เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าหน้าห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสนิท หากแต่มันดังแทรกกลางความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบจะจับต้องได้ระหว่างคนสองคน
มินตรากำลังยืนอยู่ตรงนั้น—ณ จุดที่เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายขาดผึ่งลงอย่างไร้เสียง หญิงสาวไม่ได้หันไปมองร่างระหงของแพรวพราวที่ก้าวล้ำเข้ามาพร้อมถาดกาแฟหอมกรุ่นในมือ ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววท้าทายและพร้อมต่อกรกับเขาทุกลมหายใจ กลับนิ่งสนิท... นิ่งจนน่ากลัว เป็นความนิ่งที่ไร้ซึ่งประกายความคาดหวังใดๆ อีกต่อไป
"พี่คินคะ... แพรวเองค่ะ พอดีแพรวทำกาแฟมาให้... แพรวขอเข้าไปนะคะ"
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่จงใจดัดให้มีความออดอ้อนเคลือบน้ำตาลดังขึ้น พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดกว้างโดยไม่รอคำอนุญาต แพรวพราวในชุดเดรสเข้ารูปเน้นสัดส่วนก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ แต่รอยยิ้มนั้นกลับต้องสะดุดกึก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับบรรยากาศมาคุราวนรกแตกภายในห้อง
ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มไหววับด้วยโทสะที่พุ่งพล่านอย่างไร้เหตุผล เขายังไม่ได้ให้คำตอบกับมินตราเรื่องที่เธอยื่นคำขาดขอหย่าเมื่อวินาทีที่แล้วด้วยซ้ำ แต่การที่หญิงสาวเลือกจะยืนเงียบ ไม่โต้เถียง และมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า มันกลับทำให้คนอีโก้จัดอย่างเขา ‘สติหลุด’ ยิ่งกว่าถูกตบหน้ากลางสาธารณชน
ความหึงหวง ความกลัวลึกๆ ที่ไม่ยอมรับ และความโมโหที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ หลอมรวมกันจนกลายเป็นคำพูดเชือดเฉือนที่พ่นออกมาโดยปราศจากการกลั่นกรอง
"เข้ามาทำไม ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา" ภาคินตวัดสายตาคมกริบไปยังผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญ แพรวพราวหน้าเสียไปชั่วขณะ แต่มือเรียวยังคงทำใจดีสู้เสือ วางถาดกาแฟลงบนโต๊ะทำงานพร้อมเอ่ยเสียงหวาน
"แพรวเห็นว่าพี่คินทำงานเครียดๆ เลยเอาคาปูชิโน่มาฝากค่ะ... อีกอย่าง แพรวไม่อยากให้พี่คินต้องมาหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วย" ประโยคหลัง แพรวพราว จงใจเหลือบสายตาไปทางมินตรา พร้อมกับเหยียดยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากอย่างเหนือกว่า
มินตราแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงหัวเราะที่เย้ยหยันทั้งตัวเธอเองที่เคยโง่งง และเย้ยหยันผู้ชายปากร้ายตรงหน้าที่ปล่อยให้เกมตื้นๆ ของผู้หญิงอื่นมาปั่นหัวจนพังไม่เป็นท่า
"เรื่องไม่เป็นเรื่องงั้นเหรอ..." มินตราทวนคำ พลางกวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ถ้าการที่ฉันจะเดินออกไปจากชีวิตผู้ชายเฮงซวยสักคน มันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องในสายตาพวกคุณ งั้นก็ดีแล้วนี่... เชิญตามสบายเลยค่ะ เชิญสวีทกันให้เต็มที่ ฉันไม่ขัดจังหวะความสุขปลอมๆ ของพวกคุณหรอก"
"มินตรา!" ภาคินคำรามลั่น สันกรามของเขาบดเข้าหากันจนได้ยินเสียงกรอด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดเมื่อได้ยินคำว่า ‘ผู้ชายเฮงซวย’ จากปากภรรยาตัวเอง "เธอกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้! คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามาสั่งมาท้าทายฉัน!"
"แล้วคุณคิดว่าคุณเป็นใครล่ะคะคุณภาคิน?" มินตราสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นด้วยไฟโทสะที่ไม่ยอมแพ้ใครอีกต่อไป "เป็นสามีทางนิตินัยงั้นเหรอ? หึ! สามีที่มีชู้ทางใจคอยตามตื้อไม่เลิก แถมยังโง่ให้เขาจูงจมูกแบบนี้ ฉันบอกเลยนะว่าต่อให้คุณเอาตำแหน่งประธานหมื่นล้านมาวางกองตรงหน้า ฉันก็ไม่เอาค่ะ! ของเหลือเดนแบบนี้... คุณเก็บไว้กินเองเถอะ!"
