ความเงียบงันภายในห้องครัวกว้างขวาง ณ เวลานี้ หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าแรงกดดันในห้องประชุมบอร์ดบริหารมูลค่าหมื่นล้าน
นัยน์ตาคมกริบของกันตภณกวาดมองสภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่อ่านยาก ระหว่างร่างสูงใหญ่ของภาคินที่ยังมีคราบซอสเปื้อนอยู่ตรงมุมปกเสื้อ กับมินตราที่ยืนตัวเกร็ง ใบหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุกอยู่ข้างเคียง บรรยากาศรอบตัวของเพื่อนสนิททั้งสองคนมีรังสีบางอย่างแผ่ซ่านออกมา รังสีที่คนนอกอย่างเขาต่อให้ไม่ใช้สมองคิดก็สัมผัสได้ถึงความ "เกินเลย" ที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าที่เขาจะผลักประตูเข้ามา
"ฉัน... รบกวนเวลาส่วนตัวของพวกนายหรือเปล่า?" กันตภณเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มยั่วเย้าตามนิสัยเพลย์บอยเจ้าเล่ห์ พลางกวาดสายตาสำรวจร่องรอยความวุ่นวายบนเคาน์เตอร์ครัว
"แกตาบอดหรือไงถึงต้องถามโง่ๆ" ภาคินตวัดเสียงห้วนกลับทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เขารีบยกมือขึ้นปัดเศษแป้งและซอสบนเสื้อเชิ้ตออกอย่างลวกๆ พยายามกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนที่พุ่งพล่านอยู่ในอกด้วยการแสดงท่าทางเย่อหยิ่งตามสัญชาตญาณ "มีธุระอะไรก็พูดมา อย่าทำหน้าเหมือนคนท้องผูกยืนอยู่หน้าบ้านคนอื่น"
"โห ปากคอเราะร้ายแบบนี้ เดี๋ยวคุณภรรยาเขาก็เอือมระอาหนีไปจริงๆ หรอก" กันตภณหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปสบตากับมินตราที่ตอนนี้ตั้งสติได้และกลับมาตีสีหน้านิ่งเรียบกลบเกลื่อนความเขินอายเมื่อครู่ "สวัสดีครับคุณมิน พอดีผมมีเอกสารด่วนจากบริษัทโปรเจกต์ใหม่มาให้เฮียคินเขาเซ็นอนุมัติ ไม่คิดว่าจะมาขัดจังหวะ... เอ่อ... ดินเนอร์รอบดึกของสามีภรรยาเข้า"
"ไม่มีอะไรขัดจังหวะหว่านพืชผลทั้งนั้นค่ะคุณกันต์" มินตราสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมตามสไตล์หญิงสาวที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เธอยืดตัวขึ้นตรง ปัดมือที่เปื้อนแป้งออกเบาๆ แล้วปรายตามองสามีจอมปากร้ายที่ยืนหน้าบึ้งเป็นตูดแมว "เชิญตามสบายนะคะ พอดีฉันอิ่มอกอิ่มใจ เอ้ย... อิ่มท้องแล้ว ขอตัวไปพักผ่อนก่อนค่ะ"
พูดจบ มินตราก็หมุนตัวเดินจ้วงอ้าวออกจากห้องครัวทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ได้เอ่ยปากท้วงติดสักคำ ทิ้งให้ภาคินยืนขบกรามแน่น มองตามแผ่นหลังบางนั้นหายลับไปจากกรอบประตูด้วยความรู้สึกคุกกรุ่นในอกที่อธิบายไม่ถูก
ยัยตัวแสบ...กล้าดียังไงถึงทิ้งเขาไว้เผชิญหน้ากับไอ้เพื่อนตัวดีคนนี้คนเดียว!
