“ถ้านายยังยืนทำหน้าเป็นรูปปั้นหินอยู่ตรงนั้น ฉันจะถือว่านายชอบกินกาแฟรสชาติเหมือนน้ำล้างถ้วยนะครับ คุณชายภาคิน”
เสียงใสๆ ที่ติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องครัว สติของภาคินที่หลุดลอยไปชั่วขณะดึงกลับมาสู่ความเป็นจริง รอยยิ้มคลั่งรักที่ค้างเติ่งอยู่บนใบหน้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าบึ้งตึงตามสัญชาตญาณความซึนของเจ้าตัวทันที เขากะพริบตาถี่ๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย เยชาชาและมั่นคงราวกับประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลคนเดิม แม้ว่าในอกข้างซ้าย จังหวะหัวใจจะยังเต้นโครมครามไม่เป็นส่ำจากเหตุการณ์เมื่อเสี้ยววินาทีก่อนก็ตาม
ให้ตายเถอะ... ผู้บุกรุกยามเช้าที่เขานึกหงุดหงิดในตอนแรก กลับกลายเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของมินตราขณะยืนชงกาแฟอยู่หน้าเคาน์เตอร์ และภาพนั้นดันทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้ชายที่คุมอาณาจักรหมื่นล้านยืนแข็งทื่อเป็นไอ้โง่ได้เกือบนาที
ภาคินแค่นเสียงในลำคอเบาๆ เดินสาวเท้ายาวๆ เข้าไปใกล้ ก่อนจะดึงเก้าอี้ตัวตรงข้ามออกมานั่งลงด้วยท่าทางหยิ่งยโสตามฟอร์ม พร้อมกับสายตาที่เหลือบมองแก้วกาแฟตรงหน้าอย่างจับผิด
“กาแฟฝีมือเธอ ถ้าไม่อร่อยจนทำให้ฉันตาสว่างได้ตั้งแต่จิบแรก ฉันจะหักเงินเดือนเธอข้อหาทำลายสุขภาพจิตฉันแต่เช้า มินตรา”
มินตราหันขวับมามองค้อนวงใหญ่ ดวงตากลมโตฉายแววหมั่นไส้เสียจนภาคินเกือบจะหลุดยิ้มออกมาอีกรอบ เธอวางแก้วเซรามิกสีขาวลงตรงหน้าเขาอย่างแรงจนน้ำกาแฟกระฉอกเล็กน้อย แต่กลิ่นหอมกรุ่นของอาราบิก้าคั่วเข้มก็โชยเข้าจมูกจนปฏิเสธไม่ได้ว่ามันชวนดื่มขนาดไหน
“เชิญดื่มตามสบายเลยค่ะ... อ๊ะ! เอ๊ย... ฉันหมายถึง เชิญดื่มตามสบายเลยครับท่านประธานผู้เรื่องมาก” มินตราเกือบหลุดปากพูดจาคุ้นชินออกไป แต่ก็ไหวตัวทันรีบเปลี่ยนสรรพนามและสำเนียงประชดประชันใส่เขาแทน พร้อมกับยักคิ้วให้อย่างท้าทาย “ถ้าไม่อร่อย ก็เชิญดื่มน้ำเปล่าล้างคอไปนะคะ... เอ้ย ไปครับ!”
ภาคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองท่าทีลนลานแต่น่ารักน่าหยิกของภรรยาจำเป็นในนามแล้วมุมปากก็กระตุกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะฟอร์มจัดด้วยการทำเป็นตีหน้าขรึม
“ปากเก่งขึ้นนะช่วงนี้ สงสัยงานที่บริษัทคงจะว่างมากสินะ ถึงมีเวลามาต่อปากต่อคำกับสามีตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าแบบนี้”
“ใครต่อปากต่อคำกับคุณก่อนไม่ทราบคะ... ครับ! ฉันต่างหากที่ยืนอยู่เฉยๆ ของฉันดีๆ แต่มีใครบางคนมายืนทำหน้าเหมือนคนสมองกลับอยู่หน้าเคาน์เตอร์เองต่างหาก” มินตราเถียงกลับทันควัน มือเรียวเท้าสะเอวด้วยความไม่ยอมแพ้ “แล้วอีกอย่าง เลิกเรียกฉันว่าภรรยาจำเป็นอะไรนั่นสักที เราทำสัญญาอะไรกันไว้ คุณน่าจะจำได้ดีที่สุดนะคะ... ครับ!”
