“ถ้ายังไม่อยากกลายเป็นแค่เสียงสะท้อนในผนังตึกนี้ ก็หุบปากแล้วถอยหลังไปซะ กรณ์!”
เสียงกระซิบที่ดังลอดออกมาจากเงาร่างที่สามนั้นไม่ใช่เสียงของคนอื่นไกล แต่มันคือสำเนียงและโทนเสียงของตัวฉันเอง—กรณ์—ที่เพิ่งเปิดฟังจากไฟล์บันทึกเสียงในสมาร์ทโฟนเมื่อไม่ถึงนาทีที่ผ่านมา ความเย็นยะเยือกไต่ระเหยจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง บรรยากาศในมุมอับของห้องเก็บอุปกรณ์ดนตรีเก่าพลิกผันเป็นความกดอากาศต่ำที่บีบขยับจนหายใจไม่ออก กลิ่นอับของฝุ่นผงและคราบสนิมถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานเอียนชวนคลื่นไส้คล้ายดอกไม้ที่บานสะพรั่งในสุสาน
ฉัน—หรือจะเรียกว่าเงาที่มีใบหน้าเหมือนฉันราวกับแกะ—กำลังยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นบิดเบี้ยวและว่างเปล่า ดวงตาสีดำสนิทไม่มีประกายชีวิตสะท้อนภาพของอาจารย์เนตรที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย
“ระวังค่ะ” สุภาพสตรีในชุดกาวน์ยาวสีเข้มเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของอาจารย์เนตรไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไพ่ทาโรต์สำรับโบราณเล่มหนาปรากฏขึ้นบนเรียวคู่งามของท่านตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่
นิ้วเรียวยาวดึงไพ่ใบหนึ่งออกมาจากสำรับอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ไพ่ใบนั้นส่องประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าตัดกับความมืดมิดของห้อง
*“The High Priestess... กลับด้าน”*
สิ้นเสียงพึมพำของอาจารย์เนตร คลื่นพลังงานอัดแน่นพุ่งกระแทกเข้าใส่เงาร่างนั้นอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้ฝุ่นหนาบนชั้นวางหนังสือร่วงกราวลงมาดั่งหิมะ แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เงาร่างของฉันไม่ได้สลายหายไป มันเพียงแค่หัวroะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหลอมละลายกลายเป็นกลุ่มควันสีเทาแล้วพุ่งหายไปกับช่องลมของเครื่องปรับอากาศ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวและเศษกระดาษโน้ตเพลงที่เปื้อนคราบสีดำคล้ายหยดหมึก
“อาจารย์ครับ... เมื่อกี้มันอะไรกัน” ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นไหว
อาจารย์เนตรเก็บไพ่ทาโรต์เข้าสำรับด้วยความนุ่มนวล สายตานิ่งสงบทอดมองไปยังจุดที่เงาร่างนั้นเคยยืนอยู่ ดวงตาคู่นั้นฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งก่อนจะหันมามองฉัน
“ไม่ใช่ภาพหลอนค่ะ แต่มันคือ ‘เงาเสียง’ ศาสตร์มืดโบราณที่ใช้คลื่นความถี่ของเสียงมนุษย์ในการสร้างตัวตนคู่ขนานขึ้นมาเพื่อดูดกลืนพลังชีวิต... และดูเหมือนว่าเป้าหมายของมันจะไม่ใช่แค่การก่อกวนธรรมดา”
อาจารย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้คราบหมึกบนพื้น ก้มลงใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาฉัน “ดูเหมือนว่าคดีในชมรมดนตรีที่เรากำลังตามสืบอยู่ จะพัวพันกับเรื่องที่อันตรายกว่าที่คิดเสียแล้วค่ะ กรณ์”
เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาท แต่ก่อนที่เราจะได้วิเคราะห์เบาะแสเพิ่มเติม เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของฉันอย่างกะทันหัน
[ ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: คลื่นความถี่มรณะแห่งชมรมดนตรีบรรลุระดับวิกฤต ]
[ ภารกิจใหม่: "เสียงเพลงมรณะ" (ระดับความยาก: SSS) ]
