กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องปรับอากาศภายในห้องแต่งตัวส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรู ยังไม่น่าเวียนหัวเท่ากับข้อความสั้นๆ ที่เพิ่งหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปของคนที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่
"เปลี่ยนเสื้อผ้า... แล้วตามฉันมาเดี๋ยวนี้"
มินตรายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ มือเรียวที่เพิ่งวางแปรงแต่งหน้าลงยังคงสั่นน้อยๆ ด้วยความกรุ่นโกรธ ปนกับความระแวงแกมหมั่นไส้ในสายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้น
ชุดเดรสผ้าชีฟองสีนู้ดเรียบหรูที่เธอเลือกสวมเพื่อไปร่วมงานเลี้ยงการกุศลในค่ำคืนนี้ ถูกสายตาคมกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ภาคินขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคง ทรงพลัง และกดดันจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลงทุกที
"ผมให้เวลาคุณสิบนาาที ถ้ายังใส่ชุดนี้ยืนทำหน้าดื้ออยู่ตรงนี้ ผมจะอุ้มคุณลงไปทั้งชุดนอนลายหมีแพนด้าตัวโปรดของคุณแน่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยคาดโทษ รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นมานั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมฟาดหน้าหล่อๆ ของเขาสักที
"คุณคิน! นี่มันเกินไปแล้วนะ ชุดนี้มีปัญหาอะไรไม่ทราบ ถึงฉันจะไม่ได้ใส่ชุดราคาแปดหลักที่คุณประเคนมาให้ แต่ราคามันก็ไม่ได้ทำให้ตระกูลคุณล้มละลายหรอกน่า!" มินตราหันขวับกลับมาเถียงคอเป็นเอ็น ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความถือดี เธอยกมือขึ้นกอดอกบ้าง เชิดหน้าขึ้นท้าทายสามีในนามอย่างไม่เกรงกลัว
ภาคินถอนหายใจออกมาเบาๆ แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นไหล่บอบบางที่โผล่พ้นชุดเดรสเปิดไหล่นั้น ผิวเนียนละเอียดราวกับกระเบื้องเคลือบสะท้อนกับแสงไฟในห้องจนเขาต้องกะพริบตาถี่เพื่อดึงสติกลับมา
เขาเกลียดนัก... ผู้หญิงที่ชอบทำให้หัวใจที่สงบนิ่งมาตลอดหลายปีของเขาปั่นป่วนได้แค่เพียงการกะพริบตา
"ผมไม่ได้หมายถึงราคา..." ภาคินก้าวเข้าไปประชิดตัวจนมินตราต้องถอยหลังกรูดสะโพกชนเข้ากับโต๊ะเครื่องแป้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มือหนายื่นออกไปคว้ากล่องกระดาษสีดำสนิทผูกโบว์กำมะหยี่สีเลือดหมูที่วางอยู่บนโซฟาเบดด้านหลัง ขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วยัดเยียดมันใส่มือเรียวของเธอแบบลวกๆ "เปิดดูซะ แล้วเปลี่ยนสะ"
มินตราชะงัก ก้มมองกล่องในมือสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้หันไปมองทางอื่นเพื่อหลบสายตาเธอ
*อาการแบบนี้อีกแล้ว...*
อาการหลบตา เมินหน้าหนี ทำเป็นตีสีหน้าเรียบเฉย ทั้งที่ใบหูข้างขวาขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงต้นคอ... ท่าทางซึนเดระแบบฉบับเจ้าพ่อหมื่นล้านคนนี้ กำลังทำงานอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง
"อะไรอีกเนี่ยคุณ... ไหนบอกว่าถ้าไม่จำเป็นจะไม่ซื้ออะไรไร้สาระให้ฉันไง" มินตราเลิกคิ้วสูง พรางขยับริบบิ้นออกอย่างระมัดระวัง เปิดฝากล่องออกช้าๆ
ภายในกล่องบาะกำมะหยี่สีดำสนิท ปรากฏชุดเดรสยาวเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มประกายมุก เนื้อผ้าทอพิเศษที่เล่นแสงระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ดีไซน์ด้านหลังเว้าลึกแต่ดูสง่างามและทรงพลัง ไม่โป๊จนเกินงามแต่เซ็กซี่จนแทบหยุดหายใจ และที่สำคัญ... มันคือผลงานคอลเลกชันล่าสุดจากห้องเสื้อระดับโลกที่เพิ่งเปิดตัวที่ปารีสเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งคนธรรมดาต่อให้มีเงินก็ไม่มีทางจองคิวทันถ้าไม่ใช่อภิมหาเศรษฐีระดับท็อปของประเทศ
มินตราอึ้งไปชั่วขณะ เธอมองชุดในกล่องสลับกับใบหน้าของสามีที่ตอนนี้ยกมือขึ้นกอดอก ทำท่าตีขรึมกลบเกลื่อนความเขินอาย
"เอ่อ... คือ..." มินตราลากเสียงยาว แกล้งทำเป็นมองซ้ายมองขวา "นี่คงไม่ใช่ว่า... คุณซื้อมาเกินแล้วไม่รู้จะเอาไปให้ใครใส่หรอกนะ?"
