“ใครวะ!”
เสียงอุทานหลุดลอดริมฝีปากอลิสาพร้อมกับร่างบางที่ถูกมือหนาของรณกรกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังชนเข้ากับอกแกร่ง ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปปิดสวิตช์ไฟโคมระย้าบนเพดานด้วยความว่องไว ความมืดจึงเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที เหลือเพียงแสงเรืองรองจากหน้าจอมอนิเตอร์ตัวใหญ่ที่มุมห้องทำงาน
เสียงฝีเท้าหนักๆ บนบันไดไม้เก่าดังขึ้นเป็นจังหวะ *เอี๊ยด... อาด... เอี๊ยด...* ทุกย่างก้าวที่เคลื่อนใกล้เข้ามาสร้างแรงกดดันในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก อลิสาใจเต้นรัวระส่ำ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะฝ่ามือหนาของรณกรที่ยังคงโอบเอวเธอไว้แน่นจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะชีพจรที่เต้นแรงไม่แพ้กัน
“อยู่นิ่งๆ” เสียงกระซิบต่ำติดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ รณกรขยับตัวพาเธอถอยร่นเข้าไปหลัฃมุมเสาบังสายตาจากบันได มืออีกข้างเอื้อมไปหยีบขาตั้งกล้องเหล็กโลหะหนักอึ้งขึ้นมาถือไว้เป็นอาวุธชั่วคราวอย่างเงียบเชียบที่สุด
เพล้ง!
เสียงกระจกหน้าต่างชั้นล่างแตกกระจายตามด้วยเสียงลมพายุโหมกระหน่ำที่พัดตีทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาใส่หลังคาสังกะสีของเซฟเฮาส์จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว กลบเสียงฝีเท้าของผู้บุกรุกไปชั่วขณะ
“เวรเอ๊ย พายุเข้าตอนนี้นี่นะ” รณกรสบถเบาๆ ในลำคอ ขมวดคิ้วยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว
“แล้วนี่ใครกันคะคุณช่างภาพ หรือว่าคุณแอบไปทำศัตรูที่ไหนมาอีก” อลิสาเอียงคอมองเงาดำที่กำลังโผล่พ้นขอบบันไดขึ้นมา แม้สถานการณ์จะคับขัน แต่ฝีปากเธอก็ยังไม่วายหาเรื่องแซะคนข้างกายได้
“ถ้าฉันมีศัตรูเยอะขนาดนั้น ป่านนี้คงนอนอยู่ในโลงไปแล้ว ไม่มายืนกระซิบกระซาบกับเธอตรงนี้หรอก ยัยตัวแสบ”
ร่างสูงใหญ่ของผู้บุกรุกก้าวพ้นขอบบันไดขึ้นมาเต็มตัว แสงแฟลชจากฟ้าแลบนอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาวูบหนึ่ง เผยให้เห็นใบหน้าเปียกโชกและเสื้อผ้าที่ชุ่มน้ำฝนของ... น้าเดช ลุงผู้ดูแลเกาะที่ถือกระเป๋าเครื่องมือและร่มขาดวิ่นอยู่ในมือ
“เฮ้ย! น้าเดช!” รณกรลดขาตั้งกล้องลงทันที ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกก่อนจะดันอลิสาให้ออกห่างจากตัวเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าปลอดภัยแล้ว
น้าเดชกะพริบตาปริบๆ มองหน้ารณกรสลับกับอลิสาที่ยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบตึง “อ้าว คุณกร ผมเห็นไฟข้างบนยังเปิดอยู่ นึกว่าขโมยขึ้นบ้านซะอีก พายุเข้าแรงมากนะคุณ สายไฟริมหาดน่าจะขาด ไฟฟ้าทั้งเกาะน่าจะดับยาวจนถึงเช้าแน่ๆ ผมเลยรีบเอาตะเกียงกับเสบียงมาส่ง”
“ขอบคุณครับน้า วางไว้ตรงนั้นแหละครับ” รณกรเอ่ยเสียงเรียบ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ใบหูจะยังแดงก่ำเล็กน้อยจากเหตุการณ์แนบชิดเมื่อครู่
“แล้วนี่... คุณนักเขียนยังไม่กลับเหรอครับ ฝนตกหนักขนาดนี้ เรือข้ามฝากหยุดวิ่งตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วนะ” น้าเดชยิ้มกรุ้มกริ่ม มองคนทั้งสองด้วยสายตาจับผิดตามประสาคนแก่รู้ทันโลก
อลิสาอ้าปากจะเถียง แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ฟรึ่บ! ไฟฟ้าทั้งหลังก็ดับสนิทลงพร้อมกัน ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งรอบตัวเหลือเพียงแสงวาบจากสายฟ้าด้านนอกที่นานๆ ครั้งจะสาดส่องเข้ามา
“เอ้า ไฟดับสนิทจริงๆ ด้วย เอาเป็นว่าผมไม่กวนใจหนุ่มสาวดีกว่านะ น้าขอตัวไปเช็กโรงเรือนข้างล่างก่อน” พูดจบน้าเดชก็รีบเดินสาวเท้าลงบันไดไปอย่างไร้รอยต่อ ทิ้งให้คนทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางความมืดและเสียงพายุโหมกระหน่ำด้านนอกตามลำพัง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อลิสากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อตระหนักได้ว่า ตอนนี้เธอ “ติดอยู่” กับรณกรตามลำพังในบ้านหลังนี้อย่างแท้จริง และไม่มีหนทางออกไปไหนได้จนกว่าพายุจะสงบ
“ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ จุดตะเกียงสิ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รณกรเดินผ่านร่างเธอไปหยิบกล่องไม้ขีดไฟบนโต๊ะทำงาน แสงไฟสีส้มสลัวจากเปลวเทียนในตะเกียงพกพาส่องให้เห็นใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงเป็นเอกลักษณ์
“ฉันไม่ได้บื้อค่ะ แค่กำลังคิดว่าคืนนี้ฉันจะนอนตรงไหนในเซฟเฮาส์ที่มีเตียงนอนแค่เตียงเดียวของคุณ” อลิสาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ท้าทายสายตาคมกริบที่มองตรงมา
รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ เดินถือตะเกียงเข้ามาใกล้จนร่างสูงใหญ่บดบังแสงสว่างเกือบมิด ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“ก็เตียงเดียวกันนี่แหละ... ถ้าเธอไม่กลัวว่าฉันจะกินเธอเข้าไปซะก่อนนะ, ยัยปากเก่ง”
อลิสาชะงัก หัวใจกระตุกวูบกับประโยคกำกวมที่ดึงสติเธอให้หลุดลอย แต่ก่อนที่เธอจะได้สวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามนิสัย มือหนาก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่นแล้วออกแรงดึงให้เดินตามไปยังห้องนอนชั้นบน ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดอย่างไร้ความปรานี
รณกรผลักประตูห้องนอนเปิดออก แสงเทียนสลัวเผยให้เห็นสภาพภายในห้องที่กว้างขวาง แต่น่าแปลกที่เตียงนอนขนาดคิงไซส์กลับมีหมอนและผ้าห่มเพียงชุดเดียววางไว้อย่างเป็นระเบียบ ชายหนุ่มโยนผ้าขนหนูแห้งผืนหนึ่งใส่หน้าเธออย่างไม่ใส่ใจนัก
“เช็ดหัวซะ เดี๋ยวไม่สบายแล้วฉันต้องมานั่งเช็ดตัวให้อีก รำคาญเปล่าๆ” ปากก็พูดจาขวานผ่าซาก แต่สายตาที่มองมากลับอ่อนแสงลงอย่างน่าประหลาด
อลิสาคว้าผ้าขนหนูออกจากหน้า ยืนกอดอกมองช่างภาพหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ “ใครจะไปรบกวนคุณกันคะ ถึงฉันจะไม่มีที่ไป แต่ฉันก็ไม่ได้พิการจนดูแลตัวเองไม่ได้หรอกนะ”
“ปากดีให้มันตลอดเถอะ” รณกรถอดเสื้อแจ็คเก็ตเปียกชุ่มออก เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างและกล้ามเนื้อสมส่วนภายใต้เสื้อยืดสีดำแนบเนื้อ หยดน้ำฝนเกาะพราวตามไรผมและลาดไหล่หนา ภาพนั้นทำให้อลิสาเผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว เธรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันทีเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
“หันไปทางไหนล่ะ เขินเหรอ?” เสียงทุ้มติดตลกดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับเงาร่างสูงที่ขยับเข้ามาประชิดตัวจนเธอรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายเขา
“ใครเขินคุณ ทุรกันดารขนาดนี้ใครเขาจะไปมีอารมณ์พิศวาสกันคะ” อลิสาปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
“งั้นเหรอ...” รณกรโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน จนคนฟังถึงกับขนลุกชัน “แต่สายตาเธอมันไม่ได้บอกแบบนั้นเลยนะ... อลิสา”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งเมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางแสงเทียนวับแวม เสียงพายุข้างนอกราวกับหายลับไปจากโสตประสาท เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดกันและกัน รณกรขยับมือเรียวขึ้นทัดผมที่เปียกชื้นข้างแก้มให้เธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นขัดกับภาพลักษณ์ปากร้ายโดยสิ้นเชิง
“ถ้ารู้ตัวว่าสู้แรงฉันไม่ได้ ก็หัดหุบปากแล้วเชื่อฟังซะบ้าง... เพราะคืนนี้เรายังต้องใช้อีกยาวนาน”
อลิสาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกเมื่อปลายนิ้วของเขายังคงลูบไล้อยู่ที่ข้างแก้มอย่างอ้อยอิ่ง และในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม รณกรก็โน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นคำพูดทุกคำด้วยริมฝีปากอุ่นร้อนที่แนบชิดลงมาอย่างไร้การบอกกล่าว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุและกักตัวไปกับความซึนของพี่กรและยัยตัวแสบอลิสาในตอนนี้ด้วยนะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 4
พายุเข้ากับการเปิดใจครั้งแรก
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!