บรรยากาศรอบตัวชะงักไปชั่วครู่ คำว่า ‘สัญญา’ และ ‘การหย่า’ มักจะเป็นดาบสองคมที่ถูกหยิบยกขึ้นมาขีดเส้นกั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่เสมอ แต่แปลก... ในเช้าวันนี้ น้ำเสียงของมินตราไม่ได้มีแววประชดประชันบาดลึกเหมือนเก่า และแววตาของภาคินก็ไม่ได้แข็งกร้าวเย็นชาจนน่ากลัวเหมือนวันแรกๆ
ความเงียบที่โรยตัวลงมาไม่ได้อึดอัดเหมือนเคย แต่มันกลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทั้งคู่ต่างก็พยายามหลบ ภาคินยกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ รสชาติกลมกล่อมกำลังพอดี ฝีมือการชงของมินตราพัฒนาขึ้น หรือไม่... บางทีวันนี้กาแฟมันอาจจะใส่น้ำตาลมากกว่าปกติโดยที่คนชงไม่ได้ตั้งใจ
“ก็ไม่ได้แย่...” ภาคินวางแก้วลง พูดยอมรับออกมาเบาๆ แบบขอไปที “พอดื่มแก้ขัดไปได้วันหนึ่ง”
“แค่พอดื่มได้เหรอคะ... ครับ? งั้นพรุ่งนี้ฉันจะได้ไม่ต้องชงให้คุณชายดื่มอีกดีไหมละคะ... ครับ!” มินตราลอยหน้าลอยตาพูดด้วยความหมั่นไส้
“กล้าเหรอ?” ภาคินหรี่ตามอง ขยับตัวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะอาหารมากขึ้น กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยมาแตะจมูกจนเขารู้สึกใจกระตุก “ถ้าไม่มีฉันคอยชิมกาแฟห่วยๆ ของเธอ ใครจะกล้าบอกความจริงว่าเธอทำพลาดตรงไหน”
“ฉันไม่ได้ทำพลาดสักหน่อย! สูตรนี้ฉันศึกษามาอย่างดี—”
เสียงเถียงฉอดๆ ของมินตราต้องหยุดชะงักลง เมื่อจู่ๆ มือหนาของภาคินก็เอื้อมข้ามโต๊ะมา ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยเบาๆ ที่มุมริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสรุกรานที่ฉับพลันทำให้ลมหายใจของมินตราสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมดในเสี้ยววินาที
“เลอะ... ยัยเด็กซุ่มซ่าม”
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาทุ้มนุ่มและเจือความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด สายตาคมกริบของภาคินที่มองตรงมาเต็มไปด้วยประกายความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม มันไม่ใช่สายตาของสามีในนามที่รอวันหย่า แต่มันคือสายตาของหมาโบ้ที่กำลังสยบแทบเท้าผู้หญิงคนนี้อย่างสมand absolute
มินตรานิ่งค้างไป หัวใจเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน รสชาติความหวานซ่านแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วอก เธอเม้มริมฝีปากแน่นโดยอัตโนมัติ ใบงดงามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในระยะประชิดนี้
“คะ... คุณคิน ถอยไปเลยนะ” เธอพยายามดึงสติแล้วผลักอกแกร่งเบาๆ แม้เสียงจะสั่นนิดๆ ก็ตาม “เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นสักหน่อย”
“ไม่สนิทตรงไหน เมื่อกี้เธอยังยืนเถียงฉันฉอดๆ อยู่เลย” ภาคินกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาดำขลับพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ถอยหนีตามแรงผลักแต่อย่างใด กลับยิ่งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างแทบไม่เหลือ “หรือว่า... เขิน?”
“ใครเขิน! ฝันไปเถอะค่ะ... ครับ!” มินตราเสียงสูงกลบเกลื่อนความพิรุธ รีบหันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาร้อนแรงคู่นั้น
ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาในบ้านหลังนี้เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อยอย่างเห็นได้ชัด กำแพงน้ำแข็งที่เคยสร้างไว้ค่อยๆ ละลายลงทีละหยด แม้ปากจะยังคงกัดกันไม่เลิกราตามประสาคนฟอร์มจัด แต่ความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ใต้ความกวนประสาทนั้นต่างหากที่ทำให้บ้านหลังใหญ่หลังนี้มีความหมายขึ้นมาจริงๆ
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขและบรรยากาศสีชมพูจางๆ กลับต้องสะดุดกึก เมื่อเสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ
*ติ๊งหน่อง!*
มินตราขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ หันไปมองนาฬิกาบนผนัง “ใครมาแต่เช้าเนี่ย... หรือว่าพัสดุที่คุณสั่งไว้เหรอคะ?”
ภาคินผละตัวออกจากท่าทางสบายๆ สีหน้าเปลี่ยนกลับมาเป็นความเรียบเฉยทันที เขาส่ายหัวเบาๆ “ฉันไม่ได้สั่งอะไรช่วงนี้”
เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ประตูกระจกบานใหญ่ พร้อมกับเสียงเคาะกระจกเบาๆ ตามมาราวกับเจ้าตัวถือวิสาสะเดินเข้ามาในอาณาเขตบ้านแล้ว ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกัน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง รอยยิ้มและบรรยากาศผ่อนคลายทั้งหมดก็พังทลายลงในพริบตา
ร่างสูงโปรดของ ‘กันตภณ’ ยืนส่งยิ้มกวนๆ อยู่หลังบานกระจก พร้อมกับโบกมือทักทายเข้ามาด้านในราวกับเป็นเจ้าของบ้าน และก่อนที่ภาคินจะได้ทันอ้าปากสบถอะไรออกมา ประตูรั้วอัตโนมัติก็เปิดออกพร้อมเสียงแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยว่า... มีบุคคลภายนอกได้รับสิทธิ์เข้าถึงตัวบ้านเรียบร้อยแล้ว!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของดรากอนไรเดอร์นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 19
กลับมาพร้อมความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!