เสียงกระดาษรายงานบนโต๊ะทำงานราคาแพงถูกพลิกด้วยความเร็วที่บอกถึงสภาวะจิตใจอันฟุ้งซ่านของเจ้าของร่างสูงสง่า
ภาคินขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะเป็นปม ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขผลประกอบการไตรมาสล่าสุดอย่างไร้ความหมาย สมองของเขาไม่ได้ประมวลผลเรื่องผลกำไรของบริษัทแม้แต่น้อย ภาพในหัวกลับฉายซ้ำแต่ใบหน้าเรียบเฉยและดวงตากลมโตคู่สวยที่มองเขาด้วยความว่างเปล่าเมื่อคืนนี้
ให้ตายสิ... ผู้หญิงคนนั้นกล้าดียังไงถึงเมินเขา?
ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง มือหนาเสยผมทรงคอมมานด์ที่เซ็ตไว้อย่างดีจนยุ่งเหยิงเล็กน้อยอย่างหงุดหงิด ปฏิบัติการง้องอนแบบฉบับท่านประธานหนุ่มหมื่นล้านที่เขาคิดมาทั้งคืน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้แล้ว แต่มันติดอยู่ที่ว่า... คนอย่างภาคินไม่เคยต้องง้อใครมาก่อนในชีวิต!
ก๊อกๆ
"เข้ามา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอนุญาต สิ้นเสียงนั้น ประตูห้องทำงานส่วนตัวก็เปิดออก พร้อมกับร่างบางของมินตราที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคล่องแคล่ว มือเล็กถือแฟ้มเอกสารโครงการใหม่โดยไม่แม้แต่จะชายตามองเจ้าของห้องที่ยืนค้ำฟ้าอยู่หลังโต๊ะทำงานเลยสักนิด
ภาคินแอบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลาปรับให้เรียบเฉยที่สุดเพื่อรักษาฟอร์มของความเป็นสามี (ที่กำลังจะตกกระป๋อง) เอาไว้
"เอกสารโครงการรีสอร์ตที่ภูเก็ต ผมตรวจดูแล้ว..."
"ถ้าไม่มีอะไรแก้ไข ดิฉันขอตัวนะคะ พอดีมีงานด่วนต้องเคลียร์ต่อ" มินตราสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ซึ่งเยื่อใย แถมยังตัดบทสนทนาแบบไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดประโยคยาวๆ เลยสักนิด
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกريบหรี่ลงอย่างไม่สบอารมณ์ เขาก้าวเท้าสยาวๆ ออกจากหลังโต๊ะทำงาน เดินเข้ามาขวางทางเดินของภรรยาตัวดีไว้ ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะจนเงาทาบทับร่างบางมิด แต่มินตรากลับไม่มีท่าทีสะดุ้งสะเทือน เธอเพียงแค่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาเรียเฉย เย็นชา จนคนมองรู้สึกใจกระตุกวูบ
"ผมยังพูดไม่จบ มินตรา"
"แต่ดิฉันหมดเวลาฟังค่ะคุณภาคิน" เธอย้อนกลับทันที มุมปากหยักยกยิ้มเยาะเล็กน้อยที่ชวนให้คนมองรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ "ถ้าเรื่องงานหมดแค่นี้ กรุณาหลีกทางด้วยค่ะ ดิฉันรีบ"
ให้ตายเถอะ ปากคอเราะรายแบบนี้มันน่าจับมาจูบให้หายพยศนัก!
ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความซึนเดระที่ฝังรากลึกในตัวพยายามต่อสู้กับความรู้สึกผิดที่ตีรวนอยู่ในอก เขาตั้งใจแล้วว่าจะเอ่ยปาก 'ขอโทษ' เรื่องเมื่อวานที่ใช้อารมณ์ แต่วิธีการของคนฟอร์มจัดอย่างเขาดันเลือกใช้การอ้อมค้อมแทนที่จะพูดตรงๆ
"เอ่อ... เรื่องกาแฟเมื่อเช้า..." ชายหนุ่มกระแอมเบาๆ ในลำคอ หลบสายตาไปทางอื่นเสี้ยววินาทีเพื่อซ่อนความประหม่า "ที่ผม... สั่งให้เลขาซื้อแบบลดหวานมาให้ เพราะเห็นปกติคุณชอบบ่นว่าปวดท้องประจำเดือน... ไม่ได้หมายความว่าใส่ใจอะไรหรอกนะ แค่ไม่อยากให้งานเสียเพราะคุณป่วย"
พูดจบก็แอบเหลือบสายตากลับมามองปฏิกิริยาของภรรยา คิดว่าเธอคงจะใจอ่อน ยิ้มรับ หรือ至少ก็มีท่าทีเขินอายบ้าง
แต่มินตรากลับกะพริบตาปริบๆ มองเขาด้วยสายตาเหมือนกำลังมองตัวประหลาดจากดาวอังคาร
"กาแฟลดหวาน?" เธอย้อนถามเสียงสูง สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียเฉยดังเดิม "คุณภาคินคะ... ดิฉันไม่เคยชอบกินกาแฟลดหวาน และที่สำคัญ... ดิฉันไม่ได้เป็นประจำเดือนค่ะ คุณจำสลับกับเลขาของคุณหรือเปล่าคะ?"
