ดีลเลอร์นัยน์ตาอำพันกับพยานคนสุดท้ายของเมืองเถื่อน•ตอนที่ 3

บาดแผลที่จำได้

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นควันบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายฝนแรกของเมืองเถื่อน ทำให้บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้อึดอัดเสียยิ่งกว่าการถูกล่า "เจอตัวแล้วล่ะครับ... พยานคนสุดท้ายของเมืองนี้" ประโยคที่คีรินเพิ่งเอ่ยทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรวินท์ ทว่าในวินาทีนี้ อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษกลับไม่ได้สนใจคำประกาศนั้นเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งสัตว์ป่ากำลังจดจ้องมองใบหน้าด้านข้างของดีลเลอร์นัยน์ตาอำพันภายใต้แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบ คีรินยืนพิงกรอบหน้าต่าง ท่าทางสุขุมเยือกเย็นราวกับไม่สะทกสะท้านต่อความตายที่อาจเคาะประตูเข้ามาได้ทุกเมื่อ แต่ทว่า... ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังคีบมวนบุหรี่กลับสั่นไหวเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด รวินท์หรี่ตาลง สัญชาตญาณดิบในตัวบอกให้ถอยห่าง แต่แรงดึงดูดประหลาดกลับผลักไสให้เขาก้าวเข้าไปประชิด "มือสั่นนะคุณคีริน" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ใบหน้าคมคายขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น "หรือว่าพยานคนสุดท้ายที่ว่า... หน้าตาจะเหมือนคนที่คุณพยายามลืมมาตลอดสิบปีกันล่ะ" คีรินชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาสีนิลคู่นั้นหันขวับมาสบตากับรวินท์อย่างไร้การป้องกัน นัยน์ตาอำพันไหววูบราวกับผิวน้ำถูกโยนก้อนหินลงไป ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะกำบังแตกละเอียดลงในพริบตา เหลือเพียงความเปราะบางที่หาดูได้ยากยิ่ง ซึ่งมันกระชากใจคนมองให้กระตุกวูบอย่างรุนแรง "อย่าล้ำเส้น รวินท์" คีรินเค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มเยาะหยันที่มักประดับอยู่บนริมฝีปากหยักสวยบิดเบี้ยวเล็กน้อย "คุณเป็นแค่พยานที่ผมต้องคุ้มครอง ไม่ใช่จิตแพทย์ที่จะมาวิเคราะห์แผลเป็นในใจผม" "แผลเป็นงั้นเหรอ?" รวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุดันฉายแวววาววับ เขาไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลัง แต่กลับก้าวเข้าไปอีกก้าวเดียวจนแผ่นหลังของคีรินชนเข้ากับกระจกหน้าต่างเย็นเฉียบ "แต่ผมกลับรู้สึกว่า... เลือดในกายคุณมันกำลังเดือดพล่านเหมือนผมต่างหากล่ะ" บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยเคมีอันตรายที่ระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความดุดันของชายหนุ่มทั้งสองปะทะกันกลางอากาศจนแทบเกิดประกายไฟ คีรินเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของอีกฝ่ายตั้งแต่สันจมูกโด่งเป็นคมลงมาถึงริมฝีปากหยักที่เยียดยิ้มท้าทาย ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายจนหัวใจที่ด้านชามานานนับทศวรรษเริ่มเต้นผิดจังหวะ ทันใดนั้นเอง... โลกทั้งใบของรวินท์ก็หมุนเคว้งควาย ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวกลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นควันบุหรี่จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งและเสียงฝนตกกระหน่ำรุนแรง *ภาพนิมิต...* รวินท์เบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อ ขาทั้งสองข้างก้าวไม่ออกเมื่อความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขาเองไหลทะลักเข้ามาในหัว สมองของเขาฉายภาพเด็กหนุ่มสองคนกำลังวิ่งหนีการไลล่าท่ามกลางสายฝน เสียงหอบหายใจรุนแรง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว และภาพที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งถูกผลักให้ล้มลงไปในกองเลือด... ใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้น... คือคีรินในวัยเยาว์! และคนที่เหนี่ยวไกปืนหันปากกระบอกมาทางนี้... รวินท์สะดุ้งเฮือก หายใจหอบสะท้าน เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า คลื่นความเจ็บปวดแปลบปลาดแล่นริ้วขึ้นมาจากหน้าอกข้างซ้าย ราวกับว่าเขากำลังรับความเจ็บปวดแทนอีกฝ่าย "รวินท์? เฮ้ เป็นบ้าอะไรของคุณ" เสียงทุ้มของคีรินดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมมาคว้าต้นแขนของเขาไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของดีลเลอร์หนุ่มช่วยดึงสติของรวินท์กลับมาสู่ความเป็นจริง รวินท์หอบหายใจหนักหน่วง นัยน์ตาเบิกกว้างจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความหวาดผวาและความสับสนระคนกัน "คุณ... เมื่อกี้คุณเห็น..." รวินท์เสียงสั่นพร่า มือหนายกขึ้นกุมขมับที่ปวดร้าวราวกับจะระเบิด "ผมเห็นคุณ... ในอดีต... วันที่ฝนตกวันนั้น..." คีรินชะงักงัน ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตาอำพันเป็นครั้งแรก ดีลเลอร์ผู้เยือกเย็นถอยหลังกรูดไปครึ่งก้าวราวกับเห็นผีสาง ใบหน้าซีดเผือกจนไร้สีเลือด "คุณพูดบ้าอะไร..." คีรินเสียงสั่นรัว พยายามปั้นสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าว แต่มันไร้ผล "คุณไม่มีทางเห็น... มันเป็นไปไม่ได้!" "ผมไม่ได้ตาฝาด!" รวินท์สวนกลับเสียงกร้าว สัญชาตญาณดิบพุ่งพล่าน เขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของคีรินตรึงไว้กับกรอบหน้าต่าง บังคับให้คนตรงหน้าต้องสบตาเขาตรงๆ "เราผูกติดกัน... ตั้งแต่วันนั้นใช่ไหมคีริน? บอกความจริงผมมา ไม่อย่างนั้นผมจะรื้อฟื้นเรื่องนี้ด้วยวิธีของผมเอง!" ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินรดกันและกัน ความโกรธ ความหวาดกลัว และแรงดึงดูดประหลาดหลอมรวมกันจนกลายเป็นความเร่าร้อนที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง คีรินเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่กำลังคุกคามเขา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่สวยสั่นไหวรุนแรงก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาแน่วแน่ที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ลึกซึ้ง "คุณอยากรู้ความจริงมากใช่ไหม..." คีรินกระซิบเสียงแผ่วเบa ริมฝีปากหยักขยับชิดริมฝีปากของรวินท์จนเกือบจะแตะโดนกัน "งั้นก็เตรียมใจไว้ให้ดี เพราะความจริงมันจะทำให้คุณ..." *ปัง!* เสียงประตูกระแทกเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง พร้อมกับปากกระบอกปืนติดเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังพวกเขา รวินท์ไหวตัวทัน ดึงร่างของคีรินให้หลบลงไปด้านหลังโต๊ะทำงานเก่าๆ ทันทีในเสี้ยววินาทีที่กระสุนนัดแรกเจาะทะลุกระจกหน้าต่างแตกกระจาย ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความระทึกใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์นัยน์ตาอำพันกับพยานคนสุดท้ายของเมืองเถื่อน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%