อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น•ตอนที่ 21

แกะรอยจากกล้องวงจรปิด

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอเย็นยะเยือกของพลังไสยเวทมืดมนยังคงลอยเค្វ้งอยู่ในห้องโถงอับทึบ กรณ์แทบไม่เหลือเวลาให้หายใจด้วยซ้ำเมื่อไพ่ทาโรต์ญาณทิพย์ใบแรกพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยวิถีโค้งอันแม่นยำเพื่อขัดขวางเงาดำที่พุ่งเข้าใส่ ขณะที่ดวงตาของเขากำลังประเมินค่าพลังของบอสลับที่อยู่ตรงหน้าอย่างสุขุมและเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางความเป็นความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายเพียงนิดเดียว! "ถอยไป!" เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของอาจารย์เนตรดังขึ้นราวกับระฆังเงินที่สั่นสะท้านในความมืด ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปก้าวข้ามผ่านไหล่ของเขามาอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดออกเบาๆ ไพ่สำรับโบราณของเธอกางออกเป็นพัดสีทองอร่าม แผ่ไออุ่นประหลาดเข้าปะทะกับความมืดมิดจนเกิดเสียงดังฉ่าคล้ายน้ำราดบนเตาถ่าน เงาดำที่พุ่งเข้ามาเมื่อครู่ชะงักงัน มันกรีดร้องด้วยเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ก่อนจะสลายกลายเป็นควันสีดำจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยไหม้สีดำบนพื้นปูนซีเมนต์เก่าๆ และเศษกระดาษยันต์ที่หลงเหลือจากการสะกดวิญญาณ "อาจารย์คะ ไหวไหมคะ" กรณ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งห่วงใยกึ่งระแวดระวัง แม้ภายนอกเขาจะยังคงรักษามาดของไอดอลหนุ่มผู้ใจเย็นและควบคุมสติได้ดีเยี่ยม แต่หัวใจข้างในกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล แรงกดดันจากระบบไพ่ทาโรต์ในหัวส่งเสียงเตือนรัวเป็นระยะจนหน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าเรืองแสงวาบขึ้นมาในคลองสายตา [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบพลังงานไสยเวทระดับภัยพิบัติ Class-A อยู่ในรัศมีใกล้เคียง ความเสียหายของพื้นที่: 18% อัตราการรอดชีวิตของผู้ใช้ระบบหากปะทะโดยตรง: 34.2%] "ฉันไม่เป็นไรค่ะ..." อาจารย์เนตรสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการหายใจ ใบหน้าเรียบเฉยราตุ๊กตากระเบื้องเคลือบยังมีร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏให้เห็นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างพิจารณา "แต่เจ้าพวกนั้นไม่ได้ตั้งใจจะมาจัดการเราให้ตายตั้งแต่แรกค่ะ พวกมันแค่ต้องการถ่วงเวลา..." กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันที สมองอันปราดเปรื่องเริ่มประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่เพิ่งได้รับจากการต่อสู้และการสืบสวนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หากเป้าหมายไม่ใช่การฆ่าปิดปากในทันที แสดงว่ามีบางอย่างที่สำคัญกว่านั้นกำลังถูกซ่อนเอาไว้ในสถานที่แห่งนี้ "ถ้าอย่างนั้น..." กรณ์ก้มลงหยิบไพ่ใบที่เพิ่งปาออกไปขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "แปลว่าหลักฐานที่เราตามหาจากกล้องวงจรปิดเมื่อครู่ ยังคงปลอดภัยดีสินะคะ" ไม่รอช้า ร่างสูงโปร่งในชุดไปรเวทสบายๆ แต่ทะมัดทะแมงรีบสาวเท้าก้าวเข้าไปยังโต๊ะทำงานไม้เก่าคร่ำคร่าที่มุมห้อง บนนั้นมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่นโบราณเปิดหน้าจ้างค้างไว้ หน้าจอสีดำมืดสนิทมีเพียงเคอร์เซอร์กระพริบช้าๆ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของทั้งคู่คือแฟลชไดรฟ์สีเงินวาววับที่เสียบคาอยู่ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ถูกตั้งเวลาไว้ให้แสดงผลหลังจากการเชื่อมต่อถูกตัดขาด ‘ยินดีด้วยที่มาถึง ภูเขายังมีทางขึ้น ทะเลยังมีฝั่ง... แต่รังของเหยี่ยว ไม่มีวันให้พวกแกบินกลับออกไปหรอก’ บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงไปอีกหลายองศา อาจารย์เนตรเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนลงบนแว่นตาไร้กรอบของเธอวับแวม "รหัสถูกเข้ารหัสไว้สามชั้นค่ะ... ถ้าเป็นคนทั่วไปคงต้องใช้เวลาถอดรหัสไม่ต่ำกว่าสชั่วโมง แต่สำหรับเรา..." เธอหันมามองหน้าเขาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "คงต้องพึ่งพาผู้ช่วยคนเก่งของเราแล้วล่ะค่ะ" กรณ์หัวسาะในลำคอเบาๆ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความท้าทาย ไอดอลหนุ่มไม่ได้มีดีแค่หน้าตาหรือเสียงร้องบนเวที ทักษะการเจาะระบบและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่ฝึกฝนควบคู่ไปกับวิชาไสยเวทคืออาวุธลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ นิ้วเรียวยาวราวกับศิลปินบรรจงพิมพ์ชุดคำสั่งลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว เสียงปุ่มกดดังรัวติดต่อกันราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคา หน้าจอสีดำที่เคยว่างเปล่าเริ่มปรากฏตัวเลขและโค้ดสีเขียววิ่งผ่านรวดเร็วจนลายตา ระบบไพ่ทาโรต์ในหัวของกรณ์ส่งเสียงแจ้งเตือนสนับสนุนการทำงาน ทำให้สมาธิของเขาพุ่งขึ้นถึงขีดสุดอย่างไร้ขีดจำกัด "เจอแล้วค่ะ..." กรณ์พึมพำเบาๆ ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "ไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเวลาสามทุ่มตรงเมื่อคืนนี้ ถูกบีบอัดและส่งต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์สำรองที่ตั้งอยู่นอกเมือง... น่าสนใจจริงๆ ค่ะ มีคนจงใจลบข้อมูลครึ่งหนึ่ง แต่กลับจงใจทิ้งอีกครึ่งหนึ่งไว้ให้เราตามรอย" ภาพบนหน้าจอขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นภาพรถกระบะสีดำทึบไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนกำลังขับเลี้ยวหายเข้าไปในเขตอุตสาหกรรมร้างทางทิศเหนือของเมือง ภาพตัดสลับไปยังกล้องวงจรปิดอีกตัวที่บันทึกภาพของชายฉกรรจ์สวมฮู้ดสีดำกำลัง ขนย้ายลังไม้ปริศนาลงจากรถเข้าไปในโกดังหมายเลข 7 อาจารย์เนตรโน้มตัวเข้ามาใกล้หน้าจอมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าลอยแตะจมูกของกรณ์ชั่วขณะ "โกดังร้างเขต 7 ของบริษัทในเครือตระกูลจิระกุล... ที่ดินตรงนั้นถูกปิดตายมานานกว่าห้าปีแล้วค่ะ เหตุผลเพราะเกิดอุบัติเหตุคนงานเสียชีวิตปริศนาจากพิธีกรรมไสยเวทโบราณ" "เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการซ่อนตัวของพวกเดรัจฉานวิชาจริงๆ นะคะ" กรณ์เหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาคู่คมฉายแวววาววับราวกับนักล่าที่พบรังของเหยื่อ "แบบนี้ก็แปลว่าเราไม่ต้องเสียเวลาเดาทางอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะอาจารย์" นิ้วเรียวของเขาคลิกเมาส์ครั้งสุดท้ายเพื่อบันทึกพิกัดทั้งหมดลงในสมาร์ทโฟนส่วนตัว ทว่าในจังหวะนั้นเอง หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ควรจะดับลงกลับกระพริบวาบเป็นสีแดงฉาน ข้อความทั้งหมดบนหน้าจอหายเกลี้ยง ถูกแทนที่ด้วยภาพสัญลักษณ์ประหลาดรูปดวงตาที่สามที่มีรอยกรีดตรงกลาง ซึ่งกำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเขาจากในจอภาพ [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการแฮกย้อนกลับ (Reverse Tracing) จากเป้าหมาย!] [คำเตือน: พลังงานจิตระดับสูงกำลังพยายามเข้าควบคุมอุปกรณ์และจิตใจของผู้ใช้!] ก่อนที่กรณ์จะทันได้ดึงสายแฟลชไดรฟ์ออก หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ระเบิดประกายไฟเปรี๊ยะออกมาเบาๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าลึกลับที่ดังสะท้อนก้องขึ้นในโสตประสาทของคนทั้งคู่ ราวกับกระซิบอยู่ข้างใบหู *“พวกแก... เดินเข้ามาในกรงของฉันเองนะ... เด็กน้อย”* ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องที่ปิดสนิทอยู่ จู่ๆ ก็สะท้อนเงาร่างของใครบางคนทาบทับลงมา เงาสูงใหญ่ผิดมนุษย์มนาที่ไม่มีทั้งลมหายใจและตัวตนทางกายภาพ ทว่าแรงกดดันมหาศาลกลับแผ่ซ่านเข้ามาจนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง! ขวัญเนตรทายใจขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับกรณ์และอาจารย์เนตรมา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%