"ถ้ามึงก้าวขาออกจากบ้านกูอีกก้าวเดียว... กูจะถือว่ามึงประกาศสงครามกับกูอย่างเป็นทางการ, กันต์!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กรุ่นไปด้วยไอสังหารและโทสะอันดิบเถื่อนดังสะท้อนก้องห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชาโภคิน ทว่ากันตภณกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นอย่างท้าทายนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิงที่กำลังลุกโชน
"สงครามเหรอครับ... ภาคิน?" กันต์หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทที่ตอนนี้กลายมาเป็นศัตรูหัวใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลด้วยแววตาสمเพชเจือความเย้ยหยัน "น่าแปลกนะครับ ทั้งที่มึงมีของล้ำค่าที่สุดอยู่ในมือ แต่มึงกลับทำตัวเหมือนคนโง่ที่รอวันโยกย้ายมันทิ้งลงถังขยะ มินตราไม่ได้เกิดมาเพื่อให้มึงเหยียบย่ำเล่นตามอำเภอใจนะ... ถ้ามึงไม่เห็นค่าเขา ก็เปิดทางให้คนอื่นเขาดูแลเถอะครับ"
เพียะ!
เสียงหมัดหนักหน่วงพุ่งกระแทกเข้าที่มุมปากของกันตภณอย่างจัง แรงปะทะทำให้หน้าของกันต์หันไปตามแรงเหวี่ยง เลือดสีสดซึมออกจากมุมปากช้าๆ แต่เจ้าตัวกลับไม่ร้องโอดครวญสักแอะ มีเพียงเสียงหัวเราะในลำคอที่ดังลอดไรฟันอย่างน่าหมั่นไส้
"หึงเหรอครับ?" กันต์ใช้หลังมือปาดคราบเลือดที่มุมปากออกเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตาภาคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งการแย่งชิง "หรือแค่เสียฟอร์มที่เมียที่มึงบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา... กำลังจะเดินหนีหายไปจากชีวิตมึงจริงๆ"
ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งเครียดดั่งเสือชีตาร์ที่พร้อมขย้ำเหยื่อ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン หากไม่ใช่เพราะเขายังมีสติหลงเหลืออยู่บ้างว่านี่คือบ้านของเขา และกันต์คือแขกที่เข้ามาในฐานะ... ศัตรูทางธุรกิจ หมัดที่สองคงซัดเข้าแสกหน้าให้สติหลุดไปแล้ว
"ไสหัวไปซะ... ก่อนที่กูจะหมดความอดทนแล้วลืมคำว่าเพื่อน" เสียงของภาคินต่ำพร่าและลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างน่ากลัว
กันต์ยิ้มมุมปากอีกครั้งอย่างผู้กำชัยชนะ เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ช้าๆ ก่อนจะเดินผ่านร่างหนาของภาคินออกไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความคุกรุ่นและความระแวงที่ถูกหว่านเมล็ดพันธุ์ไว้ในใจของประธานหนุ่มอย่างสมบูรณ์แบบ
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของระเบียงชั้นสอง มินตรายืนกอดอกพิงเสาหินอ่อน ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่สะท้อนอยู่ในเรตินาของเธอทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคำประกาศกร้าวของภาคิน หรือรอยยิ้มเย้ยหยันของกันต์ มันช่างน่าขันและน่าสมเพชในคราวเดียวกัน
ผู้ชายคนนั้น... ปากบอกว่าเกลียดเธอ ปากบอกว่าการแต่งงานนี่คือพันธะจอมปลอม แต่ทำไมเวลาที่มีผู้ชายคนอื่นเข้ามาใกล้ ถึงได้แสดงอาการหึงหวงบ้าคลั่งออกมาจนน่าเกลียดแบบนี้
"หึ... หมาหวงก้างชัดๆ" มินตราพึมพำกับตัวเองเบาๆ ริมฝีปากบางเฉียบเหยียดยิ้มหยัน ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินกลับเข้าห้องพักเพื่อจัดการเก็บกระเป๋าเดินทางที่เหลือ ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวตามขึ้นมาอย่างรีบร้อนก็ทำให้เธอกลั้นใจหยุดเดิน
"มิน!"
เสียงเรียกห้วนๆ ที่เจือความเหนื่อยหอบเล็กน้อยดังขึ้นด้านหลัง มินตราถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับสามีในนามที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างอะไรจากพายุลูกใหญ่
ภาคินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยระยะห่างที่แทบไม่เหลือช่องว่าง ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องมองเธอนิ่งราวกับต้องการจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับพวงแก้มบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังพยายามข่มอารมณ์กรุ่นโกรธแค่ไหน
"ปล่อยค่ะ ฉันจะไปเก็บของ" มินตราเอ่ยเสียงเรียบ เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นเด็ดขาด
"ใครอนุญาตให้เธอเรียกไอ้กันต์ว่าพี่?" จู่ๆ ภาคินก็ยิงคำถามสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงหึงหวงที่เจ้าตัวอาจจะไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
มินตราเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสวยฉายแววเยาะหยัน "ทำไมคะ? ฉันจะเรียกใครมันก็เรื่องของฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาบงการชีวิตฉัน ตั้งแต่เราแต่งงานกันมา มีวันไหนที่คุณทำตัวเป็นสามีที่ดีบ้าง นอกจากคอยหาเรื่องและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีฉัน?"
