ความหนาแน่นของอากาศในห้องซ้อมกระจกเงาบานใหญ่ ณ ชั้นสี่ของตึกฝึกซ้อมศิลปินค่าย S-Star แตกต่างจากภายนอกราวกับคนละโลก กลิ่นอายของความชื้นและกลิ่นธูปโบราณจางๆ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นเหงื่อจากการซ้อมเต้น ปลุกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในกายของกรณ์ให้ตื่นตัวถึงขีดสุด
ดวงตากลมโตของไอดอลหนุ่มกวาดมองไปเบื้องหลัง ร่างโปร่งบางในชุดลำลองสำหรับซ้อมขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อพบว่าบานประตูไม้บานใหญ่ที่เพิ่งเดินผ่านเข้ามาเมื่อครู่ ได้มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงผนังปูนเรียบเนียนราวกับมันไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรกเริ่ม
"อาจารย์คะ..." กรณ์เอ่ยเสียงสั่น พยายามดึงสติกลับมาท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้น "ประตูข้างหลังเรา... มันหายไปไหนแล้วล่ะคะ!"
อาจารย์เนตรไม่ได้หันกลับไปมองทางที่ประตูเคยตั้งอยู่ ทว่าดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงหยดน้ำกลับจดจ่ออยู่กับเงาสะท้อนในกระจกบานยักษ์ที่กินพื้นที่ผนังเกือบทั้งด้าน ร่างระหงในชุดสูทลำลองสีเข้มก้าวเข้ามาประชิดตัวเด็กหนุ่มอย่างเงียบเชียบ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนบ่าของกรณ์เบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและดึงสติที่กระเจิดกระเจิงของไอดอลหนุ่มให้กลับเข้าที่
"ตั้งสติไว้ค่ะ กรณ์" สุพรรณิการ์ หรือที่เด็กๆ ในชมรมเรียกกันลับๆ ว่าอาจารย์เนตร เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นคง "ไสยเวทประเภทนี้เล่นกับจิตวิทยาและการหักเหของมิติ พลังงานด้านลบจากความเครียดของการซ้อมติดต่อกันหลายสิบชั่วโมงของพวกคุณ คืออาหารชั้นดีของอาคมเคลื่อนย้ายพิกัด"
กรณ์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดความหวาดกลัวที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในอก แม้ในฐานะไอดอลดาวรุ่งเขาจะคุ้นเคยกับการยืนอยู่ต่อหน้าผู้คนนับพันบนเวทีคอนเสิร์ตที่สว่างไสว แต่ความมืดสลัวและบรรยากาศชวนขนหัวลุกในห้องซ้อมยามวิกาลนี้ เป็นคนละเรื่องกับการแสดงแสงสีเสียงโดยสิ้นเชิง
ซ่า... ซ่า...
เสียงคล้ายกระแสไฟฟ้าลัดวงจรดังขึ้นแผ่วเบามาจากด้านในของกระจกเงา กรณ์สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เงาสะท้อนของเขาและอาจารย์เนตรในกระจกไม่ได้เคลื่อนไหวตามความเป็นจริง เงาในกระจกนั้นช้ากว่าครึ่งจังหวะ และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ รอยยิ้มบนใบหน้าของเงาสะท้อนไม่ได้มาจากตัวจริง
[ ติ๊ง! ระบบตรวจพบพลังงานไสยเวทระดับ D: 'อาคมกระจกเงาสะท้อนจิต' ]
[ คำเตือนจากระบบ: ผู้ใช้กำลังเผชิญหน้ากับอาคมกักขังวิญญาณระดับต่ำที่ถูกกระตุ้นด้วยความอิจฉาริษยาและแรงกดดัน หากไม่รีบทำลายจุดศูนย์กลางพลังงานภายใน 15 นาที จิตวิญญาณจะถูกดึงดูดให้ติดอยู่ในกระจกถาวร ]
[ เควสต์พิเศษ: ค้นหาร่องรอยอาคมโบราณและทำลายมัน รางวัล: แต้มวิเคราะห์ +300, ไพ่ทาโรต์สุ่มระดับ R 1 ใบ ]
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสปรากฏขึ้นตรงหน้าของกรณ์ พร้อมกับตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานที่เริ่มเดินเครื่องอย่างไม่ปราณี
"อาจารย์คะ ระบบแจ้งเตือนแล้วค่ะ... มันคืออาคมกระจกเงาสะท้อนจิต ระดับ D ค่ะ" กรณ์กระซิบรายงานด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วห้องเพื่อหาเบาะแส "ระบบบอกว่าจุดศูนย์กลางพลังงานซ่อนอยู่แถวนี้ และเรามีเวลาแค่สิบห้านาทีเท่านั้น"
