"ถ้าสายตาของคุณมันว่างงานจนไม่มีอะไรทำ ผมยินดีจ้างมาแบกหามกระสอบข้าวสารที่โกดังหลังบ้านนะ กันตภณ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของภาคินไม่ได้เจือแววหยอกล้อแม้แต่น้อย มันคือความเย็นชาติดกระด้างระดับศูนย์องศาที่พร้อมจะแช่แข็งทุกคนในรัศมีสามเมตร แต่กระนั้น รอยยิ้มมุมปากของกันตภณกลับยิ่งกว้างขึ้น ราวกับว่าความหึงหวงและอาการหางลุกชันของเพื่อนสนิทคือน้ำทิพย์ชะโลมใจในยามเช้า
กันตภณละสายตาจากร่างเพรียวบางของมินตราที่ยังคงขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยความงงงวย เขายักไหล่อย่างไม่ยี่หสอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาในห้องนอนกว้างขวางระดับเพนต์เฮาส์หรูหรา โดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาตแม้แต่น้อย
"ใจร้ายจمنيเฮียคิน ผมแค่อิจฉาคนมีบุญได้เห็นภาพเจริญตาตอนเช้าต่างหาก" กันตภณจงใจลากเสียงกวนประสาท พลางเหลือบมองมินตราที่ตอนนี้ยกมือขึ้นสางผมยาวสลวยที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยด้วยท่าทางธรรมชาติ แต่กลับดึงดูดสายตาจนละสายตาไม่ได้ "ว่าแต่... ตื่นเช้ามาเจอหน้ากันแบบนี้ ไม่ทราบว่าเมียแต่งนอกสายตาคนนี้ ทำอาหารเช้าไว้ต้อนรับแขกอย่างผมด้วยหรือเปล่าครับคุณมินตรา"
มินตราที่เพิ่งก้าวลงจากเตียงนอน ชะงักเท้าไปเล็กน้อย เธอปรายตามองผู้ชายสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันราวกับเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ แม้เธอจะยังสวมชุดนอนผ้าซาตินเนื้อนุ่มเรียบร้อย แต่บรรยากาศรอบตัวมันกลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาปฏิกรณ์
"ถ้าคุณกันตภณอยากทานอาหารเช้าฝีมือฉัน เกรงว่าคงต้องเดินออกไปซื้อที่ตลาดสดปากซอยเองเสียแล้วล่ะค่ะ เพราะครัวบ้านนี้... ดูท่าทางจะไม่มีใครคิดจะเปิดเตาเพื่อต้อนรับใครทั้งนั้น" มินตราเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเธอมันช่างคมกริบเสียจนคนฟังต้องสะดุ้ง
ภาคินหันขวับมามองภรรยาตัวเองทันที ดวงตาคมกราบกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่พอใจระคนหงุดหงิดที่เธอดันไปต่อปากต่อคำกับไอ้เพื่อนตัวดีอย่างออกรส "ใครอนุญาตให้เธอแต่งตัวแบบนี้เดินออกมาต้อนรับผู้ชายคนอื่นในห้องนอนหลับตาเดินออกมาหรือไง มินตรา"
"แต่งตัวแบบไหนคะ ชุดนอนฉันก็ยาวคลุมเข่าเรียบร้อยดี หรือว่าสายตาประธานภาคินมีปัญหาจนต้องให้หมอจักษุมาตรวจซ้ำ" มินตราสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองสามีอย่างไม่ยอมแพ้ ใครใช้ให้เขามาใช้น้ำเสียงสั่ง ใช้อำนาจบาทใหญ่ใส่เธอแต่เช้ากันเล่า
กันตภณถึงกับหัวเราะร่วนออกมาเสียงดังลั่นห้อง "ฮ่าๆๆๆ เจ็บ! โดนไปหนึ่งดอกถ้วน สมน้ำหน้าไอ้คิน เมียไม่กลัวแถมยังปากเก่งใส่แต่เช้า ชีวิตแต่งงานของมึงนี่น่าอิจฉาชะมัด"
"ถ้ามึงยังไม่หุบปากแล้วไสหัวออกไปจากห้องกู ภายในสามวินาทีนี้... กูจะถีบมึงตกตึกชั้นสิบห้านี่แหละกันตภณ" ภาคินคำรามลอดไรฟัน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ความอดทนของเขาเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว ทั้งหึงหวงภรรยา ทั้งหมั่นไส้เพื่อนสนิท ทั้งหงุดหงิดตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ
มินตราเบורהหน้าหนีความโกรธเกรี้ยวของสามี เธอก้าวเดินผ่านร่างหนาของภาคินไปอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ ไหล่บางเฉียดผ่านต้นแขนแกร่งจนภาคินต้องรีบเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กไว้โดยอัตโนมัติ
"จะไปไหน" น้ำเสียงของเขาเข้มจัด ดึงรั้งเธอไว้ด้วยแรงที่ไม่ได้เบามนัก
"ปล่อยค่ะ ฉันจะไปล้างหน้าแปรงฟัน หรือคุณจะเข้าไปยืนเฝ้าฉันในห้องน้ำด้วยล่ะคะ ประธานภาคิน" เธอย้อนถามเสียงAใส สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินหายลับเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมกับเสียงปิดประตูกระจกฝ้าที่ดังปังสนั่น