"มินตรา!" ภาคินคำรามในลำคอ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวบางของเธอโดยอัตโนมัติ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นเจ็บ แต่เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมานาน "อย่าท้าทายความอดทนของฉันนะ... เธอรู้ก็รู้ว่าไอ้กันต์มันไม่ได้หวังดีกับเธอ มันแค่อยากเอาชนะฉัน!"
"แล้วคุณล่ะคะ? หวังดีกับฉันนักหรือไง?" มินตราสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอขึ้นมาด้วยความน้อยใจ แต่เธอกะพริบตาไล่มันกลับไปอย่างรวดเร็ว ไม่ยอมให้ร่วงหล่นต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้เด็ดขาด "สิ่งที่คุณทำกับฉันตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มันเรียกว่าความหวังดีงั้นเหรอคะคุณภาคิน! ปล่อยนะ! ฉันเจ็บ!"
ภาคินชะงักเมื่อเห็นรอยแดงจางๆ บนข้อมือขาวผ่องที่เขาเผลอใช้อารมณ์บีบเมื่อครู่ สติที่ขาดผึ่งไปชั่วขณะเริ่มกลับคืนมา มือหนารีบคลายออกทันทีราวกับถูกของร้อน ความรู้สึกผิดวาบขึ้นในอกจนน่าตกใจ แต่ทิฐิอันท่วมท้นก็ยังคงทำหน้าที่ล็อกริมฝีปากเขาไว้ไม่ให้เอ่ยคำขอโทษออกมา
"ถ้าเธอเดินออกไปจากบ้านหลังนี้... เธอจะไม่ใช่แค่เมียที่หย่าขาดจากฉัน" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "แต่เธอจะเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้มีความสุขกับใครหน้าไหนทั้งนั้น... จำคำฉันไว้, มินตรา!"
มินตราหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยความสมเพชและเหนื่อยหน่าย เธอยกมือขึ้นปัดป้องเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว
"เชิญค่ะ... อยากทำอะไรก็เชิญ เพราะสำหรับฉันแล้ว การได้หลุดพ้นจากผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณ มันคือความสุขที่แท้จริงต่างหาก!"
พูดจบ มินตราก็สะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้ภาคินยืนนิ่งค้างอยู่กลางระเบียง ท่ามกลางความเงียบงันที่กัดกินหัวใจจนแทบแหลกสลาย
ความเงียบโรยตัวปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ ทว่าความวุ่นวายภายนอกกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ...
ณ คาเฟ่หรูใจกลางเมืองย่านธุรกิจ กันตภณนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟราคาแพงด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ตรงหน้าเขามีนักข่าวบันเทิงสายซุบซิบคนดังนั่งอยู่ พร้อมกับแท็บเล็ตในมือที่แสดงภาพถ่ายระยะไกล—ภาพที่เขาแกล้งโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูกลมกล่อมของมินตราเมื่อวานนี้ ขณะที่เธอกำลังยืนเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้า ภาพนั้นถูกมุมกล้องบิดเบือนจนดูราวกับว่าทั้งสองกำลังโอบกอดและแนบชิดกันอย่างสนิทสนมเกินเลย
"รูปนี้... เด็ดพอดไหมครับพี่กรณ์?" กันตภณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความร้ายกาจ
นักข่าวหนุ่มยิ้มกริ่ม ตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น "เด็ดระดับพริกยกสวนเลยล่ะครับคุณกันต์ ถ้าภาพนี้หลุดออกไป... ประธานภาคินผู้รักความสมบูรณ์แบบคงได้หน้าแตกหมอไม่รับเย็บแน่ๆ ข่าวฉาวระหว่างภรรยาเอกของตระกูลอัครเดชาโภคินกับเพื่อนสนิทสามี... รับรองว่าเรตติ้งพุ่งกระฉูด!"
"ดีมาก..." กันตภณหยิบนามบัตรที่มีปึกธนบัตรสีม่วงหนาปึกสอดไว้ใต้โต๊ะเลื่อนไปให้เบาๆ "จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้สาวมาถึงตัวผมล่ะ"
"วางใจได้เลยครับคุณกันต์ เรื่องปั่นกระแสแบบนี้ผมถนัดนัก"
แต่ทว่า... ในวินาทีที่นักข่าวหนุ่มกำลังจะกวาดเก็บภาพทั้งหมดลงแฟลชไดรฟ์เพื่อเตรียมส่งสำนักข่าว หน้าจอโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของกันตภณก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้
กันตภณขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนจะกดเปิดอ่านข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามา
[ระวังตัวไว้ให้ดี... เกมที่แกกำลังเล่นอยู่ มันกำลังจะย้อนกลับมาฆ่าแก, กันต์]
พร้อมกันนั้น... เสียงเคาะประตูกระจกใสของห้องวีไอพีคาเฟ่ก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างจังหวะจะโคน กันตภณเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ และภาพที่ปรากฏผ่านกระจกใสนั้น ทำให้รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของเขาต้องแข็งค้างในทันที
ร่างสูงสง่าของภาคินในชุดสูทสีเข้มยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าประตูกลุ่มห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้ฉายแววโกรธเกรี้ยวเหมือนตอนอยู่ที่บ้าน... แต่มันคือนัยน์ตาของนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อผู้โง่เขลาซึ่งกำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่ขุดรอไว้ด้วยมือตัวเอง!
ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ดรากอนไรเดอร์ด้วยนะครับ
เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน•ตอนที่ 32
แผนการร้ายของตัวประกอบ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของคุณชายหมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!