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาอีกนิด จนจมูกโด่งเกือบจะสัมผัสกับปลายจมูกรั้นของเธอ "ในเมื่อเธอกล้าท้าทายฉันเอง ก็ต้องรับมือกับผลที่จะตามมาให้ได้ด้วยสิ มินตรา" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันและความร้อนที่แผ่ซ่านจากร่างกายของคนทั้งคู่ ภาคินไล่สายตาจากดวงตาคู่สวยลงมาที่เรียวปากสีพีชธรรมชาติที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างเผลอไผล นิ้วเรียวแกร่งที่เคยโอบเอวเปลี่ยนมาเป็นเกลี่ยไล้เส้นผมที่ระกรอบหน้าให้อย่างแผ่วเบา โดยที่เจ้าตัวก็แทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำกิริยาที่อ่อนโยนนี้ออกไป มินตรานิ่งงันไปกับสัมผัสที่ไม่คุ้นเคย หัวใจที่ควรจะเต้นด้วยความโกรธ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นไหวแปลกประหลาด ความซึนเดระที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวของสามีปากร้ายคนนี้ กำลังถูกหลอมละลายลงทีละน้อยภายใต้สถานการณ์อันแนบชิด ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหากันอย่างไร้ระยะห่าง เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศสีชมพูนั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ กริ๊งงงง! ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ภาคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนหัวเสีย ส่วนมินตราอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ดันร่างของสามีออกสุดแรง จนภาคินเซถอยหลังไปสองสามก้าว หญิงสาวรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลิบลับ ใบหน้ายังคงแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นและกรุ่นอารมณ์ที่ค้างคา เธอกลั้วหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะหันไปมองทางประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับสวนด้านนอก ประธานหนุ่มพ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความขัดเคือง ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดที่มารบกวนช่วงเวลาสำคัญ เขาสบถในลำคอเบา ๆ ก่อนจะหันไปสั่งแม่บ้านที่กำลังเดินงุ่มง่ามเข้ามา "ใครมา..." ภาคินเอ่ยเสียงเข้มด้วยความอารมณ์เสีย แม่บ้านวัยกลางคนสะดุ้งรีบโค้งตัวลงต่ำด้วยความกลัว ก่อนจะเอ่ยรายงานเสียงสั่น "เอ่อ... คุณกันตภณครับ บอกว่ามีเรื่องด่วนสำคัญมากเกี่ยวกับโครงการร่วมทุนใหม่... และขอพบคุณคินกับคุณมินตราทันทีเลยครับ" สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงโปรดของกันตภณก็ก้าวเข้ามาในห้องรับแขกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าบ้านอนุญาต รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมคาย พร้อมกับสายตาที่กวาดมองสภาพอันน่าสงสัยของสามีภรรยาตระกูลภาคินอย่างจับผิด "โอ๊ะ... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?" กันตภณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาแพรวพราวทอดมองสลับระหว่างภาคินที่หน้าตาบึ้งตึงกับมินตราที่ยังคงยืนหายใจไม่ทั่วท้อง ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%