แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ปัง!* จนกาแฟสีเข้มในแก้วเซรามิกกระฉولออกมาเล็กน้อย
"ตรวจใหม่ทั้งหมดครับ... คุณมินตรา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นชาจงใจกวนประสาทดังขึ้นจากชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพปั้น ภาคิน หรือที่คนในอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านขนานนามว่า 'ท่านประธานผู้ไร้ความปรานี' นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แววตาสีเข้มคมกริบมองลอดกรอบแว่นสายตาราคาแพงด้วยความเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอยืนค้ำโต๊ะสองมือจิกขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด
"ฉันตรวจทานมาสามรอบแล้วค่ะ... เอ้ย! สามรอบแล้วครับท่านประธาน" มินตราเกือบหลุดคำพูดคุ้นชินออกไป แต่ยังดีที่เบรกปากตัวเองทันเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเยาะหยันขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้น "และตัวเลขทุกบรรทัดในงบดุลไตรมาสนี้ มันก็ถูกต้องตามหลักบัญชีทุกประการ ไม่มีตรงไหนที่ต้องแก้ใหม่ทั้งสิ้น!"
"งั้นเหรอครับ?" ภาคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เขายื่นมือเรียวยาวไปหยิบแฟ้มเล่มนั้นขึ้นมาเปิดผ่านๆ ด้วยท่าทางไม่ยี่หี้ "แต่ในฐานะประธานบริษัท ผมบอกว่ามัน 'ผิด' และในเมื่อคุณเป็นเลขาจำเป็นที่ถูกลากมาช่วยงานกะทันหัน... หน้าที่ของคุณคือทำตามคำสั่ง ไม่ใช่มาเถียงฉอดๆ เหมือนแม่ค้าตลาดสดแบบนี้"
ให้ตายเถอะ! นี่เขาจงใจกลั่นแกล้งเธอชัดๆ!
เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน เธอยังนั่งจิบกาแฟอยู่บ้านดีๆ แต่เพราะเลขาส่วนตัวของเขาเกิดอาหารเป็นพิษกะทันหัน และเขาก็ดึงดันส่งคนไปอุ้มเธอนอกสถานที่ด้วยข้ออ้างว่า 'ถ้าภรรยาไม่อยากให้สามีขาดใจตายคาโต๊ะทำงาน ก็จงถ่อสังขารมาช่วยงานซะ' มินตราจึงต้องจำใจก้าวเข้ามาสู่อาณาจักรนรกขนาดย่อมแห่งนี้โดยไม่มีทางเลือก
แต่พอมาถึง... แทนที่จะได้ช่วยงานเอกสารเบาๆ เธอกลับโดนโยนกองงานบัญชีมหาศาลที่ถูกตีกลับมาแก้รอบที่สี่ โดยไม่มีเหตุผลรองรับนอกจากคำว่า 'ไม่ถูกใจ'
"ถ้าท่านประธานมีปัญหาเรื่องสายตาหรือสมองส่วนประมวลผลไม่ค่อยดี แนะนำให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทนะคะ... เอ๊ย! นะครับ!" มินตราเน้นเสียงคำลงท้ายสุดฤทธิ์เพื่อไม่ให้เสียฟอร์มความเป็นสุภาพชนปลอมๆ ในสถานการณ์นี้ "เอกสารชุดนี้ฉันตรวจสอบกับหัวหน้าฝ่ายบัญชีมาแล้วอย่างละเอียดถี่ถ้วน ถ้าจะมีอะไรผิดพลาด สิ่งเดียวที่ผิด... ก็คงเป็นสายตาและอคติส่วนตัวของท่านประธานเองมากกว่า!"
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันเย็นเยียบลงทันที
ภาคินหุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงจนอันตราย เขาวางแฟ้มในมือลงช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทเนื้อดีก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เธอยืนอยู่ ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนมินตราต้องเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ... เธอจะถอยไม่ได้เด็ดขาด!