"มองตามจนคอจะหักแล้วมั้งเพื่อน" กันตภณเอ่ยแซ St ยิ้มๆ พลางยื่นแฟ้มเอกสารในมือให้ "เอ้า เซ็นซะ แล้วจะได้รีบตามไปง้อเมีย สายตาแกเมื่อกี้มันฟ้องชัดเจนว่าอยากวิ่งตามเขาไปจะตายอยู่แล้ว"
"พูดมากน่ากันต์ แกจะกลับไปได้หรือยัง ดึกดื่นมืดค่ำแล้ว บ้านช่องไม่ยอมกลับมาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้ทำไม" ภาคินรับแฟ้มเอกสารมาเปิดเซ็นชื่ออย่างไร้เยื่อใย ลายมือหวัดตวัดลงบนกระดาษอย่างรวดเร็วเพื่อไล่แขกไม่ได้รับเชิญ
"เออๆ รู้แล้วว่ารำคาญ พ่อคนคลั่งรักปากแข็ง" กันตภณส่ายหัวด้วยความระอา ก่อนจะยอมเดินหันหลังกลับออกไปจากบ้าน โดยไม่ลืมทิ้งท้ายประโยคแสบสันต์ไว้ให้เจ็บเล่น "ระวังเถอะ... ปากแข็งแบบนี้ ระวังจะเสียเมียไปจริงๆ สักวัน แล้วถึงวันนั้นต่อให้เอาช้างมาฉุดก็เอาไม่อยู่หรอกนะเว้ย!"
เสียงปิดประตูบ้านดังขึ้นพร้อมกับความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง ภาคินยืนนิ่งอยู่กลางห้องครัวกว้าง ความรู้สึกวูบโหวงแปลกประหลาดแล่นริ้วเข้ามาในอก คำพูดของกันตภณวนเวียนก้องอยู่ในหัว... *เสียเมียไปจริงๆ*
ร่างสูงสลัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นทิ้งด้วยการเดินขึ้นไปยังชั้นบนของตัวบ้าน ตั้งใจจะกลับเข้าห้องนอนเพื่อสะสางบัญชีแค้นกับยายตัวแสบที่กล้าหันหลังให้เขาเมื่อครู่ แต่ทว่า เมื่อเปิดประตูห้องนอนเข้ามา กลับพบว่าห้องว่างเปล่า ไฟหัวเตียงถูกหรี่ให้สลัว มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ส่วนมินตรา... หายไปไหน?
สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับแสงไฟสีส้มอ่อนที่ลอดออกมาจากห้องแต่งตัวด้านใน ประตูห้องแต่งตัวไม่ได้ปิดสนิท มีช่องว่างพอให้เห็นเงาร่างบางกำลังงละมุนงอนอยู่หน้าตู้เก็บของเอกสารส่วนตัว
ภาคินก้าวเท้าเข้าไปอย่างเงียบเชียบราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ เขายืนพิงกรอบประตู กอดอกมองภรรยาตัวเองที่กำลังนั่งยองๆ อยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวเล็กมุมห้อง บนพื้นมีลิ้นชักตู้เอกสารไม้โบราณที่ถูกดึงออกมาวางกองไว้ และในมือเรียวเล็กนั้นกำลังถือสมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งอยู่
นัยน์ตาของมินตรากำลังจดจ่ออยู่กับตัวหนังสือลายมือหวัดๆ บนกระดาษสีเหลืองกรอบตามกาลเวลา เผลอไผลเสียจนไม่ทันสังเกตเห็นเงาตะคุ่มที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้านหลัง
"หาอะไรของเธอ ดึกดื่นป่านนี้ไม่ยอมนอน มาคุ้ยหาความลับอะไรในห้องฉัน"
เสียงทุ้มต่ำที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ ทำ1เอาภรรยาสาวสะดุ้งสุดตัว เธออุทานเบาๆ พร้อมกับสะบัดหน้าขวับขึ้นมอง ร่างบางเกือบจะหงายหลังล้มลงไปกองกับพื้น หากมือหนาของภาคินจะไม่ยื่นเข้าไปคว้าข้อศอกเธอไว้เสียก่อนและดึงให้ลุกขึ้นยืนทรงตัว
"เฮียคิน! เดินไม่มีเสียงหรือไง ตกใจหมด" มินตราหน้าตาตื่น เธอรีบซ่อนสมุดปกหนังเล่มนั้นไว้ด้านหลังตัวโดยอัตโนมัติ แต่มันช้าเกินกว่าที่สายตาคมกริบของสามีจะมองไม่เห็น
"สมุดอะไรนั่น... เอามานี่" ภาคินหรี่ตาลง น้ำเสียงเข้มขึ้นทันทีเมื่อสัญชาตญาณบอกว่ามันคือสิ่งของส่วนตัวที่เขาไม่อยากให้ใครแตะต้อง โดยเฉพาะสมุดบันทึกเล่มนั้น!
