เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 9

สงครามประสาทในห้องครัว

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
เสียงมีดสเตนเลสคมกริบกระทบลงบนเขียงไม้เนื้อหนาเป็นจังหวะหนักหน่วง แทนคำประกาศสงครามโดยไม่ต้องเอ่ยปาก มินตราในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมเรียบง่ายแต่กลับขับเน้นทรวดทรงเอวบางให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น กำลังจัดการกับวัตถุดิบตรงหน้าด้วยความคล่องแคล่วราวกับจะระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดลงไปในนั้น กลิ่นหอมฉุนของพริกขี้หนูสวนและกระเทียมที่ถูกตำจนละเอียดแหลกคราบอยู่ในครกหิน เป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าว่าอาหารมื้อเย็นวันนี้ของท่านประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง จะไม่ใช่เมนูรสชาติละมุนลิ้นแบบที่เชฟโรงแรมห้าดาวบรรจงรังสรรค์อย่างแน่นอน “ทำอะไรของเธอ กลิ่นอะไรฉุนแสบจมูกขนาดนี้” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของภาคินที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัว ไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับความตึงเครียดที่เจ้าตัวจงใจแผ่ซ่านออกมา มินตราไม่ได้หันไปมองทันที เธอจงใจตักพริกแกงโขลกเองกับมือลงกระทะที่ตั้งไฟไว้จนร้อนจัด เสียงฉ่าดังสนั่นพร้อมกับกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นมา จนชายหนุ่มต้องยกมือขึ้นโบกไล่ควันแล้วขมวดคิ้วมุ่น “ถ้าเหม็นนัก คุณชายก็เชิญไปรอที่ห้องอาหารสิครับ หรือกลัวว่าลงมาแล้วจะไม่ได้เห็นหน้าผมทำอาหารเอาใจเหมือนทุกที” มินตราบิดตัวหันมาเผชิญหน้า รอยยิ้มพราวระยับที่มุมปากนั้นช่างเย้ายวนกวนประสาทเสียจนคนมองอยากจะเข้ามาเขย่าร่างบางให้หายหมั่นไส้ “ปากเก่งขึ้นนะมินตรา ช่วงนี้ชักจะได้ใจใหญ่แล้วสินะ” ภาคินก้าวประชิดเข้ามาอีกนิด ระยะห่างระหว่างเขากับขอบเคาน์เตอร์แทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง จนร่างของมินตราถูกกักตัวไว้โดยปริยาย ดวงตาคมกราบกวาดมองกระทะที่มีผัดกระเพราเนื้อสับหน้าตาน่ากลัวเพราะพริกแห้งสีแดงเข้มลอยเด่นเป็นภูเขาไฟ “นี่เธอกะจะฆ่าฉันทางอ้อมด้วยอาหารจานนี้หรือไง ใส่พริกมาครึ่งสวนแบบนั้น” “เปล่าหรอกครับ ผมแค่วัดภูมิคุ้มกันคนปากร้ายแถวนี้ต่างหาก” มินตราเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมถอยร่นแม้ว่าแผงอกกว้างของสามีในนามจะอยู่ห่างจากปลายจมูกเธอแค่คืบเดียว “คนบางคนปากบอกว่าเกลียดผมนักหนา แต่สุดท้ายก็ต้องกินฝีมือผมทุกมื้อไม่ใช่เหรอครับ หรือถ้าไม่กล้าพอก็เชิญสั่งฟาสต์ฟู้ดมากินเองสิ ผมไม่ได้บังคับสักหน่อย” คำพูดท้าทายนั้นทำให้กรามแกร่งของภาคินขบเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ แต่ลึกๆ แล้วหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะให้กับความดื้อรั้นและแววตาท้าทายคู่นั้น ผู้หญิงคนนี้แปลกประหลาด... ในขณะที่ผู้หญิงคนอื่นพยายามทำตัวอ่อนหวานและเอาอกเอาใจเขาเพื่อหวังเศษเสี้ยวความสนใจ แต่มินตรากลับเลือกที่จะถือมีดเข้าครัวแล้วทำอาหารรสชาติเผ็ดนรกแตกเพื่อดัดนิสัยเขา “คิดว่าฉันไม่กล้ากินว่างั้นเถอะ” ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ โน้มใบหน้าคมคายเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน “อาหารฝีมือเมียแต่งนอกสายตาอย่างเธอ ต่อให้มันเผ็ดจนลิ้นชาจนตาย ฉันก็กินได้หมดแหละ... เพื่อจะได้ดูว่าเธอจะสรรหาวิธีไหนมาทรมานฉันอีก” คำว่า ‘เมียแต่งนอกสายตา’ ที่เขาจงใจเน้นเสียงกระแทกกระทั้น ทำให้มินตราสะท้านไปทั้งร่าง รอยยิ้มท้าทายเมื่อครู่เกือบจะหลุดร่วง แต่เธอก็ยังคงไว้ซึ่งฟอร์มอันแข็งกระด้าง “ดีครับ งั้นก็ชิมดูให้หมด อย่าเหลือแม้แต่คำเดียวนะครับ” มินตราตักผัดกระเพราสีแดงฉานควันฉุยใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างบรรจง ก่อนจะยื่นส่งให้เขาโดยตรง ทว่าจังหวะที่ยื่นจานออกไป ปลายจานกลับเอียงวูบเล็กน้อยด้วยความตั้งใจหรืออุบัติเหตุบางอย่าง