กลิ่นออนของสนิมเหล็กและคราบเขม่าควันธูปโบราณอบอวลคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของพวกเราไว้ ณ เบื้องหน้านี้ กลับไม่ใช่บรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวของห้องใต้ดินร้าง หากแต่เป็นร่างไร้ลมหายใจที่ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนอักขระไสยเวท—ไม่ใช่สิ มันไม่ใช่ร่างของคนแปลกหน้าที่ไหนเลย
แต่มันคือร่างของคนคนหนึ่งที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน—บุคคลที่เป็นต้นเหตุของปริศนาทั้งหมดที่พวกเรากำลังตามหา!
ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่กลั่นตัวจากเพดานปูนชื้นแฉะ ตกลงกระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะราวกับนาฬิกาดิจิทัลที่กำลังนับถอยหลังสู่หายนะ ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงหยดน้ำ ขณะที่สมองส่วนวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง ร่างที่อยู่เบื้องหน้าในสภาพจำศีลด้วยอาคมโบราณนั้นคือ "ดร.วิธวินท์" อดีตหัวหน้าโครงการวิจัยไสยเวทประยุกต์ ผู้หายสาบสูญไปพร้อมกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ปริศนาเมื่อสามปีก่อน ข้อมูลในฐานข้อมูลลับของชมรมระบุชัดเจนว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทำไม... สภาวะจิตวิญญาณของเขาถึงยังคงเชื่อมโยงกับตาข่ายพลังงานด้านล่างนี้ได้
"อาจารย์คะ..." ฉันเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้ว่าหัวใจดวงน้อยๆ จะเต้นระรัวราวกับกลองเพลในงานวัด "นี่ไม่ใช่ภาพลวงตาจากไพ่ทาโรต์สายมายาแน่นอนค่ะ พลังงานความมืดที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น... มันกำลังดูดกลืนออร่ารอบตัวพวกเราเข้าไปทีละนิด"
อาจารย์เนตรไม่ตอบทันที ดวงตาคู่คมภายใต้เรือนผมสีดำสนิทที่มัดรวบไว้ลวกๆ จ้องมองร่างนั้นนิ่งสนิท มือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังสีดำยกขึ้นแตะปีกหมวกปานจะใช้มันเป็นเกราะป้องกันกระแสจิตที่แผ่พุ่งออกมา บรรยากาศรอบตัวของอาจารย์เย็นเยียบลงจนอุณหภูมิรอบข้างลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ไพ่ญาณทิพย์สำรวจสีเงินยวงเริ่มสั่นระริกอยู่ในซองหนังข้างลำตัว เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่ร่วมงานกันมา
"ถอยหลังไปสามก้าว กรณ์..." เสียงทุ้มต่ำของอาจารย์เนตรเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบขาดราวกับประกาศิต "สนามพลังรอบตัวเขากำลังเปลี่ยนเฟส... มันไม่ใช่แค่การสะกดวิญญาณ แต่มันคือ 'กับดัก' ที่ตั้งใจรอให้ใครสักคนมาเปิดสวิตช์"
ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว
*วิ้งงงงง—!*
อักขระโบราณที่สลักไว้บนพื้นคอนกรีตสว่างวาบขึ้นเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิตสดๆ แรงกดดันมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินราวกับคลื่นสึนามิทางจิตวิญญาณ ร่างของฉันเซถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ แต่ก่อนที่จะทันตั้งหลัก พื้นดินเบื้องล่างก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมดำแห่งไสยเวท แรงดึงดูดมหาศาลฉุดกระชากพวกเราให้ร่วงหล่นลงสู่ห้วงลึกที่เต็มไปด้วยเศษเสี้ยวความทรงจำอันบิดเบี้ยวและเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับร้อย
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดังขึ้นในโสตประสาทของฉัน ไม่ได้มาจากโลกภายนอก แต่มันดังมาจากระบบไพ่ทาโรต์ปริศนาที่ผูกพันอยู่กับจิตวิญญาณของฉันตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้
[ระบบตรวจพบสถานการณ์วิกฤตระดับวิกฤต (Critical Hazard Level SSS)]
[เงื่อนไขการปลดล็อก "พลังแฝงขั้นสูง" ถูกกระตุ้นด้วยเจตจำนงแห่งการเอาชีวิตรอด]
[กำลังทำการซิงโครไนซ์พลังงานไสยเวทกับสำรับไพ่ต้นแบบ... 10%... 50%... 100%]
[ประกาศ: ผู้ใช้ "กรณ์" ได้รับสิทธิ์ในการใช้งานสกิลเฉพาะตัว: "The Star’s Radiance (รัศมีแห่งดาราบริสุทธิ์)" ชั่วคราว!]
