อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น•ตอนที่ 16

ก้าวสู่องค์ที่สอง: สถาบันมหาเวทใต้ดิน

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและดินชื้นแฉะผสมผสานกันจนกลายเป็นความอับชื้นที่ติดอยู่ในปลายจมูก ทันทีที่สติของกรณ์กลับคืนมาสัมผัสแรกไม่ใช่ความนุ่มของฟูกนอนในห้องพักไอดอล แต่เป็นความเย็นยะเยือกของพื้นหินปูนที่กดทับลงบนแผ่นหลัง “ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่แท้จริง... ขวัญเนตร” เสียงกระซิบแหบพร่าจากบทที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วินาทีนี้ เสียงฝีเท้าของใครหลายคนที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้กลับดึงความสนใจของกรณ์ให้ดีดตัวขึ้นจากพื้นด้วยความรวดเร็ว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ผ่านการฝึกฝนจากภารกิจไสยเวทเตือนให้เขาระวังตัว ดวงตาคมกวาดมองไปรอบกายอย่างรวดเร็ว ที่นี่ไม่ใช่ห้องใต้ดินธรรมดา หากแต่มันคือสถาปัตยกรรมขนาดยักษ์ที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดินอันเงียบสงบของเมืองหลวง เสาหินแกรนิตสูงตระหง่านสลักลวดลายอักขระโบราณที่เรืองแสงสีฟ้าสลัว แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ทอดเงายาวน่ากลัว บนเพดานโค้งสูงมีละอองพลังงานสีครามลอยล่องราวกับกลุ่มดาวขนาดย่อม สถานที่แห่งนี้คือศูนย์กลางของความมืดที่คนธรรมดาไม่มีทางล่วงรู้—สมาคมผู้ใช้ไสยเวทลับใต้ดิน “อย่าขยับจะดีกว่าค่ะ กรณ์” เสียงราบเรียบแต่มั่นคงดังขึ้นจากด้านข้าง อาจารย์เนตรยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อคลุมสีเข้มของเธอยับย่นเล็กน้อยจากการปะทะในมิติที่แล้ว ทว่าแววตาภายใต้กรอบแว่นทรง The Wayfarer กลับไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือเรียวบางกำลังสะบัดไพ่ทาโรต์สำนักญาณทิพย์ในมือซ้าย ไพ่แต่ละใบเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ สร้างเป็นบาตรคุ้มกันรอบตัวพวกเขาทั้งสองคน “อาจารย์ครับ... เอ๊ย อาจารย์คะ เกือบปากพล่อยอีกแล้วเรา” กรณ์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติแล้วขยับเข้าไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ผู้เป็นอาจารย์ “ดูท่าทางเราจะตกลงมาลึกกว่าที่คิดนะคะเนี่ย ระบบในหัวฉันมันเริ่มส่งเสียงเตือนแปลกๆ อีกแล้วค่ะ” [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสนามพลังอาคมระดับ SSS ‘เขาวงกตวิญญาณโลหิต’] [เงื่อนไขการเอาตัวรอด: ค้นหา ‘สภาสูงแห่งสมาคมใต้ดิน’ ภายใน 120 นาที มิฉะนั้นวิญญาณจะถูกผนึกถาวร] [แต้มไพ่พิเศษปัจจุบัน: 4,500 แต้ม พร้อมใช้งานไพ่ทาโรต์สายซัพพอร์ตและโจมตีระยะประชิด] เสียงแจ้งเตือนจากระบบไพ่ทาโรต์ปริศติดังขึ้นในหัวของกรณ์ ข้อมูลตัวเลขและเงื่อนไขถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วผ่านสมองอันเฉียบ คมของไอดอลหนุ่มผู้มีไอคิวสูงลิ่ว เขารู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามาตื่นตระหนก แต่ต้องวิเคราะห์สถานการณ์รอบตัวอย่างรอบคอบ เบื้องหน้าของพวกเขาคือทางเดินหินทอดยาวไปยังโถงทรงกลมขนาดมหึมา ที่นั่นมีกลุ่มบุคคลในชุดคลุมสีดำสนิทสวมหน้ากากโลหิตปิดบังใบหน้ายืนเรียงรายนับร้อยชีวิต บรรยากาศกดดันแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก พลังไสยเวทมืดมนที่รวมตัวกันอยู่ ณ ใจกลางห้องโถงกำลังสั่นกระเพื่อมราวกับมีชีวิต “พวกเจ้าไม่ใช่หนูสกปรกที่หลงทางเข้ามาแน่ๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังมาจากชายผู้ยืนอยู่บนแท่นบูชาสูงสุด เขาคือหนึ่งในสภาสูงของสมาคมลับ หน้ากากที่เขาสวมใส่แกะสลักลวดลายอสูรสามตา ดวงตาสสีแดงฉานใต้หน้ากากจ้องมองมาที่อาจารย์เนตรและกรณ์ราวกับจะกลืนกิน “เนตรนเรขา... อาจารย์สาวผู้โด่งดังแห่งชมรมวิชาลี้ลับ ไม่คิดเลยว่าเธอจะกล้าพา ‘เด็กน้อย’ คนนี้ก้าวเข้ามาในดินแดนต้องห้ามด้วยความสมัครใจ” อาจารย์เนตรก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างเพรียวบางภายใต้ชุดคลุมดูโดดเด่นท่ามกลางความมืดมิด