เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 6

ดินเนอร์หน้ากาก

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
เสียงชัตเตอร์ของสื่อมวลชนที่รัวกระทบกันราวกับพายุฝน ไม่ได้สร้างความระคายเคืองให้แก่ประสาทสัมผัสของภาคินเท่ากับสัมผัสอุ่นจัดที่เกี่ยวพันอยู่บริเวณข้อศอกของเขาในยามนี้ ปลายนิ้วเรียวของมินตราไม่ได้จิกเกร็งด้วยความหวาดกลัว ตรงกันข้าม เธอกลับวางน้ำหนักลงมาพอดิบพอดีในองศาที่ดูสนิทสนมและแนบเนียนจนหากใครมองมาจากระเบียงชั้นสองของโรงแรมหรูแห่งนี้ คงไม่มีทางคาดเดาได้เลยว่า เมื่อสิบนาทีที่แล้วในรถยนต์เบนซ์กันกระสุน ทั้งคู่เพิ่งจะเปิดฉากสงครามประสาทใส่กันด้วยโควตาประโยคเชือดเฉือนที่ไม่ยอมลดราวาศอก "ยิ้มหน่อยสิครับคุณสามี สื่อเขากำลังซูมมาที่แหวนเพชรบนนิ้วเรานะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังลอดผ่านริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบ องศารอยยิ้มของมินตราถูกยกขึ้นอย่างงดงาม สมฐานะภรรยาเอกของตระกูลมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ซ่อนอยู่หลังขนตางอนยาว ภาคินแค่นเสียงลอดไรฟัน "เธออย่าลามปามให้มันมากนักนะมินตรา... มือเธอนั่นแหละ เลิกจิกเนื้อฉันเสียที ถ้าเนื้อตรงนี้เขียวขึ้นมา ฉันจะให้คนไปรื้อห้องเสื้อประจำตัวเธอทิ้งให้หมด" "เชิญเลยค่ะ... เอ๊ย เชิญเลยครับ" มินตราเกือบหลุดคำสามัญประจำตัวออกมาเมื่อเจอความดุดันเข้าใส่ แต่เธอก็ไหวพริบเป็นเลิศในการปรับสรรพนามกลับมาทันควันก่อนที่แฟลชกล้องตัวไหนจะจับพิรุธได้ "ถ้าคุณคินรื้อห้องเสื้อฉัน ฉันก็จะไปเหมาคอลเลกชันใหม่จากมילานมาลงเพิ่มให้แน่นห้องแต่งตัวของคุณแทน รับรองว่าเงินในบัญชีคุณสั่นสะท้านแน่ ๆ" ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้ากากแฟนซีสีดำสนิทหรี่ลงเล็กน้อย ในค่ำคืนงานการกุศล "Masquerade of Empire" หน้ากากขนนกและโลหะรมดำถูกสวมไว้เพื่ออำพรางตัวตนที่แท้จริง แต่สำหรับภาคินแล้ว หน้ากากชิ้นนี้กลับกลายเป็นเครื่องพันธนาการที่ทำให้เขาต้องสวมบทบาท "สามีผู้คลั่งรัก" ต่อหน้าสาธารณชน ทั้งที่ในความเป็นจริง เขากำลังจะบ้าตายอยู่แล้วกับความดื้อรั้นของภรรยาที่เพิ่งยื่นใบหย่าให้เมื่อสัปดาห์ก่อน เส้นเลือดที่ขมับของภาคินปูดโปนขึ้นมาอย่างเด่นชัด... ไอ้เพื่อนเวร! มันมาถูกจังหวะนรกเสียจริง ๆ! เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที ภาพที่กันตภณก้าวเข้ามาทักทายภรรยาของเขาด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ พร้อมกับยื่นมือมาหมายจะแตะปลายศอกของมินตรา ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวราวกับภาพสלอว์โมชั่น หากวันนั้นเขาไม่ดึงเอวบางเข้ามาชิดจนกระดุมสูทแทบปริ และหากมินตราไม่ยอมเล่นละครตบตาประชาชีด้วยการซบหน้าลงกับอกเสื้อเขาเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกันตภณ ป่านนี้ข่าวหน้าหนึ่งคงพาดหัวฉาวโฉ่ว่า "คู่ร้าวหมื่นล้าน" ไปแล้ว และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขากับเธอต้องมายืนเคียงคู่กัน ปั้นหน้ายิ้มรับแขกเหรื่อระดับประเทศในค่ำคืนนี้ "สวัสดีครับคุณภาคิน... และสวัสดีครับคุณมินตรา สมเป็นคู่รักกิ่งทองใบหยกจริง ๆ งานนี้เพิ่งจัดปีแรก แต่เคมีของพวกคุณกลบรัศมีคนอื่นหมดเลยนะครับเนี่ย" เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปรดของกันตภณที่ก้าวเข้ามาประชิด ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี หน้ากากสีเงินยวงลวดลายจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ปิดบังใบหน้าครึ่งซีก เหลือเพียงรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความนัยบางอย่างซึ่งภาคินอยากจะซัดให้ร่วงลงไปนอนกองกับพรมเปอร์เซียเสียเหลือเกิน มินตราขยับตัวเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่างอย่างสุภาพ แต่ปลายนิ้วที่คล้องแขนภาคินอยู่กลับกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเธอบ่งบอกความระแวดระวัง แม้ริมฝีปากจะแย้มยิ้มตามมารยาทสังคมก็ตาม "ขอบคุณครับคุณกันต์ หวังว่าโปรเจกต์รีสอร์ตที่ภูเก็ตจะคืบหน้าไปด้วยดีนะ ถึงได้มีเวลาว่างมาร่วมงานการกุศลที่ผมเป็นเจ้าภาพร่วมแบบนี้" ภาคินตอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่แฝงกระแสความกดดันระดับสิบพิกบาร์ สายตาคมกริบมองผ่านช่องหน้ากากจ้องตรงไปยังดวงตาคู่คมของเพื่อนสนิทที่ผันตัวมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจอย่างไม่ลดละ "งานสำคัญของตระกูลภาคินทั้งที มีหรือที่ผมจะพลาด... อีกอย่าง ผมแค่อยากมาแสดงความยินดีกับคุณมินตราด้วย ที่ได้ยินข่าวว่าช่วงนี้คุณคินเขาตามใจภรรยาจนซื้อเกาะส่วนตัวให้เป็นของขวัญครบรอบแต่งงานจริงหรือเปล่าครับเนี่ย?" กันตภณเบนสายตาไปยังหญิงสาว ไหล่กว้างโน้มลงเล็กน้อยในท่าทางที่จงใจแสดงความสนิทสนมเกินงาม ภาคินขยับตัวก้าวเท้าเข้ามาครึ่งก้าว บังร่างของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ แขนแกร่งที่โอบเอวมินตราอยู่กระชับแน่นจนแทบจะยกเธอให้ลอยขึ้นจากพื้น แรงบีบที่เอวทำให้มินตราต้องนิหน้าเล็กน้อยด้วยความเจ็บ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่โวยวายท่ามกลางสายตาผู้คนนับร้อย "เรื่องภายในครอบครัวผม คงไม่จำเป็นต้องรายงานให้เพื่อนร่วมธุรกิจทราบทุกกระเบียดนิ้วหรอกมั้งครับคุณกันต์" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำลงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวของประธานหนุ่มลดฮวบลงจนอุณหภูมิรอบข้างคล้ายจะติดลบทันที "นั่นสินะครับ... ผมอาจจะล้ำเส้นไปหน่อย ต้องขอโทษด้วย" กันตภณหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หสอ สายตาคู่คมยังคงกวาดมองมินตราด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้ภาคินรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก "แต่คนสวยระดับคุณมินตรา ถ้าวันไหนรู้สึกเบื่ออากาศเดิม ๆ หรือสามีเขาดูแลไม่ทั่วถึง... ประตูบ้านผมเปิดต้อนรับเสมอครับ" สิ้นคำพูดนั้น ภาคินแทบจะพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อคนพูดให้หลุดลอย แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่าการปะทะคารมในงานสังคมชั้นสูง มือเรียวเล็กที่เกี่ยวแขนเขาอยู่ก็เอื้อมขึ้นมาแตะที่หลังมือหนาเบา ๆ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเธอหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดของภาคินลงได้ราวกับมีเวทมนตร์ มินตราเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีผ่านช่องหน้ากาก แม้จะมองไม่เห็นดวงตาเต็มๆ ของเขา แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความระอุของอโทรีนที่แผ่ออกมาจากตัวเขาในยามนี้ เธอจึงตัดสินใจเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงหวานใสที่กังวานพอให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน "ขอบคุณสำหรับคำชวนนะคะคุณกันต์ แต่สามีของฉัน... เขาหวงของยิ่งกว่ามังกรหวงสมบัติเสียอีกค่ะ คงไม่ยอมปล่อยให้ฉันเดินไปไหนรอดหรอกจริงไหมคะคุณคิน?" ประโยคท้ายเธอหันมาเอ่ยกับสามี พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ซ่อนความแสบสันต์ไว้เต็มเปี่ยม ภาคินชะงักไปชั่ววินาที หัวใจที่เต้นกระหน่ำด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับถูกกระชากด้วยแรงดึงดูดบางอย่างจากคำว่า "หวงของยิ่งกว่ามังกร" ที่เธอยกขึ้นมาเย้าแหย่เขาต่อหน้าคู่ปรับ "รู้ตัวก็ดี..." ภาคินก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มแหบพร่าจนเกือบเป็นเสียงครางในลำคอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนภายใต้ชุดราตรีเกาะอก จนมินตรารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "และจำไว้... กลับไปถึงบ้าน เธอโดนปรับทัศนคติชุดใหญ่แน่ มินตรา" กันตภณมองภาพคนทั้งคู่ที่ยืนกระหนุงกระหนิงกันโดยไม่สนใจโลกภายนอก รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อย ๆ เจือจางลง ก่อนจะโค้งตัวลาตามมารยาทแล้วผละหายไปในกลุ่มฝูงชน เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบา ๆ แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนลงบนหน้ากากของคนทั้งคู่ ในวินาทีที่รอบกายเริ่มปลอดผู้คน ภาคินไม่รอช้า เขาตวัดแขนรวบร่างบางเข้ามาชิดแนบกายอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงเบา ๆ พาให้มินตราเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดแกร่งที่ไร้ช่องว่าง เล็บคมของเธอเผลอจิกเข้าที่อกเสื้อสูทของเขาเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับเสาหินอ่อนประดับทองคำ พื้นที่ตรงมุมอับสายตาของห้องจัดเลี้ยงค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นรัวแข่งกัน ภาคินโน้มใบหน้าลงมาจนหน้ากากของเขากับเธอเกือบแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงความเร่าร้อนที่ถูกกดเก็บไว้ภายใต้ความสุภาพเรียบร้อย "เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ..." เสียงทุ้มต่ำเอถาม ชิดริมฝีปากจนแทบจะสัมผัสกัน "มังกรหวงสมบัติ... อย่างนั้นเหรอ?" มินตราเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก แต่ความปากเก่งไม่เคยเป็นรองใคร "ปล่อยฉันนะคุณคิน คนมองอยู่... อุ๊บ!" ประโยคต่อมาถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อปลายนิ้วแกร่งของภาคินเอื้อมมาจับปลายคางมนไว้มั่น ไม่ให้เธอขยับหนี ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะกดทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดอย่างรวดเร็วและเอาแต่ใจ! ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ชั่วพริบตาที่สติกำลังจะหลุดลอย ภาคินก็ผละริมฝีปากออกห่างเพียงเล็กน้อย ทว่ายังคงตรึงร่างเธอไว้ด้วยอ้อมแขนที่แข็งดั่งคีมเหล็ก นัยน์ตาคมกริบภายใต้หน้ากากมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยประกายความหึงหวงและคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "จำใส่สมองไว้..." ภาคินกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากเธอ "สมบัติชิ้นนี้... ต่อให้พลิกแผ่นดินหา ฉันก็ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะ... แม้แต่ปลายเล็บ" มินตรานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึกกับแววตาที่จริงจังจนน่ากลัวของสามี ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของเธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นอันดิบเถื่อนนี้ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงประกาศผ่านไมโครโฟนกลางงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะ— "ขอเรียนเชิญท่านประธานภาคิน และภรรยา ขึ้นกล่าวเปิดฟลอร์เต้นรำคู่แรกของค่ำคืนนี้ครับ!" ภาคินชะงัก สายตาคมกริบหันไปมองต้นเสียงแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงมองหน้าภรรยาที่กำลังส่งยิ้มมุมปากให้เขาอย่างเหนือกว่า มินตราขยับตัวออกจากอ้อมแขนเขาช้า ๆ จัดชุดราตรีให้เข้าที่อย่างเรียบร้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงท้าทายที่ทำเอาภาคินแทบคลั่ง "เชิญค่ะคุณสามี... มาดูกันว่าฝีมือการเต้นรำบนฟลอร์ หรือฝีมือการปราบเมีย... อันไหนมันจะยากกว่ากัน" *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%