อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น•ตอนที่ 11

เผชิญหน้ากับวิญญาณอาฆาต

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
"หา... ใครอยู่เหรอครับ?" เสียงทุ้มของกรณ์หลุดลอดริมฝีปากออกไปท่ามกลางความเงียบงันของห้องซ้อมดนตรีเก่า ประโยคคำถามนั้นไม่ได้เพียงแค่สะท้อนก้องไปตามผนังคอนกรีตที่หลุดลอก หากแต่มันไปกระตุ้นแรงสั่นสะเทือนบางอย่างในอากาศให้เปลี่ยนรูป ความเย็นเยียบระดับติดลบแผ่ซ่านเข้าเกาะกุมผิวหนังจนเส้นขนลุกชัน ทว่าในความตึงเครียดนั้น สัญชาตญาณไอดอลที่ผ่านการฝึกฝนการควบคุมสีหน้าภายใต้กล้องนับร้อยตัวก็ยังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม กรณ์ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว สายตาคมกริบกวาดมองผ่านความมืดสลัวไปยังเงาทะมึนที่บิดเบี้ยวอยู่ริมหน้าต่าง ทันใดนั้นเอง แสงไฟนีออนบนเพดานที่กะพริบถี่ๆ ก็ดับวูบลงสนิท เหลือเพียงแสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านกระจกเปื้อนฝุ่น เผยให้เห็นร่างโปร่งแสงของชายคนหนึ่งในชุดสูทสไตล์วินเทจยุค 80 เส้นผมยาวรกเรื้อปกปิดใบหน้าครึ่งซีก ในมือของวิญญาณตนนั้นถือ "กีตาร์โปร่ง" เก่าคร่ำคร่าที่สายกีตาร์ขาดวิ่น เสียงดีดสายโลหิตดังขึ้น *ตึง!* บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ราวกับเสียงกรีดร้องของความสิ้นหวัง [ระบบตรวจพบพลังงานวิญญาณระดับอาฆาต: "วิญญาณนักดนตรีตกอับ (The Forgotten Maestro)"] [คำเตือน: เป้าหมายมีความต้องการ 'ตัวตายตัวแทน' เพื่อปลดปล่อยพันธนาการแห่งความล้มเหลว ค่าอันตรายระดับ B+] [คำแนะนำจากระบบ: ใช้ไพ่ทาโรต์สำรับหลัก (Major Arcana) เพื่อทำลายลูปความคิดวนเวียน หรือใช้ไหวพริบทางจิตวิทยาในการสื่อสาร] เสียงแจ้งเตือนจากระบบลอยเด่นขึ้นมาในห้วงความคิดของกรณ์เป็นหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าคราม แต่วินาทีนี้เขาไม่มีเวลามาตื่นตระหนกกับระบบอีกแล้ว เพราะเงาร่างนั้นพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง กีตาร์ในมือถูกเงื้อขึ้นสูงราวกับจะฟาดลงมาปลิดชีพ! "กรณ์! ระวังค่ะ!" เสียงตะโกนเตือนอันคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวบางของอาจารย์เนตรที่พุ่งเข้ามาเบี่ยงตัวเขาออก รวดเร็วดั่งสายลม อาจารย์สาวสะบัดมือขวา ไพ่ญาณทิพย์ขอบสีทองส่องประกายสว่างวาบในความมืด นางซัดไพ่ใบนั้นออกไปปักเข้าที่พื้นเบื้องหน้าวิญญาณนักดนตรีอย่างแม่นยำ เกิดเป็นม่านพลังงานรูปวงแหวนเวทมนตร์สีครามสกัดกั้นการโจมตีเอาไว้ได้ทันท่วงที แรงปะทะทำให้เศษฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ วิญญาณตนนั้นชะงัก ร่างโปร่งแสงสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาที่เรืองแสงสีแดงก่ำมองลอดผ่านกลุ่มผมยาวจ้องมาที่อาจารย์เนตรและกรณ์ด้วยความริษยา เสียงแหบแห้งราดรดด้วยความเจ็บปวดดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก "พวกแก... มีพรสวรรค์... มีแสงสว่าง... พวกแกมันก็แค่พวกฉาบฉวย... แย่งชิงพื้นที่... แย่งชิงความฝันของฉันไป!" วิญญาณคร่ำครวญซ้ำไปซ้ำมา วนเวียนอยู่ในลูปแห่งความล้มเหลวในอดีต แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกมาจนอากาศรอบตัวหนาทึบ หายใจแทบไม่ออก อาจารย์เนตรขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวเตรียมดึงไพ่สำรับใหญ่ออกมาเพิ่มเพื่อใช้วิธีรุนแรงชำระล้างวิญญาณดวงนี้ "อาจารย์ครับ... เดี๋ยวครับ" กรณ์เอื้อมมือไปแตะเบาๆ ที่ข้อแขนของอาจารย์สาว สัมผัสที่อบอุ่นจากไอดอลหนุ่มทำให้ซาบซึ้งถึงความเยือกเย็นในตัวอาจารย์ที่กำลังระอุขึ้น อาจารย์เนตรหันมามองลูกศิษย์ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสะท้อนแสงไฟเวทมนตร์ นางเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความกังวล "เขาอยู่ในภาวะหลอนจิตตัวเอง (Psychological Loop) การใช้กำลังทำลายจะทำให้จิตวิญญาณนี้แตกสลายและกลายเป็นคำสาปตกค้างในตึกนี้ถาวรนะคะ กรณ์มีแผนอะไรเหรอคะ?" กรณ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของไอดอลหนุ่มผู้กุมหัวใจแฟนคลับนับล้านถูกงัดออกมาใช้ แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า เขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับอาจารย์สาวอย่างไม่เกรงกลัว "ผมเป็นไอดอลนะคร้าบ... เรื่องรับมือกับคนที่สูญเสียความมั่นใจเนี่ย ผมถนัดที่สุดเลยล่ะครับ" กรณ์สูดหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหัวไหล่ แล้วเปล่งเสียงพูดออกไป น้ำเสียงของเขานุ่มนวล ทุ้มนุ่ม และเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเสแสร้ง "คุณครับ... ผมรู้ว่าเสียงกีตาร์ของคุณเมื่อครู่มันไพเราะมากแค่ไหน" กรณ์เริ่มต้นด้วยการยอมรับตัวตนของวิญญาณ ร่างโปร่งแสงชะงัก กีตาร์ในมือลดระดับลงเล็กน้อย "คุณไม่ได้ล้มเหลวหรอกครับ... คุณแค่... เล่นเพลงให้ผิดคนฟังต่างหากล่ะครับ" กรณ์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงลื่นไหล ดึงเอาทักษะการพูดคุยกับแฟนคลับที่จิตใจบอบช้ำมาปรับใช้ "ลองคิดดูสิครับ บทเพลงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความพยายามอย่างหนักหน่วงแบบนั้น ถ้าเอาไปเล่นให้คนที่วันๆ เอาแต่นั่งจับผิดคนอื่นฟัง เขาก็คงไม่มีวันเข้าใจหรอกครับ... แต่ถ้าคุณลองเล่นให้คนที่กำลังเผชิญหน้ากับความมืดมนเหมือนกันฟังล่ะครับ... เสียงเพลงของคุณอาจจะช่วยชีวิตใครสักคนได้เลยนะ" วิญญาณนักดนตรีตัวแข็งทื่อ มือที่กำคอซองกีตาร์คลายออก ดวงตาสีแดงก่ำที่เคยเต็มไปด้วยความอาฆาตค่อยๆ จางลง ความมืดมนรอบตัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นละอองแสงสีเทาจางๆ ร่างโปร่งแสงนั้นเงยหน้าขึ้นมองกรณ์ด้วยแววตาที่สั่นไหว เต็มไปด้วยความโหยหาการยอมรับที่รอคอยมานานนับทศวรรษ อาจารย์เนตรมองภาพตรงหน้าด้วยความทึ่ง นัยน์ตาคู่สวยฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด นางรู้ดีว่าการใช้จิตวิทยาโน้มน้าววิญญาณอาฆาตระดับ B+ นั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด แต่วัยรุ่นหนุ่มข้างกายเธอกลับทำมันได้อย่างแนบเนียนและงดงามราวกับงานศิลปะ "จริง... จริงเหรอ..." เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาเป็นครั้งแรก ฟังดูราวกับเด็กน้อยที่หลงทาง "จริงสิครับ" กรณ์ยิ้มกว้าง ส่งรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดไปให้ "มาเถอะครับ... เล่นเพลงให้ผมฟังอีกสักเพลงสิครับ แต่คราวนี้... เล่นให้ผมที่เป็นผู้ฟังของคุณจริงๆ นะครับ" วิญญาณนักดนตรีพยักหน้ารับช้าๆ ร่างกายโปร่งแสงเริ่มเปล่งประกายแสงสีขาวนวลอบอุ่น แทนที่จะเป็นความเย็นยะเยือก