กลิ่นอายความอับชื้นผสมกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์หลังตึกกิจกรรม คลื่นพลังงานไสยเวทระดับภัยพิบัติที่ระบบเพิ่งประกาศเตือนด้วยเสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานเมื่อครู่ ไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกบีบอัดให้เล็กลง เหลือเพียงแรงกดดันแผ่วเบาที่เสียดแทงผิวหนังจนขนลุกชัน กรณ์ยืนนิ่งอยู่หน้าล็อกเกอร์เหล็กสีเทาซีดของตนเอง ปลายนิ้วเรียวยาวที่มักจะใช้จับไมโครโฟนบนเวทีคอนเสิร์ตเวลานี้กลับชื้นเหงื่อ ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองสิ่งผิดปกติที่ถูกเสียบคาไว้ตรงช่องลม
ซองจดหมายสีดำสนิททำจากกระดาษสาเนื้อหยาบ ไม่มีแสตมป์ ไม่มีชื่อผู้ส่ง
หากแต่บนพื้นผิวสีรัตติกาลนั้นถูกแต้มด้วยผงสีชาดวาดเป็นอักขระโบราณ—สัญลักษณ์รูปดวงตาที่ถูกกรีดทับด้วยรอยกากบาทสามครั้ง เป็นสัญญะทางไสยเวทที่ต่อให้ไม่ต้องเปิดระบบวิเคราะห์กรณ์ก็พอจะเดาเจตนาอันบิดเบี้ยวของผู้ส่งได้ไม่ยาก
"อย่าเพิ่งแตะต้องมันนะ"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง อาจารย์เนตรก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง ร่างระหงในชุดเสื้อคลุมสีเข้มขยับเข้ามาใกล้จนกรณ์ได้กลิ่นหอมจางๆ ของใบชาขาวและหมึกจีน ดốcเตอร์สาวผู้ลึกลับใช้นิ้วเรียวเรียงรายด้วยแหวนเงินโบราณแตะลงบนไหล่ของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม สายตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นทรงหยดน้ำกวาดมองซองจดหมายนั้นด้วยความระแวดระวังขั้นสุด
"อาจารย์คิดว่ามันคืออะไรครับ... เอ่อ หมายถึง... อาจารย์คิดว่ามันคืออะไรคะ" กรณ์เกือบเผลอหลุดปากคำพูดคุ้นชิน แต่ด้วยสัญชาตญาณที่ต้องระวังตัวในโลกเวทมนตร์นี้ทำให้เขาเปลี่ยนคำลงท้ายได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับแอบลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
อาจารย์เนตรไม่ได้ทักท้วงเรื่องสรรพนาม นางเพียงแต่หรี่ตาลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวของอาจารย์สาวเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นทันทีที่ปลายนิ้วเรียวแตะเข้าใกล้ซองจดหมายปริศนาโดยมีกระดาษทิชชู่อั้นไว้ชั้นหนึ่ง นางค่อยๆ ดึงจดหมายแผ่นนั้นออกมาจากช่องล็อกเกอร์อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ทำลายอาคมสะกดรอยที่อาจถูกเคลือบไว้บนผิวสัมผัส
"ไม่ใช่จดหมายทวงหนี้ หรือจดหมายรักจากแฟนคลับโรคจิตแน่นอนค่ะ" อาจารย์เนตรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับสะท้อนประกายแสงสีทองจางๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเนตรญาณของนางกำลังทำงานอย่างเต็ม, "นี่คือ 'ประกาศิตอาคมโลหิต' เป็นศาสตร์มืดโบราณที่ใช้จิตวิญญาณของผู้ส่งเป็นสื่อกลางในการสะกดรอยเป้าหมาย คนที่ส่งมันมาไม่ได้ต้องการแค่ขู่ขวัญ... แต่เขากำลังประกาศว่า เขารู้ว่าเธอซ่อนอะไรไว้ และรู้ว่าระบบไพ่ทาโรต์ในตัวเธอกำลังทำอะไรอยู่"
สิ้นคำพูดของอาจารย์ ระบบในหัวของกรณ์ก็ส่งเสียงแจ้งเตือนรัวเร็วทันทีจนแทบแยกแยะคำสั่งไม่ออก
*[ติ๊ง! ตรวจพบการแทรกแซงข้อมูลจากพลังงานภายนอก]*