"ไม่! นี่มันอยู่ในตู้เอกสารในห้องส่วนตัวฉันนะ ทำไมฉันจะดูไม่ได้" มินตราเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอถอยหลังกรูดไปจนสะโพกชนติดกับขอบโต๊ะทำงาน
"ห้องนี้ บ้านหลังนี้ ทุกตารางนิ้วในที่ดินแปลงนี้เป็นของฉัน สมบัติทุกชิ้นในนี้ก็เป็นของฉัน รวมถึงตัวเธอด้วย มินตรา!" ภาคินก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่กดดันด้วยออร่าที่น่าเกรงขามจนพื้นที่ในห้องแต่งตัวแคบลงถนัดตา เขายื่นมือยาวออกไปหวังจะแย่งสมุดเล่มนั้นคืน
"คนเผด็จการ! ถอยไปเลยนะ!" มินตราพยายามเบี่ยงตัวหลบ มือข้างหนึ่งไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว แต่ด้วยความที่เกะกะสมุดในมือ ทำให้จังหวะที่เธอจะถอยหนีเกิดสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้
พรวด!
ร่างบางเสียหลักหงายหลังล้มลงไปบนโซฟาตัวนุ่มมุมห้องแต่งตัวพอดี และด้วยแรงเหวี่ยง ทำให้ภาคินที่พยายามคว้าตัวเธอไว้เสียหลักล้มตามลงมาทาบทับร่างของเธอไว้ทั้งตัว!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องแต่งตัวอีกครั้ง ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะทะกันจนรู้สึกได้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายหอมละมุนของหญิงสาว หลอมรวมเป็นบรรยากาศที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ภาคินค้ำมือลงกับพนักโซฟาคร่อมร่างภรรยาไว้ นัยน์ตาคมกริบมองสบเข้ากับดวงตากลมโตที่ไหวระริกอย่างปิดไม่มิด ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว จนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
"ปล่อย... หนักนะเฮีย" มินตราพยายามเปล่งเสียงลอดไรฟัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดที่ทำเอาสติกระเจิดกระเจิงต่างหาก
"ปากดีนักนะ... ไหนเอามาดูซิ ว่าในสมุดบ้าอะไรนั่นมันเขียนว่าอะไร ถึงทำให้ภรรยาผมสนใจมากกว่าหน้าสามีตัวเอง" ภาคินกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่ม
จังหวะที่มินตรากำลังจะอ้าปากเถียง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้ใต้ร่างของพวกเขาพอดี ข้อความลายมือดิบๆ ที่เขียนด้วยหมึกซึมสีดำเมื่อหลายปีก่อนสะท้อนเข้าตาเต็มๆ...
*‘วันที่... เดือน... ปี... วันนี้ฉันแพ้ทางยายเด็กปากร้ายคนนั้นอีกแล้ว แม่ยายส่งเธอมาดัดนิสัยฉันชัดๆ แต่แปลก... ทำไมยิ่งดื้อ ยิ่งอยากเอาชนะ ยิ่งรู้สึกว่าขาดไม่ได้วะ...’*
มินตราเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่ออ่านข้อความบรรทัดนั้นจบ เธองัดสายตาขึ้นมองหน้าสามีจอมซึนที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างผิดสังเกต
ภาคินชะงักกึกเมื่อเห็นสายตาที่มองมาของภรรยา และเมื่อก้มลงมองตามสายตานั้น ดวงตาคมก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย... ชิบหายแล้ว! สมุดบันทึกสมัยวัยรุ่นที่เขาเคยเขียนระบายความในใจตอนที่แต่งงานกันใหม่ๆ และตั้งใจจะซ่อนไว้ให้มิดชิด ทำไมมันถึงมาโผล่อยู่ตรงนี้ได้วะ!
สายตาทั้งสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับโลกหยุดหมุน
"นี่... เฮียเคยแอบ..." มินตราบدดเสียงสั่น พยายามจะเอ่ยถามประโยคที่คาใจ
**"หุบปากน่า... มินตรา!"** ภาคินสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงตื่นตระหนกที่หลุดออกมาจากปากประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ทำให้มินต้ารู้ทันทีว่า... ความลับที่อีกฝ่ายปิดตายมาตลอดหลายปี ถูกเปิดเผยออกเสียแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
จากใจนักเขียน: ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 10
ความลับในลิ้นชัก
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!