"ถ้าคุณยังเก่งแต่เถียงแล้วงานไม่ออกแบบนี้ คืนนี้เราคงได้นั่งหน้าจอจนตาแฉะกันทั้งคู่แน่ค่ะ"
เสียงกระแทกแก้วกาแฟเซรามิกกระทบโต๊ะไม้ดังปัง สะท้อนความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในห้องทำงานแคบ ๆ ของเซฟเฮาส์ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย อลิสาตวัดสายตาคมกริบมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกำแพง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปด รณกรพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกทางจมูกอย่างเหลืออด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองเธอราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อ
"ผมไม่ได้เถียง ผมแค่กำลังอธิบายว่ามุมกล้องกับบทที่คุณเขียนมันสวนทางกัน คนดูไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะต้องให้คุณมาป้อนน้ำป้อนข้าวทีละซีนนะอลิสา!" รณกรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดจนบรรยากาศในห้องคุกกรุ่น
"แต่นี่มันงานสารคดีเชิงลึกนะคะพี่กร! ถ้าฉันไม่ขยี้ปมความดราม่าของชาวบ้านในพื้นที่ แล้วคนดูจะอินตามอารมณ์ภาพถ่ายเทพ ๆ ของคุณได้ยังไง? เลิกทำตัวเป็นศิลปินติסטโลกส่วนตัวสูงแล้วหันมามองความจริงของตลาดซะบ้าง!" อลิสาดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวกำปั้นแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความกดดันตลอดสามวันที่ผ่านมาจากการต้องมาติดแหงกทำงานร่วมกับช่างภาพปากร้ายกำลังระเบิดออก
รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากหยักลึก เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนพื้นที่หายใจระหว่างกันเริ่มแคบลงเรื่อย ๆ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มโชยแตะจมูกจนอลิสาต้องผะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
"มืออาชีพเขาไม่เอาอารมณ์มาปะปนกับงานหรอกค่ะ คุณนักเขียน" รณกรเน้นเสียงทีละคำอย่างจงใจยั่วโมโห "หรือว่าที่หงุดหงิดใส่ผมอยู่เนี่ย... เป็นเพราะผมจับจุดอ่อนในบทของคุณได้กันแน่?"
"ฉันไม่ได้หงุดหงิดเรื่องงาน! แต่ฉันรำคาญอีโก้ล้นฟ้าของคุณต่างหาก!" อลิสาตอกกลับเสียงดัง ไม่ยอมหลบสายตาที่พยายามกดดันเธอเลยสักนิด หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวเร็วจนน่าโมโห ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนเธอเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง
รณกรชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายความดื้อรั้นในดวงตากลมโตคู่นั้น แววตาของหญิงสาวไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลย มีแต่ความท้าทายที่พร้อมจะพุ่งชนเขาได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มกวาดสายตามองใบเนียนใสที่รั้นขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่กระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกเป็นแบ็คग्राउंड
ให้ตายเถอะ... ยัยนี่ช่างดื้อด้านเสียจริง
รณกรนึกด่าตัวเองในใจ สำนึกส่วนลึกบอกเขาว่าเขากำลังล้ำเส้นความเป็นมืออาชีพด้วยการหาเรื่องเถียงเธอในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพียงเพราะเขา... แค่อยากเรียกร้องความสนใจจากคนตรงหน้าให้มองเขาในมุมอื่นบ้าง นอกเหนือจากไอ้ช่างภาพเฮงซวยที่เธอคอยแขวะทุกเช้าเย็น
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไหล่กว้างที่เคยเกร็งขึงผ่อนคลายลง มือหนายกขึ้นเสยผมลวก ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างหน้าไทม์ไลน์ตัดต่อไว้
"โอเค... ยอมแพ้" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ แต่แฝงความยอมจำนนกลาย ๆ "อยากขยี้ปมตรงไหน จัดมาเลยครับ ท่านนักเขียนมือทอง ผมจะยอมเป็นเบ๊ให้คุณสั่งซ้ายหันขวาหันสิบชั่วโมงรวดเลยเอ้า"
อลิសากะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความคาดไม่ถึง เธออุตส่าห์เตรียมคำพูดเผด็จศึกไว้อีกเป็นกระบุง แต่ไอ้ท่าทีon-off ที่เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าย่ามใจของเขากลับทำให้เธอไปต่อไม่ถูก หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งตามเดิม พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะยังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ
"พูดจริงนะคะ? ห้ามบ่น ห้ามชักสีหน้าใส่ฉันอีกเด็ดขาด"
"ครับ ไม่บ่นแล้วครับ... แม่คุณ" รณกรตอบรับเสียงเอือมระอา แต่ริมฝีปากหยักกลับแอบยกยิ้มขึ้นนิด ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอแสดงมุมที่อ่อนโยนออกมาให้เธอเห็น
บรรยากาศความตึงเครียดเมื่อคร่ามลายหายไป เหลือเพียงความเงียบสงบและการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง อลิสาเริ่มชี้จุดที่เธอต้องการปรับแก้ในสคริปต์ รณกรพยักหน้ารับฟังและเสนอแนะมุมภาพที่สอดรับกันอย่างลงตัว เคมีที่เคยขัดแย้งกันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าขาอย่างน่าประหลาด มือเรียวของทั้งคู่บางครั้งบังเอิญแตะโดนกันบนโต๊ะทำงานโดยไม่ได้ตั้งใจ และทุกครั้งที่ผิวเนื้อสัมผัสกัน รณกรจะชะงักไปชั่ววินาที ขณะที่อลิสาต้องแกล้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาตรวจงานเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง งานชิ้นสำคัญก็เสร็จสิ้นลุล่วง อลิสาบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้า รณกรหันมามองผลงานบนหน้าจอก่อนจะพยักหน้าพึงพอใจ
"ก็... ไม่เลวเลยนี่ครับ สำหรับเด็กดื้ออย่างคุณ"
"ปากเสียรอบที่ล้านค่ะพี่กร" อลิสาค้อนให้วงใหญ่แต่ไม่จริงจังนัก รณกรหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและมีเสน่ห์จนอลิสาต้องแอบลอบมองเสี้ยวหน้าคมสันนั้นอย่างเผลอไผล
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและมีความหวานละมุนเจือจางอยู่ในอากาศนั้นเอง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่ร่างเพรียวระหงของนางแบบสาวชื่อดังประจำโปรเจกต์จะก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ายวนใจ และคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของอลิสาแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"พี่กรคะ... แนนเอากาแฟมาฝาก... อุ๊ย! แนนไม่ได้ขัดจังหวะอะไรใช่ไหมคะเนี่ย?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและฟินไปกับความซึนของพี่กรในตอนนี้ด้วยนะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 5
กับดักของคำว่ามืออาชีพ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!