คำพูดลอยๆ ที่จงใจแซว ยิ่งทำให้สันจรามคมของภาคินขยับเกร็ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความจำนนต่อหลักฐาน
"ใช่! ผมซื้อเกิน..." ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดราวกับกลัวว่าเธอจะจับไต๋ได้ "วันนั้นเลขาฯ มันสั่งของมาล้นสต็อก สั่งมาผิดไซส์ ผิดแบบ แล้วบังเอิญ... เออ บังเอิญไซส์มันดันเท่ากับหุ่นไม้ไร้รสนิยมอย่างคุณพอดี ผมก็เลยขี้เกียจเอาไปคืน เสียดายเงินบริษัท เก็บไว้รกห้องเปล่าๆ ก็เลยเอามาให้คุณใส่ๆ ไปซะ จะได้ไม่ต้องใส่ชุดน่าเกลียดพวกนั้นออกไปงานให้ผมขายหน้า!"
*ให้ตายเถอะ... ข้อแก้ตัวฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย*
มินตราเกือบจะหลุดขำออกมาพรืดใหญ่ถ้าเธอไม่ติดฟอร์ม เธอหรี่ตามองผู้ชายปากแข็งที่ยืนทำหน้าตายอยู่ตรงหน้า พรางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางบนตัวเขา
"อ๋อ... สั่งเกินเหรอคะคุณคิน?" มินตราจงใจเน้นเสียงหวานหยด ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "แล้วบังเอิญจริงๆ นะคะเนี่ย ที่ไซส์นี้ สีนี้ และดีไซน์แบบนี้ มันดันเป็นคอลเลกชันโปรดที่ฉันบ่นอยากได้ให้เพื่อนฟังเมื่อเดือนก่อนพอดีเลย... เลขาฯ คุณนี่หูทิพย์ หรือว่าแอบติดเครื่องดักฟังฉันไว้ในกระเป๋าถือกันแน่คะ?"
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังคลี่ยิ้มเย้าแหย่ หัวใจในอกกระหน่ำเต้นรัวจนกลัวว่าเธอจะได้ยินเสียงมัน แต่ภายนอกเขายังคงตีสีหน้านิ่งสนิทราวกับหินผา
"เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ใครจะไปว่างฟังคุณบ่นเรื่องไร้สาระ" ภาคินเอื้อมมือมาผลักหน้าผากมนเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "จะใส่ดีๆ หรือจะให้ผมช่วยถอดชุดเดิมแล้วสวมให้ใหม่ตรงนี้ เลือกเอา!"