เธอไม่ได้แสดงอาการเกรงกลัวต่อแรงกดดันระดับมหาเวทแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวกรีดกรายแตะลงบนหน้าไพ่ใบแรก ก่อนจะพลิกมันขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้ที่ติ “ความโลภของพวกคุณต่างหากที่พาภัยพิบัติมาสู่ที่นี่” อาจารย์เนตรกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา กลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายออกจากตัวเธอ “การใช้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์มาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยให้กับพิธีกรรมต้องห้าม... คิดว่าสมาคมใต้ดินแห่งนี้จะปกปิดความเน่าเฟะไว้ได้ตลอดไปอย่างนั้นหรือคะ” สิ้นคำพูดของอาจารย์เนตร บรรยากาศในห้องโถงก็พลันระอุขึ้นด้วยจิตสังหาร บุคคลในชุดคลุมสีดำนับร้อยต่างขยับตัวพร้อมกัน อาวุธไสยเวทและยันต์อาคมนับไม่ถ้วนถูกชูขึ้นเตรียมพร้อมจู่โจม กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึก and กวาดสายตามองจุดอ่อนของค่ายกลรอบห้องโถง สมองของเขาประมวลผลตำแหน่งการยืนของศัตรูอย่างรวดเร็ว ในฐานะไอดอลผู้ฝึกฝนทั้งร่างกายและการควบคุมพลังปราณ ร่างกายของเขาพร้อมสำหรับการต่อสู้เต็มที่แล้ว มือขวาจับไพ่ทาโรต์ที่ระบบสุ่มขึ้นมาใหม่อย่างมั่นคง—*The Chariot (รถศึก)* ไพ่แห่งชัยชนะและการเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว “อาจารย์คะ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ต้อนรับเราเท่าไหร่” กรณ์ส่งยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลา แม้ในสถานการณ์วิกฤต “งั้นเรามาแสดงให้พวกเขาเห็นกันดีกว่าค่ะ ว่าเวทีการแสดงของจริงมันหน้าตาเป็นยังไง” “อย่าประมาทเด็ดขาดค่ะ กรณ์” อาจารย์เนตรเตือนสติด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย แต่แววตากลับจริงจัง “เป้าหมายของเราไม่ใช่การกวาดล้างพวกมันทั้งหมด แต่คือการหาทางเข้าไปยังห้องควบคุมหลักเพื่อปิดผนึกราก เหง้าของภัยพิบัติ” “รับทราบค่ะ!” พริบตานั้น กรณ์ก็ดีดตัวพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง พลังงานสีทองจากไพ่ *The Chariot* ระเบิดออกรอบตัวเขา ขับเคลื่อนความเร็วและพละกำลังให้เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า การต่อสู้เปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือด เสียงระเบิดของอาคมและประกายไฟจากการปะทะกันของไสยเวทสว่างวาบทั่วห้องโถงใต้ดิน อาจารย์เนตรไม่รอช้า เธอสะบัดมือรัว ไพ่ญาณทิพย์นับสิบลอยคว้างกลางอากาศ กลายเป็นม่านพลังปกป้องหลังให้ลูกศิษย์หนุ่ม พร้อมทั้งซัดไพ่โจมตีสวนกลับใส่แนวหน้าของศัตรูอย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวและการประสานงานของทั้งคู่เต็มไปด้วยความเข้าขาและไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งแนวป้องกันชั้นแรกของสมาคมใต้ดินเริ่มพังทลายลง กรณ์หอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย ทว่าแววตายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขากวาดสายตามองไปเบื้องหน้า—ประตูเหล็กกล้าบานยักษ์สลักอักขระโบราณที่กั้นระหว่างพวกเขากับใจกลางห้องควบคุมหลัก “ใกล้ถึงแล้วค่ะอาจารย์!” กรณ์เอ่ยขึ้นพร้อมเตรียมรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะแตะลงบนพื้นผิวของประตูบานนั้น เสียงระฆังโบราณกังวานลึกก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องหลังประตู พื้นหินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่าราวกับแผ่นดินไหว และสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดหยุดกิ่ง ก็คือเงาสลัวขนาดมหึมาที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากความมืดมิดหลังประตูบานนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ *“ยินดีต้อนรับ... สู่จุดจบที่พวกเจ้าคาดไม่ถึง ขวัญเนตร และเด็กน้อยผู้โง่เขลา”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในทุกๆ ก้าวเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%