เสียงก’องไวน์กระทบกันเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องอาหารส่วนตัวบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรู
มินตราไม่ได้แตะต้องอาหารจานหรูตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยมองลอดผ่านแก้วทรงสูงไปยังชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของประเทศ ภาคินในยามนี้ไม่มีมาดประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอึดอัดระคนลังเลที่ฉายชัดอยู่บนสันจมูกโด่งเป็นสันและดวงตาคมกริบคู่นั้น
บรรยากาศระหว่างเขากับเธอในค่ำคืนนี้ไม่ใช่สงครามเย็นอย่างที่เคยเป็นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่มันคือความเปราะบางชนิดหนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่า หากขยับตัวผิดไปแม้แต่นิ้วเดียว ทุกอย่างอาจแตกสลายไม่มีชิ้นดี
"คุณไม่ทานอะไรเลย" เสียงทุ้มต่ำของภาคินดังขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่ร่วมหนาที
"ฉันไม่มีอารมณ์จะกินข้าวค่ะ... เอ่อ หมายถึง ผมไม่มีอารมณ์จะกิน" มินตราเผลอหลุดสรรพนามเก่าออกมาตามความคุ้นชิน ก่อนจะรีบแก้คำพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึง "สรุปว่าที่คุณนัดฉันออกมาที่นี่ เพื่อจะมานั่งจ้องหน้ากันเฉย ๆ หรือไงคะคุณภาคิน ถ้าไม่มีอะไรสำคัญ ฉันขอตัวกลับก่อนดีกว่า"
เธอกำลังจะขยับตัวลุกขึ้น แต่เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงก็ทำให้เธอต้องชะงัก
"เดี๋ยวก่อน... มิน"
มินตราหันขวับกลับมามอง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวง "อะไรอีกคะ"
ภาคินสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิต ผู้ชายที่สั่งซื้อบริษัทมูลค่าหมื่นล้านได้ภายในพริบตาโดยไม่กะพริบตา ตอนนี้กลับกำลังนั่งกำก้านแก้วไวน์แน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว
"ผม... อยากจะขอโทษ"
คำพูดนั้นเรียบง่าย สั้นกระชับ แต่กลับมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้มินตรานิ่งงันไปชั่วขณะ หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ คล้ายไม่แน่ใจว่าหูของตัวเองฝาดไปหรือไม่
"คุณว่าอะไรนะ... ใครขอโทษใครนะ"
"ผมเอง" ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองคู่แข่งทางธุรกิจอย่างเฉียบคม บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเจือจางของความอ่อนล้าและความจริงใจ "ผมขอโทษมินตรา สำหรับทุกอย่าง... สำหรับคำพูดแย่ ๆ ที่ผมเคยโยนใส่คุณ สำหรับความเย็นชา และสำหรับการทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทั้งที่ผมเองต่างหากที่ไม่เคยทำหน้าที่สามีที่ดีเลยสักวัน"
มินตราอ้าปากค้างเล็กน้อย สมองที่เคยเตรียมคำพูดประชดประชันไว้เป็นร้อยแปดพันเก้ากลับว่างเปล่าในเสี้ยววินาที เธอไม่เคยคิดเลยว่าคำว่า 'ขอโทษ' จะออกจากปากของผู้ชายที่อีโก้สูงทะลุฟ้าอย่างภาคิน
"คุณ... กินยาผิดซองมาหรือเปล่าคะเฮียคิน" เธออดไม่ได้ที่จะย้อนด้วยความประชด "หรือว่าหุ้นบริษัทกำลังจะตก คุณเลยต้องมาทำบุญล้างซวยด้วยการพูดจาแปลก ๆ กับฉัน"
"ผมไม่ได้ล้อเล่น" ภาคินถอนหายใจยาว วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สายตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอราวกับกลัวว่าเธอจะหายวับไปกับตา "ผมรู้ว่าคำขอโทษของผมมันไม่อาจลบล้างความเจ็บปวดที่คุณต้องทนอยู่กับผมมาเป็นปี ๆ ได้หรอก มินตรา... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมหลอกตัวเองเก่งมาก ผมบอกตัวเองว่าเราแต่งงานกันเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจ ผมบอกตัวเองว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้หญิงปากเก่งอย่างคุณ"
มุมปากของมินตกกระตุกวูบ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่เธอยังคงกอดอกเชิดหน้าขึ้นเพื่อปกปิดความหวั่นไหว
"แล้วตอนนี้เลิกหลอกตัวเองแล้วหรือไงคะ"
"อืม เลิกแล้ว" ภาคินยอมรับอย่างหน้าตาเฉย ไม่มีฟอร์ม ไม่มีมาดประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่หลงเหลืออยู่ "ตั้งแต่วันที่คุณยื่นใบหย่าแล้วเดินออกจากเพนเฮาส์ไป... ผมถึงได้รู้ว่าไอ้ความมั่นอกมั่นใจที่ผมมีมันไร้ค่าแค่ไหนเมื่อไม่มีคุณอยู่กวนประสาทบนโต๊ะอาหาร บ้านหลังนั้นมันโคตรจะเงียบเหงา มิน... มันเหมือนบ้านร้างที่ไม่มีวิญญาณเลยสักดวง"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกนั้นทำเอาอุณหภูมิรอบตัวเหมือนจะอุ่นขึ้นมาดื้อ ๆ มินตราชะงัก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และพบแต่ความเวิ้งว้างกับความจริงจังที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"แล้วคุณคิดว่าแค่คำขอโทษคำเดียว กับคำหวานเลี่ยนพวกนี้ จะทำให้ฉันลืมทุกอย่างแล้วกลับไปเป็นเมียแต่งที่ยอมก้มหัวให้คุณเงียบ ๆ เหมือนเดิมงั้นเหรอคะ" มินตราถามเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด "สายไปแล้วค่ะคุณภาคิน ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาหน้ารถที่คุณจะนึกอยากเขี่ยทิ้งตอนไหนก็ได้พอนึกเบื่อ แล้วพอนึกเสียดายก็ค่อยมาหยิบกลับไปตั้งไว้ที่เดิม"