ราวกับมีค้อนยักษ์ตกลงมาทุบกลางหัว ภาคินหน้าชาดิก สมองประมวลผลแทบไม่ทัน ไอ้เลขาตัวดีบอกว่าผู้หญิงเวลาเป็นประจำเดือนมักจะหงุดหงิดและชอบกินหวานน้อย... นี่เขาโดนข้อมูลปลอมหลอกมาหรือวะเนี่ย!
"เอ่อ... งั้นเหรอ" ภาคินพยายามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ฟอร์มที่อุส่าห์สร้างมาพังทลายไม่เป็นท่า "ช่างมันเถอะ... แล้วเรื่องกระเป๋าแบรนด์เนมคอลเลกชันใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งล่ะ ผม... เอ่อ... ซื้อมาฝากจากทริปฝรั่งเศส เห็นมันกองอยู่เกะกะเลยหยิบติดมือมา เผื่อคุณอยากเอาไปแจกใคร"
ประโยคบอกเลิกความใส่ใจแบบซึนๆ ถูกพ่นออกไปอย่างเก้ๆ กังๆ ภาคินมั่นใจว่ากระเป๋าใบนั่นราคาแปดหลัก แถมยังหายากระดับทวีป มินตราน่าจะตาวาวด้วยความดีใจบ้างล่ะวะ
ทว่า... มินตรากลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตากลมโตฉายแววระอาใจอย่างปิดไม่มิด
"กระเป๋าใบนั้นเหรอคะ? อ๋อ... ที่วางเกะกะจนดิฉันต้องเอาไปยัดใส่ตู้เก็บของห้องแม่บ้านแล้วล่ะค่ะ พอดีรสนิยมของคุณมันไม่ตรงกับดิฉัน และที่สำคัญ... ดิฉันมีปัญญาซื้อเองค่ะ ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครเอาของเหลือใช้มาประเคนให้"
เพล้ง! เสียงหน้าแตกดังสนั่นลั่นห้องทำงานหรู
ภาคินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยความจริงอันเจ็บแสบ ปฏิบัติการง้อฉบับคนซึนของเขาในวันนี้พังไม่เป็นท่า ล้มเหลวไม่เป็นกระบวนท่าแถมยังโดนตอกกลับจนมุม ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ระงับโทสะและความน้อยเนื้อต่ำใจที่ตีตื้นขึ้นมา มือหนายื่นออกไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กไว้โดยอัตโนมัติเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะหมุนตัวเดินหนี
"เดี๋ยวมินตรา! ทำไมคุณต้องพูดจาประชดประชันผมขนาดนี้ด้วยวะ!" น้ำเสียงทุ้มหลุดจากมาดประธานผู้เยือกเย็น กลายเป็นเสียงหงุดหงิดของสามีที่กำลังจะสติแตก
"ปล่อยค่ะ!" มินตราสะบัดแขนออกอย่างแรง ดวงตาคู่สวยตวัดมองเขาอย่างเอาเรื่อง "คนที่ประชดประชันและไม่ยอมพูดความจริงมันคือคุณต่างหากล่ะคะคุณภาคิน! ถ้าทำไม่เป็น พูดไม่เป็น ก็อยู่เฉยๆ ซะเถอะค่ะ อย่าพยายามทำตัวเป็นหมาโบ้ขี้ประจบเลย... มันน่าสมเพช"
คำว่า 'หมาโบ้' ทำเอาภาคินสะอึก ถดถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความช็อก ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงมาว่าเขา!
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ปะทุขึ้นไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน... สามครั้งแบบเป็นจังหวะ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ทั้งสองคนชะงัก ภาคินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดเวลาส่วนตัว ขณะที่มินตราเบนสายตาไปทางประตูด้วยความโล่งอก
ประวัติศาสตร์ห้องทำงานต้องจารึก เมื่อบานประตูไม้สักทองถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโผล่มาในเวลานี้...
กันตภณ เพื่อนสนิท (และคู่แข่งคนสำคัญ) ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ในมือถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่ พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสบายๆ ที่ทำเอาเส้นเลือดขมับของภาคินเต้นตุบๆ
"สวัสดีครับคุณภรรยา... พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้... เอ๊ะ หรือว่าผมมาขัดจังหวะอะไรสวีทกันหรือเปล่าครับเนี่ย?"
ดรากอนไรเดอร์
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของดรากอนไรเดอร์ด้วยดีเสมอมานะครับ
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 24
ปฏิบัติการง้อฉบับคนซึน (ที่ล้มเหลว)
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!