กีตาร์ในมือถูกดีดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้บทเพลงบรรเลงเศร้าสร้อยแต่ไพเราะจับใจ กังวานไปทั่วห้องซ้อมดนตรี ราวกับเป็นการปลดปล่อยพันธนาการทั้งหมดที่มี อาจารย์เนตรไม่รอช้า นางหยิบไพ่ทาโรต์ใบสุดท้าย "The World" ขึ้นมาวางทับลงบนร่องรอยพลังงาน วิญญาณนักดนตรีโค้งคำนับให้ทั้งสองคนด้วยความเคารพ ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายกลายเป็นละอองแสงระยิบระยับลอยหายไปสู่อ้อมอกของราตรีอย่างไร้ร่องรอย [ภารกิจสำเร็จ: ชำระล้าง "วิญญาณนักดนตรีตกอับ" สำเร็จ] [ได้รับรางวัล: แต้มประสบการณ์จิตวิญญาณ +1,500, สกิลพิเศษ "ทักษะการปลอบประโลมวิญญาณ (Soul Resonance)"] [ระบบประเมินผลงาน: ระดับ S (ยอดเยี่ยม)] เสียงแจ้งเตือนความสำเร็จดังขึ้นในหัว พร้อมกับความรู้สึกอิ่มเอมใจที่แผ่ซ่าน กรณ์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปยิ้มให้อาจารย์เนตรที่ยืนอยู่ข้างๆ "ทำได้ไม่เลวเลยนี่คะ นายไอดอล" อาจารย์เนตรเอ่ยปากชมด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง นางปรับแว่นเล็กน้อยแล้วมองหน้าเขา "ดูเหมือนว่านายจะมีพรสวรรค์มากกว่าที่ฉันคิดไว้นะคะเนี่ย..." "ชมเกินไปแล้วครับอาจารย์... ว่าแต่ ผมรอดตายมาได้แบบนี้ มีรางวัลอะไรปลอบใจผมหน่อยไหมครับเนี่ย?" กรณ์หัวเราะร่วน บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นของมิตรภาพที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากห้องซ้อมดนตรีเก่าเพื่อกลับหอพัก เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครอีกคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดสนิทด้านนอก เป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่น และจังหวะจะโคนแปลกประหลาด... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* อาจารย์เนตรชะתาฝีเท้ากะทันหัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที นางดึงแขนกรณ์ให้ถอยกลับมาด้านหลังพร้อมกับตวัดสายตาคมกริบมองไปยังประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ "เดี๋ยวก่อนค่ะ..." อาจารย์เนตรกระซิบเสียงแผ่วเบา หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยสัญชาตญาณเตือนภัยขั้นวิกฤต "พลังงานนี้มัน... ไม่ใช่ของวิญญาณตนเมื่อครู่..." กรณ์หรี่ตามองผ่านความมืดออกไป และในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องซ้อมดนตรีก็ถูกผลักให้เปิดออกกว้าง เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดลึก แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของกรณ์ต้องสะดุดกึก คือ "ไพ่ทาโรต์" สีดำสนิทที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวบุคคลผู้นั้น เป็นไพ่สำรับต้องห้ามที่แม้แต่ระบบของเขายังไม่เคยบันทึกไว้! บุคคลปริศนาก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำลอดออกมาจากความมืดที่ทำให้เลือดในกายของกรณ์และอาจารย์เนตรเย็นเฉียบ "เก่งมาก... ที่จัดการเศษสวะพวกนั้นได้... แต่ทว่า การเล่นสนุกของจริง... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากล่ะครับ คุณไอดอล" ขอขอบคุณคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับกรณ์และอาจารย์เนตรนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาจารย์ครับ อย่ามองผมด้วยไพ่สำรับนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%