[ รายละเอียด: นักเรียนในชมรมดนตรีสัดส่วน 80% เริ่มแสดงอาการสูญเสียสติทีละคนหลังจากฟังเพลงซ้อมบรรเลงบทเพลงต้องห้าม ผู้เล่นต้องร่วมมือกับอาจารย์เนตรเพื่อค้นหาต้นตอของโน้ตเพลงมรณะและปิดผนึกแหล่งกำเนิดก่อนที่เสียงเพลงสุดท้ายจะดังขึ้น ]
[ เวลาจำกัด: 02:00:00 ชั่วโมง ]
[ บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับไตรมาสนี้และสูญเสียสติถาวร ]
หน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับตัวเลขถอยหลังที่วิ่งลดลงอย่างไม่ปรานีปราณี
“สองชั่วโมง...” ฉันพึมพำกับตัวเองขณะมองตัวเลขสีแดงที่กระพริบเตือน ข้อมูลในหัวประมวลผลอย่างรวดเร็ว หากนักเรียนในชมรมดนตรีเริ่มหมดสติไปทีละคน นั่นหมายความว่าต้นตอของเสียงเพลงจะต้องอยู่ในตึกกิจกรรมนักเรียนฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นตึกเก่าที่ถูกปิดตายไปครึ่งหนึ่งเนื่องจากโครงสร้างทรุดโทรม แต่ทว่า... เสียงเพลงที่ว่านั้น มันดังมาจากห้องไหนกันแน่?
“ไม่ต้องตื่นตระหนกไปค่ะ กรณ์” อาจารย์เนตรเอ่ยขึ้นราวกับอ่านความคิดของฉันได้ ท่านหยิบไพ่ทาโรต์ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นไพ่ใบที่แปลกตา ด้านหลังไพ่สลักด้วยลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อน “ในเมื่อพวกมันกล้าใช้เสียงเพลงมาล่อพวกเรา เราก็แค่ต้องเดินตามหา 'ท่วงทำนอง' ที่เพี้ยนไปจากความจริงเท่านั้นเองค่ะ”
อาจารย์สะบัดข้อมือเบาๆ ไพ่ใบนั้นลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศก่อนจะชี้ทิศทางไปยังประตูทางออกที่มุ่งตรงสู่โถงทางเดินมืดทึบของตึกดนตรี กลิ่นอายของความลี้ลับและความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม
เราสองคนก้าวเดินออกจากห้องเก็บอุปกรณ์อย่างระมัดระวัง ทางเดินยาวเหยียดถูกปกคลุมด้วยความมืด แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ สร้างเงาทอดยาวน่ากลัว และแล้ว... ท่ามกลางความเงียบงันนั้นเอง เสียงดนตรีแผ่วเบาก็ลอยล่องมาตามสายลม มันเป็นเสียงบรรเลงเปียโนที่ไพเราะจับใจ แต่ทว่าโน้ตตัวสุดท้ายกลับผิดเพี้ยนจนกรีดแทะโสตประสาทให้ปวดร้าว
“หยุดตรงนั้นค่ะ...” อาจารย์เนตรยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ฉันหยุดก้าว พร้อมกับที่หางตาของฉันเหลือบไปเห็นประตูห้องซ้อมดนตรีหมายเลข 4 ที่อยู่ตรงหน้า บานประตูแง้มเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นแสงไฟสีส้มสลัวลอดออกมา พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนกำลังฟุบหลับอยู่ฟากโต๊ะเปียโนทีละคน... ทีละคน... อย่างเป็นจังหวะ
และในวินาทีที่เรากำลังจะเอื้อมมือผลักประตูบานนั้นให้เปิดออก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของฉันก็สั่นครืนขึ้นมาอีกครั้ง... หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อ แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหลคือ ภาพตัวฉันเองที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์กำลังส่งยิ้มกว้างจนถึงใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆ ลอดออกมาจากลำโพงว่า...
*“ยินดีต้อนรับสู่บทเพลงสุดท้าย... ด้านหลังของคุณน่ะ มีใครยืนอยู่หรือเปล่าคะ?”*
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและก้าวผ่านความมืดมิดไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น•ตอนที่ 8
คดีที่สอง: เสียงเพลงมรณะ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!