*[คำเตือน: เจ้าของไพ่ทาโรต์ลำดับที่ 0 'The Fool' กำลังถูกเพ่งเล็งโดยผู้ใช้ไสยเวทสายมาร]*
*[เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: ดึงข้อมูลความทรงจำระยะสั้นของซองจดหมาย... กำลังประมวลผล]*
หน้าต่างโฮโลแกรมใสสีฟ้าเรืองแสงขึ้นตรงหน้ากรณ์ ภาพเหตุการณ์เมื่อสามนาทีที่แล้วฉายซ้ำราวกับกล้องวงจรปิด ในภาพปรากฏเงาร่างของเด็กหนุ่มสวมฮู้ดสีดำสนิท ก้มหน้าซ่อนใบหน้าใต้ปีกหมวก ย่องเข้ามาในตึกกิจกรรมที่ไร้ผู้คนอย่างคุ้นเคย มือเรียวเล็กบรรจงเสียบซองจดหมายนี้เข้ากับล็อกเกอร์ของเขาอย่างแม่นยำ ก่อนจะหันมามองกล้องวงจรปิดแล้วยกย่องมุมปากขึ้นยิ้ม—รอยยิ้มที่ต่อให้ภาพจะเบลอแค่ไหน กรณ์ก็จำได้แม่นยำว่าเป็นใคร
"ริน...?" กรณ์พึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อ
รินคือเด็กฝึกในค่ายเดียวกัน เป็นเด็กหนุ่มรุ่นน้องหน้าตาหวานหยดที่มักจะทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัว ถือกระดาษเนื้อเพลงตามติดเขาแจราวกับลูกสุนัขหลงทาง ใครจะไปคิดว่าเบื้องหลังรอยยิ้มใสซื่อและดวงตากลมโตคู่นั้น จะซ่อนกลิ่นอายของไสยเวทสายมืดที่แม้แต่ระบบยังจัดให้อยู่ในระดับอันตราย
อาจารย์เนตรหันมามองหน้ากรณ์ทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น "เธอรู้จักเจ้าของพลังนี้เหรอคะ กรณ์?"
"เขา... เป็นเด็กฝึกในสังกัดเดียวกันกับผมเองค่ะอาจารย์" กรณ์อธิบายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สมองอันชาดฉลาดกำลังประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ตารางซ้อมที่มักจะบังเอิญตรงกัน ความสนใจในเรื่องแปลกๆ ที่รินมักจะแอบถามเขาบ่อยครั้ง ไปจนถึงเหตุการณ์ประหลาดๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเขาก่อนหน้านี้ "ผมคิดมาตลอดว่าน้องเขาแค่ชื่นชมผมในฐานะไอดอลรุ่นพี่... แต่ดูเหมือนผมจะประเมินความสัมพันธ์ของเราต่ำเกินไป"
อาจารย์เนตรกางซองจดหมายออกช้าๆ เผยให้เห็นแผ่นกระดาษด้านในที่มีข้อความเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ละตัวอักษรดูคล้ายกับตัวหนอนที่กำลังดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด
*‘พี่กรณ์ผู้เจิดจรัส... แสงสว่างที่พี่ได้รับมันมากเกินไป จนทำให้มุมมืดของพวกเราต้องเดือดร้อน จงหยุดใช้ไพ่พวกนั้นเสีย มิฉะนั้น... เสียงกรี๊ดของแฟนคลับที่พี่รักนักหนา จะเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องในคืนเดือนมืด’*
บรรยากาศในห้องเก็บอุปกรณ์เงียบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ อาจารย์เนตรขมวดคิ้วมุ่น นางตวัดนิ้วมือวาดเป็นวงกลมกลางอากาศเพื่อสร้างม่านพลังคุ้ม
กันไม่ให้กลิ่นอายไสยเวทนี้รั่วไหลออกไปด้านนอก ป้องกันไม่ให้ใครก็ตามที่เดินผ่านไปมาสังเกตเห็นความผิดปกติ
"เด็กคนนั้นไม่ได้ทำด้วยตัวเองแน่ๆ ค่ะ" อาจารย์เนตรวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบขาด นางพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บลงในซองพิเศษที่หยิบมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม "พลังระดับนี้ ต่อให้เป็นเด็กฝึกที่มีพรสวรรค์แค่ไหนก็ไม่มีทางสร้างรอยผนึกอาคมที่แนบเนียนขนาดนี้ได้ รินเป็นแค่ 'ภาชนะ' หรือไม่ก็ 'หุ่นเชิด' ที่ถูกชักใยอยู่เบื้องหลัง"