"คนบ้า! ชอบใช้อำนาจตลอด..." มินตราค้อนให้วงใหญ่ แต่ยอมหยิบชุดเดรสสีน้ำเงินประกายมุกนั้นขึ้นมาแนบอก รอยยิ้มบางๆ ที่แต้มอยู่บนมุมปากโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ทำให้ภาคินที่ยืนมองอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เขารู้ดี... ว่าข้ออ้างเรื่อง "ซื้อเกิน" มันฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด ความจริงคือ ในวินาทีแรกที่เขาเห็นชุดนี้ในแคตตาล็อก ภาพของมินตราในค่ำคืนงานเลี้ยงก็ลอยเข้ามาในหัว ภาพที่เธอจะก้าวเดินเคียงข้างเขาในฐานะภรรยา ภาพที่สายตาของพวกผู้ชายทุกคนในงานจะต้องเหลียวมองด้วยความอิจฉา... และนั่นคือสิ่งที่เขาไม่อาจทนให้ใครมองเธอด้วยสายตาโลภ
ยกเว้นตัวเขาเองคนเดียว
"ให้เวลาห้านาที ถ้ายังไม่ออกมา ผมจะพังประตูห้องน้ำเข้าไปลากตัวคุณออกมาจริงๆ ด้วย!" ภาคินเอಡುขู่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเข้ม ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวยาวๆ ออกจากห้องแต่งตัวไปยืนรอที่ปลายเตียงนอนกว้าง พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา
ผ่านไปไม่ถึงห้านาที เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนก็ดังขึ้นเบาๆ
ภาคินที่กำลังยืนหันหลังจัดกระดุมข้อมือเสื้ออยู่ชะงักกึก เขากลืนก้อนความรู้สึกแปลกประหลาดลงคอช้าๆ ก่อนจะหันกลับไปมองตามเสียง
ร่างบางในชุดเดรสยาวสีน้ำเงินประกายมุกก้าวออกมาอย่างช้าๆ แสงไฟในห้องเพนต์เฮาส์สาดกระทบกับเนื้อผ้าเงางาม ขับเน้นผิวเนียนละเอียดและส่วนโค้งเว้าราวกับรูปปั้นชิ้นเอกของศิลปินเอก
ดวงตากลมโตที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบายิ่งดูน่าค้นหา เส้นผมยาวสลวยถูกรวบเก็บขึ้นครึ่งศีรษะปล่อยปอยผมเคลียคลอข้างแก้มเนียน ท่วงท่าและออร่าที่เปล่งประกายออกมาในตอนนี้ ทำให้ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งถึงกับลมหายใจสะดุด สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
*สวย... บ้าเอ๊ย สวยจนแทบคลั่ง*
มินตราเห็นสายตาอึ้งงันของสามี เธอก็แกล้งหมุนตัวช้าๆ ให้ชุดพลิ้วไหวตามแรงเหวี่ยง พรางเลิกคิ้วถามด้วยรอยยิ้มเย้า
"เป็นไงคะ? ชุดที่สั่งเกินไซส์เนี่ย... ดูพอดีตัวฉันราวกับสั่งตัดพิเศษเลยเนี่ย แปลกจังเนอะว่าไหมคะคุณคิน?"
ภาคินขบกรามแน่น สัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพุ่งพล่านจนน่ากลัว เขาก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวเธอในสามก้าวรวด ก่อนจะใช้มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่ทันให้เธอตั้งตัว ร่างอ้อนแอ้นชนเข้ากับแผงอกกว้างอย่างจัง
"คุณคิน! ปล่อยนะ เดี๋ยวชุดยับหมด..." มินตราอุทานเสียงหลง มือเล็กดันอกเขาไว้ แต่มีหรือที่แรงผู้หญิงจะต้านทานแรงของเสือร้ายที่กำลังหิวกระหายได้
ภาคินไม่สนใจคำท้วงติง ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มแดงระเรื่อ แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความดุดันและร้อนแรงราวกับไฟป่า
"ชุดน่ะไม่เท่าไหร่หรอก..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมหู จนมินตราขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "แต่คืนนี้... ผมชักไม่อยากพาคุณออกไปให้ไอ้พวกหน้าไหนในงานได้มองคุณแล้วสิ มินตรา"
หัวใจของมินตรากระตุกวูบ สบตาเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่สะท้อนภาพเงาของเธออยู่ข้างในนั้น ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้สติปัญญาที่เตรียมมาเถียงเขาเมื่อครู่ปลิวหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุอ้าวและริมฝีปากของทั้งคู่ค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆ แรงดึงดูดมหาศาลดึงความรู้สึกของคนทั้งคู่ให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว—
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าเพนต์เฮาส์ดังขึ้นแทรกบรรยากาศหวานอมเปรี้ยวทำลายความเงียบในห้องนอนลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา
ภาคินชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด เขาสบถในลำคออย่างหัวเสีย ผนวกกับแววตาดุดันที่ฉายแววฆ่าคนได้ชัดเจน
มินตราแอบอมยิ้มกริ่มในความซวยที่มาถูกจังหวะเหลือเกิน เธอใช้มือดันอกเขาเบาๆ แล้วเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
"อุ๊ย... สงสัยเลขาสั่งของเกินมาส่งอีกแล้วมั้งคะคุณคิน?"
ภาคินกัดฟันกรอด ก้มมองภรรยาตัวดีที่ลอยหน้าลอยตากล้าล้อเลียนเขา ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะตวัดกลับไปมองประตูหน้าห้องด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมา
*ให้ตายเถอะ... ใครมันกล้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทของเขาตอนนี้ มันเตรียมตัวเตรียมใจรับชะตากรรมไว้ได้เลย!*
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ)*
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 14
ของขวัญที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!