ภาคินยืนนิ่งค้าง มือหนาที่ว่างเปล่ายังคงค้างกลางอากาศ ความรู้สึกหงุดหงิดพุ่งพล่านจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ เขาหันกลับมาประจันหน้ากับกันตภณที่ยืนกอดอกพิงผนังทำหน้าลอยชาย
"มึงนี่นะ... หาเรื่องใส่ตัวเก่งเป็นบ้า" กันตภณส่ายหัวเบาๆ แววตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "เขารู้ทันมึงหมดแล้วไอ้คิน ปากแข็งแบบนี้ ระวังเถอะ... เมียหลุดมือไปจริงๆ แล้วมึงจะร้องเป็นหมาโบ้สมชื่อที่กูแซว"
"ไสหัวไปซะกันตภณ ก่อนที่กูจะหมดความอดทนแล้วซัดหน้ามึงตรงนี้" ภาคินชี้หน้าเพื่อนรักด้วยแววตาคมกริบราวกับใบมีด
กันตภณยอมยกมือยอมแพ้แต่โดยดี เขายักไหล่แล้วเดินถอยหลังออกไปทางประตูห้อง พร้อมกับทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้ภาคินอยากจะคว้าแจกันปาตามหลัง
"โอเคๆ กูไปก็ได้... แต่บอกไว้ก่อนนะเว้ย กลิ่นความหึงของมึงมันโชยทะลุกำแพงออกมาจนคนข้างนอกเขาเหม็นกันหมดแล้ว เฮียคินผู้ยิ่งใหญ่"
เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับการหายตัวไปของตัวป่วน ภายในห้องนอนกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่หัวใจของภาคินกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุเข้า เขาเดินกระแทกส้นเท้าไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูกระจกห้องน้ำที่ปิดสนิท ได้ยินเสียงน้ำไหลซ่าจากด้านใน สะท้อนชัดเจนว่าคนข้างในไม่ได้สะิธสะท้านกับอารมณ์กรุ่นโกรธของเขาเลยแม้แต่น้อย
มือหนายกขึ้นเสยผมสีเข้มของตัวเองลวกๆ อย่างหัวเสีย เขายอมรับก็ได้... ว่าเขาหงุดหงิด หึงหวง และแทบคลั่งตายตอนที่เห็นสายตาของกันตภณมองเธอ แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีค้ำคอเจ้ากรรมมันคือกำแพงหนาที่กั้นกลางระหว่างคำว่า "ขอโทษ" และ "รัก"
เสียงน้ำในห้องน้ำเงียบลง ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูกระจกที่ดังคลิก ภาคินหันขวับไปมองทันทีด้วยสัญชาตญาณ ร่างบางของมินตราก้าวออกมาจากไอน้ำจางๆ ใบหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอางแต่กลับเปล่งประกายงดงามหยาดเยิ้มจนหัวใจคนมองกระตุกวูบ
ทว่า... ยังไม่ทันที่ภาคินจะได้เอ่ยปากพูดอะไรเพื่อหาเรื่องทะเลาะกลบเกลื่อนความรู้สึก เสียงกริ่งหน้าห้องพักเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบเสียก่อน — *ติ๊งต่อง!*
มินตราขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองทางประตูหน้าด้วยความสงสัย ส่วนภาคินชะงักฝีเท้าที่จะก้าวเข้าหาภรรยา เขาหันขวับไปมองทิศทางเดียวกันด้วยแววตาตื่นตัว
ใครกันที่มากล้ากดกริ่งรบกวนเวลาเช้าตรู่แบบนี้ โดยเฉพาะในคอนโดมิเนียมระบบรักษาความปลอดภัยระดับพรีเมียมที่คนภายนอกไม่มีทางขึ้นมาได้ง่ายๆ ยกเว้นแต่ว่า...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูดังรัวขึ้นติดต่อกันสามครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของใครบางคนจากด้านนอกที่ทำให้เลือดในกายของภาคินเย็นเฉียบลงชั่วขณะ
*“คุณคินคะ! เปิดประตูให้หน่อย... อรเองนะคะ!”*
ดวงตากลมโตของมินตราเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามีด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความขุ่นเคืองเมื่อครู่ กลายเป็นความว่างเปล่าเย็นชาที่เฉียบคมบาดลึก
"ดูท่าทาง... อาหารเช้าวันนี้ของคุณคงจะมีแขกพิเศษมาร่วมโต๊ะเพิ่มแล้วสินะคะ ประธานภาคิน"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครและเป็นกำลังใจให้ "ดรากอนไรเดอร์" เสมอนะครับ
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 3
อาหารเช้าชวนประสาทกิน
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!