กรณ์กำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความรู้สึกโกรธเคืองและเป็นห่วงตีรวนอยู่ในอก แม้ในโลกไอดอลเขาจะชินกับการแข่งขันและการชิงดีชิงเด่น แต่การดึงเอาไสยเวทอันตรายมาใช้เล่นงานกันถึงชีวิตแบบนี้มันเกินขอบเขตของคำว่า "การแข่งขัน" ไปไกลโขแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นเราควรทำยังไงดีคะอาจารย์? จะปล่อยให้เขาเดินเกมฝ่ายเดียวไม่ได้แน่" กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาอาจารย์สาว แววตาของไอดอลหนุ่มไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความมุ่งมั่นและประกายความเจ้าเล่ห์แบบฉบับของคนฉลาดที่พร้อมจะพลิกเกม
อาจารย์เนตรนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบางเบาแต่แฝงด้วยความดุดันผุดขึ้นที่มุมปากของอาจารย์สาวสวย "ในเมื่ออีกฝ่ายส่งคำเตือนมา... เราก็ควรจะ 'ตอบแทน' น้ำใจไมตรีของพวกเขาให้สาสมเช่นกันค่ะ"
นางยื่นมือมาตบไหล่กรณ์เบาๆ สองครั้ง "คืนนี้ หลังจากการซ้อมใหญ่ของพวกเธอสิ้นสุดลง... เราจะไปเยี่ยม 'ห้องใต้ดิน' ของตึกฝึกซ้อมเก่ากันค่ะ กรณ์"
กรณ์พยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
*[ติ๊ง! ปลดล็อกภารกิจลับระดับ SSS: 'เงาดำหลังม่านเวที' - ค้นหาต้นตอของไสยเวทสายมารในค่ายฝึก และช่วยเหลือเพื่อนร่วมสังกัดที่ถูกครอบงำ]*
*[คำเตือนระบบ: เวลาเคาท์ดาวน์ก่อนที่อาคมจะสมบูรณ์ เหลือเวลาอีกเพียง 3 ชั่วโมง...]*
ทว่า ในวินาทีที่กรณ์กำลังจะหันหลังหยิบกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวไปซ้อม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องเก็บอุปกรณ์—มันไม่ใช่เสียงเดินปกติ แต่เป็นเสียงลากเท้าที่เชื่องช้า หนักหน่วง และเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายที่คุ้นเคย
ปัง!
ประตูกระจกฝ้าของห้องถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของใครบางคนทรุดฮวบลงกระแทกกับพื้นห้องท่ามกลางความมืดมิด
กรณ์และอาจารย์เนตรหันขวับไปมองพร้อมกัน และในวินาทีที่แสงไฟจากทางเดินสาดส่องกระทบใบหน้าของผู้มาเยือน หัวใจของกรณ์ก็แทบหยุดเต้น
นั่นไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือ "ริน" เด็กหนุ่มเจ้าของจดหมายเตือน เมื่อครู่ยังปรากฏภาพเขาเป็นคนมาส่งจดหมาย แต่เวลานี้ ร่างกายของเขากลับเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นสีดำสนิท ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพงไร้ซึ่งแววตา และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าอกของเด็กหนุ่ม มี "ไพ่ทาโรต์" ปริศนาที่อาบย้อมไปด้วยหยดเลือดสดๆ ปักคาอยู่กลางอก!
รินอ้าปากค้างราวกับต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง ก่อนที่เสียงแหบพร่าราวกับไม่ใช่เสียงของมนุษย์จะเล็ดลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก
"ทะ... ท่าน... มาแล้ว..."
- ขวัญเนตรทายใจ -
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปพร้อมกับกรณ์และอาจารย์เนตรนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น•ตอนที่ 14
คำเตือนจากความมืด
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!