"ผมไม่ได้มองคุณเป็นตุ๊กตา" ภาคินพูดแทรกขึ้นทันที น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและหนักแน่นขึ้น "ผมรู้ว่าผมแก้ตัวไม่ทันแล้ว และผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าคุณจะให้อภัยผมในวันนี้... แต่อย่างน้อย ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองหน่อยไม่ได้เหรอ มินตรา"
ชายหนุ่มขยับตัวโน้มเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น รัศมีกดดันที่เขามักจะมีถูกแทนที่ด้วยความเว้าวอนอย่างที่คนอย่างภาคินไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
"ผมยอมลดอีโก้ของตัวเองลงครึ่งหนึ่งแล้ว... เหลืออีกครึ่งหนึ่ง ให้คุณเป็นคนเข้ามาดึงมันลงมาเอง ดีไหมล่ะ"
มินตราเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้มันชวนให้ใจอ่อนยวบยาบอย่างน่ากลัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไวน์ชั้นดีทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกำลังจะพังทลาย
หญิงสาวเบือนหน้าหนีไปทางกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน เพื่อหลบสายตาคู่นคมที่จ้องมองมาอย่างเว้าวอน ความเงียบโรยตัวลงมาชั่วครู่ แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดแบบก่อนหน้านี้ มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมในหัวใจของคนทั้งคู่
ภาคินไม่ได้เร่งเร้า เขาเพียงแต่นั่งมองเสี้ยวหน้าหวานที่กำลังกอบกู้สติของตัวเองอย่างยากลำบาก รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของประธานหนุ่ม เมื่อเห็นว่ากำแพงที่หญิงสาวสร้างขึ้นเริ่มมีรอยร้าว
"ก็ได้..." ในที่สุดมินตราก็หันกลับมา ถอนหายใจยาวพรืดราวกับยอมจำนนต่อโชคชะตา "ฉันจะยอมให้โอกาสคุณพิสูจน์ตัวเอง... แต่บอกไว้ก่อนนะเฮียคิน ว่าถ้าคุณทำคะแนนติดลบเมื่อไหร่ ฉันหย่าจริง ๆ ด้วย ไม่มียก,ที่สองให้อีกแล้วนะ"
ดวงตาคมของภาคินทอประกายความยินดีขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มพึงพอใจระบายบนใบหน้าหล่อเหลาจนคนมองถึงกับใจกระตุก
"ดีมาก... งั้นเรามาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ตั้งแต่มื้อนี้เป็นต้นไป" ภาคินเอื้อมมือหนาไปหมายจะกุมมือบางที่วางอยู่บนโต๊ะ
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสโดนหลังมือของเธอ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูก็คดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังซะก่อน
"โอ๊ะ ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีตของคู่สามีภรรยา (ที่กำลังจะหย่า) หรือเปล่าครับเนี่ย?"
ทั้งภาคินและมินตราสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังต้นเสียงพร้อมกัน
ร่างสูงโปรดของ **กันตภณ** ยืนยันกายเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงทางเข้าโต๊ะอาหารพิเศษ พร้อมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ดวงตาคมกวาดมองคนทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยแววตากรุ้มกริ่มราวกับกำลังสนุกสนานกับละครฉากใหญ่
ภาคินหุบยิ้มทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาตึงเครียดและดุดันขึ้นในเสี้ยววินาที รังสีความไม่พอใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิรอบโต๊ะลดฮวบทันที
"นายมาทำอะไรที่นี่, กันต์" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะความหวาน
กันตภณหัวเราะในลำคอเบา ๆ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวว่างฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับเชิญสักนิด สายตาพราวเสน่ห์หันไปสบตากับมินตราทันที
"บังเอิญผ่านมาเห็นคนรู้จักนะครับ... อีกอย่าง มินตรา คุณไม่คิดเหรอครับว่าในเมื่อเฮียคินเขายอมลดอีโก้ลงครึ่งหนึ่งแล้ว คุณน่าจะลองฟังข้อเสนอสำรองจากผมดูบ้าง... เผื่อว่ามันจะเร้าใจกว่าการกลับไปซบผู้ชายปากแข็งคนนี้นะครับ"
มินตราเบิกตากว้างเล็กน้อย ขณะที่กรามของภาคินขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศที่กำลังจะปรับความเข้าใจกันด้วยดีเมื่อครู่ พังทลายลงในพริบตาเมื่อมือที่สามผู้ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาเหยียบสนามรบแห่งความรักนี้อย่างเต็มตัว!
*(ดรากอนไรเดอร์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของดรากอนไรเดอร์ด้วยดีเสมอมานะครับ)*
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 26
ดินเนอร์ปรับความเข้าใจครึ่งทาง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!