*เพล้ง!*
คำว่า ‘ของเหลือเดน’ กระแทกเข้ากลางใจของคนอีโก้จัดอย่างภาคินเข้าอย่างจัง ทิฐิและศักดิ์ศรีมหาศาลที่ค้ำคออยู่ทำให้เขาขาดผึ้ง สติที่เคยมีหลุดลอยหายไปในพริบตา มือหนาปัดแก้วกาแฟบนถาดจนร่วงลงกระแทกพื้นแตกกระจาย กาแฟสีเข้มกระเด็นเปรอะเปื้อนพรมราคาแพง แต่ไม่มีใครสนใจเสียงนั้น
แพรวพราวสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ถอยหลังกรูดไปจนชิดผนังห้อง ไม่เคยเห็นภาคินที่สุขุมนุ่มลึกระเบิดอารมณ์รุนแรงขนาดนี้มาก่อน
ภาคินก้าวพรวดเดียวเข้ามาประชิดตัวมินตรา แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่แผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบหายใจไม่ออก มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบอบบางทั้งสองข้าง บีบแน่นราวกับจะให้แหลกคราบคามือ ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความโกรธจัด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย
"ปากดีนักนะมินตรา! อยากหย่านักใช่ไหม อยากไปจากฉันจนตัวสั่นเลยสินะ!" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร "คิดเหว่าะว่าออกไปจากที่นี่แล้วเธอจะไปมีชีวิตที่ดีงั้นเหรอ? อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย! สำหรับฉัน... เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงไร้ค่าที่ถูกซื้อมาด้วยเงินทดแทนบุญคุณแม่เธอเท่านั้นแหละ!"
กึก...
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในวันที่ไม่มีเค้าฝน มินตราช็อกจนนิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบของคำพูด
คำว่า *'ผู้หญิงไร้ค่าที่ถูกซื้อมาด้วยเงินทดแทนบุญคุณ'*...
มันพุ่งทะลวงเข้าปักกลางใจ ทะลุผ่านเกราะป้องกันทุกชั้นที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีของการแต่งงานอย่างไร้ความปรานี ทุกความทรงจำ ทุกความพยายามที่จะประคับประคองชีวิตคู่ และแม้แต่ความรู้สึกหวั่นไหวเล็กๆ ที่เธอเคยมีให้เขา ถูกแผดเผาจนมอดไหม้กลายเป็นจุลในประโยคเดียว
แพรวพราวที่ยืนมองอยู่มุมห้องแอบยิ้มมุมปากอย่างสะใจเมื่อได้ยินประโยคเชือดเฉือนนั้น หญิงสาวคิดว่าคราวนี้มินตราคงไม่มีหน้าจะมายืนหยัดอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป
ทว่า... มินตราไม่ได้ร้องไห้ เธอไม่มีหยดน้ำตาแม้แต่หยดเดียวไหลออกมาให้คนใจร้ายได้เห็น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างนับวินาทีที่ยาวนานราวกับเป็นชั่วกัลปสาน ภาคินที่เพิ่งหลุดปากพูดประโยคใจร้ายออกไป หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอกทันทีที่เห็นความว่างเปล่าและรอยร้าวลึกในดวงตาคู่นั้นของภรรยา มือหนาที่บีบต้นแขนเธออยู่เริ่มคลายแรงออกโดยอัตโนมัติ
"พ... พี่คิน..." ภาคินพึมพำในลำคอ สมองสั่งให้เขาเอ่ยปากแก้ตัว แต่ทิฐิเจ้ากรรมกลับบล็อกคำพูดเหล่านั้นไว้
มินตราก้มมองมือใหญ่ที่ค่อยๆ เลื่อนหลุดจากแขนของเธอ เธอไม่ได้ปัดป้อง ไม่ได้โวยวาย และไม่ได้กรีดร้อง หญิงสาวเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติที่หลุดลอยกลับมา รอยยิ้มหยันที่มุมปากถูกส่งให้สามีใจร้ายเป็นครั้งสุดท้าย เป็นรอยยิ้มที่หนาวเหน็บจนภาคินรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น
"ค่ะ... ฉันมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่คุณซื้อมา" น้ำเสียงของมินตราเรียบนิ่ง เย็นชา และไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เจือปนอย่างสิ้นเชิง "ในเมื่อคุณคิดแบบนั้นมาตลอด... งั้นเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วค่ะ"
พูดจบ มินตราก็สะบัดหน้าหนี ไม่เหลือบแลสายตาไปมองหน้าผู้ชายปากร้ายที่ยืนตัวชาอยู่ตรงนั้นแม้แต่น้อย เธอก้าวเท้าเดินผ่านร่างของแพรวพราวที่ยืนขวางประตูออกไปอย่างมั่นคง ทิ้งให้เสียงฝีเท้าของเธอสะท้อนก้องความเงียบงันภายในห้อง
"มิน... เดี๋ยว..."
ภาคินขยับตัวจะก้าวตามด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของเขาร่ำร้องให้วิ่งตามไปคว้าตัวภรรยาไว้ แต่ทว่า... สัญชาตญาณและความอีโก้ยังคงรั้งขาคู่นั้นให้อยู่กับที่
ในวินาทีที่มินตราเอื้อมมือเปิดประตูเตรียมจะก้าวพ้นขอบห้องทำงานเพื่อเดินไปหยิบเอกสารหย่า เสียงทุ้มทรงอำนาจและคุ้นเคยดีของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นที่หน้าห้องเสียก่อน พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโผล่มาในเวลานี้
"อ้าว มินตรา... น้องมินมาทำอะไรที่ห้องไอ้คินมันล่ะครับเนี่ย หน้าตาดูเครียดๆ นะ... มีปัญหาอะไรกับสามีตัวดีหรือเปล่า หื้ม?"
ร่างสูงโปรดของ ‘กันตภณ’ เพื่อนสนิทและคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของภาคิน ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้ามินตราพอดี พร้อมกับส่งรอยยิ้มพราวเสน่ห์และสายตาแพรวพราวที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์มาให้หญิงสาว โดยมีสายตาดุร้ายราวกับเสือหิวของภาคินที่พุ่งทะลวงมาจากด้านหลัง...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของดรากอนไรเดอร์ด้วยดีเสมอมานะครับ
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 22
คำพูดทำร้ายจิตใจ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!