ทำให้เศษเนื้อและน้ำราดรสจัดกระเด็นโดดมาเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงของภาคินทันที “อุ๊ย! ขอโทษครับ มือผมลื่นไปหน่อย” มินตราร้องอุทานด้วยน้ำเสียงที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าแกล้งทำ เธอรีบหยิบกระดาษทิชชูมาชุดใหญ่แล้วเอื้อมมือไปซับรอยเปื้อนบริเวณแผงอกกว้างของเขาอย่างลวกๆ “มินตรา!” ภาคินคำรามต่ำในลำคอด้วยความหงุดหงิด คว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้แน่นเพื่อหยุดยั้งการกระทำที่ชวนให้สติกระเจิดกระเจิงของเธอ สัมผัสจากปลายนิ้วที่แตะต้องลงบนผิวเนื้อผ่านเนื้อผ้า ทำให้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่างจนชายหนุ่มต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ทว่า ในจังหวะที่ยื้อยุดกันไปมา ร่างของมินตราที่เสียหลักเพราะแรงดึงก็เซถลาเข้าปะทะกับแผงอกแกร่งเต็มแรง มือข้างหนึ่งของภาคินที่ว่างอยู่จึงต้องรีบคว้าเอวบางเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอหงายหลังล้มลงไปกระแทกพื้น โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของหญิงสาวผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศในครัว สร้างความมึนงงให้กับประธานหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใคร ภาคินก้มมองดวงหน้าที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่มักจะสรรหาคำพูดเชือดเฉือนเขาอยู่เสมอนั้น ตอนนี้กลับเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ไม่มีใครยอมขยับตัว ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมา ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามจนดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของกันและกัน สายตาคมกราบทอดมองริมฝีปากที่เผยอน้อยๆ อย่างเผลอไผล ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันตรายที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ภาคินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้โดยสัญชาตญาณ หมายจะลิ้มลองความดื้อรั้นที่แสนเย้ายวนนั้นให้หายข้องใจ “ปล่อยผมนะ...” มินตรากระซิบเสียงแผ่วเบา ร่างกายร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไปสำหรับหัวใจที่พยายามสร้างกำแพงป้องกันตัวเองมาตลอด “ถ้าฉันไม่ปล่อย... เธอจะทำไม” เสียงกระซิบพร่าทุ้มลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเธอจนสั่นสะท้าน ภาคินกระชับวงแขนที่โอบเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้สัมผัสกัน เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ก็ทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ นั้นลงในเสี้ยววินาที *กริ่งงงงงงง!* ภาคินสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ดวงตาคมตวัดมองไปทางประตูหน้าบ้านด้วยความหงุดหงิดขีดสุดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ส่วนมินตราอาศัยจังหวะที่แรงกอดคลายลง รีบผลักอกแกร่งออกทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายและตื่นตระหนก “มีแขกมา... ปล่อยผมก่อนสิครับ!” มินตราเอ็ดเสียงเบา พยายามจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่ ภาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมา เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากสั่งให้แม่บ้านไปดูว่าใครมา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญก็พุ่งพรวดเข้ามาถึงห้องครัวเสียก่อน “เฮียคิน! แย่แล้วครับ... เกิดเรื่องใหญ่ที่บริษัทแล้ว!” กันตภณยืนหอบหายักใหญ่อยู่ตรงประตูห้องครัว ใบหน้าเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ แต่พอนัยน์ตาคมกริบของเพื่อนสนิทเหลือบไปเห็นสภาพของภาคินที่มีคราบซอสเปื้อนเสื้อ และมินตราที่ยืนหน้าแดงอยู่ข้างกัน บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงทันที ดรากอนไรเดอร์ (ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความซึนของเฮียคินด้วยกันนะครับ)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%