มินตราช้อนสายตาสู้กับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน
"ปากเก่งขึ้นเยอะนี่ครับ มินตรา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และกาแฟคั่วเข้มโชยเข้าจมูกจนเธอรู้สึกวิงเวียนแปลกๆ "จำได้ว่าเมื่อก่อน ตอนที่เราเพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ คุณเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ ไม่เห็นกล้าต่อปากต่อคำกับผมแบบนี้เลยนี่นา"
"ก็ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ธาตุแท้ของคุณน่ะสิคะ... เอ๊ย! ครับ!" มินตราเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกกว้างที่ก้าวเข้ามาใกล้เกินความจำเป็นออกห่าง แต่ทว่ามือของเขากลับไวเสียยิ่งกว่ากิ้งก่า ภาคินคว้าข้อมือบางของเธอไว้ข้างหนึ่งอย่างรวดเร็วแต่ไม่แน่นจนเกินไป เพียงพอที่จะตรึงเธอให้อยู่ในอาณัติของเขา
"ธาตุแท้เหรอครับ? หึ... คุณยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมอีกเยอะหรอก มินตรา"
ดวงตาสีเข้มของเขาพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันทั้งดุดัน ดึงดูด และร้อนรุ่มในเวลาเดียวกัน ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้มินตรารู้สึกหนสันหลังวาบ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะความหวั่นไหวบ้าๆ ที่เธอกลเกลียดนักหนาต่างหาก
ให้ตายสิ ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจเธอชะมัด!
"ปล่อยฉันนะคะ... เอ๊ย! ปล่อยผม... เอ๊ย! ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ! อื้อ! ปล่อยสิครับ!" มินตราสับสนสรรพนามจนพันกันยุ่งเหยิงไปหมดเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาไล้เบาๆ บนหลังมือเธออย่างจงใจหยอกเย้า
ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและเซ็กซี่เป็นบ้า จนคนฟังต้องเม้มปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่เริ่มเตลิดเปิดเปิง
"เรียกแทนตัวเองให้มันรอดก่อนเถอะค่อยมาเถียงผม" เขากระซิบชิดใบหูจนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดซอกคอขาวผ่อง ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ส่วนเอกสารนี่... ผมให้เวลาคุณแก้ใหม่อีกรอบ ถ้าภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ยังไม่เสร็จแล้วเอามาวางบนโต๊ะด้วยตัวเอง..."
เขาเว้นจังหวะไปนิด ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่มไปชั่วเสี้ยววินาที จนมินตราสะấuเฮือก หัวใจกระδกระเด็นขึ้นมาจุกที่คอหอย
"...คุณจะโดน 'ทำโทษ' แบบที่จำไปจนวันตายเลยล่ะครับ คุณภรรยา"
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณเตือนจากลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้นนอกประตูห้องทำงาน ขัดจังหวะบรรยากาศสีชมพูแกมพิศวาสนั้นลงอย่างกะทันหัน
ภาคินชะงักเล็กน้อย เขายังไม่ยอมถอยห่างออกไป แต่ดวงตาคมกริบกลับหันไปมองที่ประตูบานใหญ่ด้วยความฉงนระคนไม่พอใจ ขณะที่มินตราใช้จังหวะเผลอนี้สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุม แล้วรีบกระโดดถอยหลังไปสามก้าว จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เข้าทางอย่างลนลาน
แกร็ก!
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอสัญญาณอนุญาต ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์บนใบหน้าหล่อเหลา ทว่าดวงตากลับคมกริบดุจเหยี่ยว
"โอ๊ะ... ดูท่าทางผมคงจะเข้ามาขัดจังหวะ 'สวีท' ระหว่างท่านประธานกับเลขาจำเป็นเข้าสินะครับเนี่ย... ขอโทษทีพอดีผมมีเรื่อง 'ด่วน' กว่าจะมารอให้เคลียร์เสร็จน่ะครับ ภาคิน"
กันตภณยืนกอดอกพิงกรอบประตู รอยยิ้มมุมปากของเขาส่งตรงมาที่มินตราด้วยแววตาเป็นประกายวิบวับ ชนิดที่ทำให้เส้นเลือดขมับของภาคินกระตุกวูบอย่างรุนแรงทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนรักแต่ศัตรูหัวใจคนนี้ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของตน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนดรากอนไรเดอร์เสมอนะครับ
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 4
เลขาจำเป็นปะทะท่านประธานจอมจู้จี้
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!