วูบ!
พริบตาเดียว แสงสว่างสีฟ้าครามเจิดจ้าก็ระเบิดออกมาจากร่างของฉัน พลังไสยเวทที่เคยจำกัดอยู่แค่กรอบของไอดอลฝึกหัด พุ่งทะยานสูงขึ้นจนทะลุเพดานขีดจำกัดเดิมอย่างรุนแรง เส้นผมสีดำสนิทและเสื้อผ้าหน้าผมของฉันถูกกระชากด้วยพายุพลังงานที่หมุนวนรอบตัว ดวงตาของฉันเปลี่ยนเป็นประกายสีเงินยวงสะท้อนภาพของไพ่ทาโรต์ใบยักษ์ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ—*The Star* ดวงดาวแห่งความหวังและการเยียวยาที่ส่องประกายเจิดจ้าท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง
"นี่มัน... พลังบ้าอะไรกันเนี่ย..." ฉันพึมพำกับตัวเองขณะที่ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว หน1อทางพลังงานที่เคยติดขัดถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจดด้วยกระแสออร่าอันบริสุทธิ์
อาจารย์เนตรที่กำลังประคองตัวกลางอากาศด้วยไพ่ญาณทิพย์หันมามองฉันด้วยแววตาที่ฉายแววทึ่งเป็นครั้งแรก ริมฝีปากบางเฉียบเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา "กรณ์... เธอ..."
ไม่ต้องรอให้อาจารย์พูดจบ ฉันกวาดสายตาคมกริบไปยังจุดศูนย์กลางของหลุมดำที่ร่างของ ดร.วิธวินท์ กำลังลอยเคว้งอยู่ พลังในมือตอนนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันตัวอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือพลังที่จะฉีกกระชากความลับดำมืดทั้งหมดออกมาให้สิ้นซาก! ฉันสะบัดมือขวาออกไปเบื้องหน้า ไพ่ทาโรต์ขนาดยักษ์พุ่งทะยานออกไปราวกับดาวหางแหวกว่ายความมืดมิด ปะทะเข้ากับตาข่ายอักขระสีแดงจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว
*ตูーム—!*
แรงกระแทกส่งผลให้ม่านพลังงานรอบตัวสลายไปในพริบตา ทว่า ก่อนที่ฉันจะได้ย่างก้าวเข้าไปใกล้ร่างของอดีตด็อกเตอร์ผู้ล่วงลับเพื่อค้นหาความจริง เงาดำทึบสายหนึ่งก็หลุดออกมาจากรอยแยกของมิติเบื้องหลังร่างนั้น มันไม่ใช่ภูตผีปีศาจธรรมดา แต่เป็นเงาร่างของมนุษย์สวมฮู้ดสีดำสนิทที่ยกย่องมุมปากขึ้นอย่างน่ากลัว
และเมื่อเงานั้นเงยหน้าขึ้นสบตาฉันผ่านความมืด... เลือดในกายของฉันก็เย็นเฉียบลงในทันที
ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดนั้น... มันช่างเหมือนกับใบหน้าของตัวฉันเองไม่มีผิดเพี้ยน!
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้ายนะ... ตัวฉันอีกคน" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นก้องอยู่ในหัว ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นฝุ่นควันสีดำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทิ้งท้ายไว้ในความว่างเปล่า
—โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ—
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากลุ่มดาวแห่งไสยเวทนี้ไปด้วยกันนะคะ
อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น•ตอนที่ 23
พลังแฝงที่ตื่นขึ้น
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!