อาจารย์เนตรพยักหน้ารับน้อยๆ แววตาคู่สวยฉายประกายความสนใจระคนเคร่งขรึม นางหยิบสำรับไพ่ญาณทิพย์ขอบทองออกจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างคล่องแคล่ว ไพ่สำรับนั้นส่งเสียงกรอบแกรบเบาๆ รามีชีวิต และเปล่งแสงเรืองรองสีครามจางๆ ตัดกับความมืดมิดในห้อง
"เก่งมากค่ะที่ตั้งสติได้เร็วขนาดนี้" อาจารย์เนตรเอ่ยชื่นชมด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความอบอุ่น "พลังงานรอบตัวเราตอนนี้หนาแน่นเกินกว่าจะใช้เวทมนตร์โจมตีตรงๆ เราต้องหา 'จุดเชื่อมต่อ' ของอาคมนี้เสียก่อน"
ในขณะที่อาจารย์สาวกำลังกางอาณาเขตป้องกันด้วยไพ่ทาโรต์ กรณ์ก็ใช้ทักษะการสังเกตอันเฉียบ
คมที่มักใช้ในการแกะท่าเต้นที่ซับซ้อนมาประยุกต์ใช้กับการไขปริศนา ไอดอลหนุ่มก้าวเดินไปตามแนวผนังห้องซ้อม มือเรียวปัดผ่านกระจกเงาทีละบาน จนกระทั่งปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับความเย็นยะเยือกที่ผิดปกติบนกระจกบานที่สามจากมุมห้อง
"อาจารย์คะ ตรงนี้ค่ะ..." กรณ์เรียกเบาๆ พรางชี้ให้เห็นรอยขูดขีดจางๆ บนกรอบอะลูมิเนียมของกระจก เมื่อสังเกตดูให้ดี รอยเหล่านั้นไม่ใช่รอยขีดข่วนจากการใช้งาน แต่มันคืออักขระโบราณที่ถูกกรีดลงไปอย่างจงใจเพื่อผนึกอาคมบางอย่างไว้เบื้องหลังกระจกบานนั้น
อาจารย์เนตรสาวเท้าเข้ามาใกล้ทันที นางย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อเพ่งมองอักขระเหล่านั้น ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "นั่นคืออักขระสายดำจากยุคโบราณ... มันถูกใช้เพื่อดึงดูดความเกลียดชังและพลังงานด้านลบของผู้ที่เข้ามาใช้ห้องซ้อมนี้สะสมไว้เป็นพลังขับเคลื่อน"
ซ่า... กึก!
เสียงกระจกบานใหญ่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาสะท้อนในกระจกเริ่มขยับตัวรวดเร็วขึ้น มันเอื้อมมือออกมาจากผิวเงา ราวกับพยายามจะทะลักทะลุออกมาสู่โลกแห่งความจริง ไอเย็นยะเยือกพวยพุ่งเข้าใส่จนกรณ์ต้องถอยหลังไปชนแผ่นหลังของอาจารย์เนตร
"กรณ์ ถอยไปค่ะ" อาจารย์เนตรออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด นางดีดนิ้วเบาๆ ไพ่ทาโรต์สามใบพุ่งออกจากสำรับลอยคว้างกลางอากาศ เปล่งแสงสีทองสว่างวาบเพื่อตรึงเงาดำที่กำลังจะหลุดออกมา
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอกของห้องซ้อมที่ควรจะไร้ทางออก
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"น้องกรณ์ครับ อยู่ข้างในหรือเปล่า? ใกล้เวลาขึ้นสเตจซ้อมรวมแล้วนะ ทำไมประตูถึงล็อคจากข้างในล่ะเนี่ย?"
เสียงทุ้มต่ำของ 'พี่รุจ' ผู้จัดการวงดังทะลุผนังเข้ามา แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของกรณ์เย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล ไม่ใช่เสียงเรียกนั้น... หากแต่เป็นเงาสะท้อนในกระจกตรงหน้า ที่ตอนนี้ไม่ได้สะท้อนภาพของกรณ์หรืออาจารย์เนตรอีกต่อไปแล้ว
ทว่ามันกลับสะท้อนภาพของ 'ใครบางคน' ที่กำลังยืนยิ้มกว้างอยู่ด้านหลังของพี่รุจ... โดยที่รอยยิ้มนั้นฉีกกว้างถึงใบหู และดวงตาทั้งสองข้างกลวงโบ๋เป็นหลุมดำมืดสนิท!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับน้องกรณ์และอาจารย์เนตรในตอนนี้นะคะ
อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น•ตอนที่ 4
กลิ่นอายไสยเวทในห้องซ้อม
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!