เสียงตหลินโลหะกระทบกันดังเคร้งคร่าง ตามด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องครัวแคบๆ ของเซฟเฮาส์ริมเล
"บอกแล้วไงว่าหั่นแบบนั้นมันหนาเกินไป เดี๋ยวเวลาเคี่ยวกับซอสมันก็ไม่เข้าเนื้อหรอก คุณเป็นนักเขียนบทหรือเป็นเครื่องบดกระดูกกันแน่ อลิสา"
รณกรยืนกอดอกพิงขอบประตู ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่มองผลงานการหั่นแครอทบนเขียงด้วยสายตาจับผิด ท่าทางของช่างภาพหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบในทุกตารางนิ้วช่างน่าหมั่นไส้เสียจนอลิสาแทบอยากจะปามีดทำครัวใส่หน้าหล่อๆ ของเขาให้รู้แล้วรู้รอด
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด เธอวางมีดลงบนเขียงดังปึก หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงตัว ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
"นี่คุณกรคะ! นี่มันครัวของฉัน—เอ๊ย พื้นที่ทำอาหารที่เราตกลงว่าจะแบ่งกันรับผิดชอบต่างหาก ฉันจะหั่นแครอทบางหรือหนาเตอะ มันก็ลงไปอยู่ในท้องฉันกับคุณเหมือนกันนั่นแหละ หรือว่าคุณกลัวว่าถ้าฉันหั่นหนาไป เคี้ยวไม่ไหวเหรอคะ ฟันกรามไม่ค่อยดีหรือไงถึงได้เรื่องมากนัก"
รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองคนตัวเล็กที่ยืนเท้าเอวรอหาเรื่อง ใบหน้าหวานที่มักจะเชิดใส่เขาเสมอเวลานี้มีคราบแป้งติดอยู่ข้างแก้มเล็กน้อย มันทำให้ภาพลักษณ์นักเขียนสาวฝีปากกล้าดู, อืม... ลดความน่ากลัวลงไปครึ่งหนึ่งและเพิ่มความน่าหมั่นไส้เป็นสองเท่า
"ผมแค่ไม่อยากให้มื้อค่ำมื้อแรกในเซฟเฮาส์พังไม่เป็นท่าเพราะฝีมือคุณก็เท่านั้น" รณกรก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนอลิสาต้องถอยหลังกรูดจนสะโพชนุ่มชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว "อีกอย่าง... คนที่เสนอตัวจะเป็นคนทำอาหารมื้อนี้เองตั้งแต่แรก คือคุณไม่ใช่หรือไงครับ"
"ก็เพราะฉันมีน้ำใจอยากจะเลี้ยงต้อนรับช่างภาพปากร้ายอย่างคุณต่างหากล่ะคะ ใครจะไปรู้ว่าคุณจะเรื่องเยอะยิ่งกว่าผู้ตรวจต้นฉบับสำนักพิมพ์เสียอีก ถอยไปเลยนะ ยืนเบียดอยู่ได้ ครัวแค่นี้หายใจไม่ออกค่ะ"
อลิสาใช้มือผลักอกแกร่งของรณกรเบาๆ แต่มีหรือที่คนตัวโตจะขยับ เขากลับใช้มือข้างหนึ่งยันขอบเคาน์เตอร์กักตัวเธอไว้ตรงกลาง ราวกับจงใจสร้างอาณาเขตให้เธอหนีไปไหนไม่ได้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่ผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของชายหนุ่มลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องครัวที่ควรจะร้อนระอุด้วยเตาไฟ กลายเป็นร้อนรุ่มด้วยอุณหภูมิความใกล้ชิดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
หัวใจดวงน้อยของอลิสากระหน่ำเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เธอนึกอยากจะต่อปากต่อคำต่อ แต่สายตาคู่คมที่มองตรงมากลับหยุดคำพูดทุกอย่างไว้ที่ริมฝีปาก
"ปากดีจังนะ..." รณกรพึมพำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคู่คมเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด "เวลาพูดเรื่องงานก็เถียงฉอดๆ เวลาอยู่ใกล้แค่นี้ทำไมเสียงถึงเบาลงล่ะครับ"
"ใครเสียงเบากันคะ! ถอยไปนะคุณกร ฉันจะทำซุปต่อแล้ว" อลิสาเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่ลามเลียพวงแก้ม เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปัดป่าวอยู่ข้างขมับ
รณกรยอมถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งอย่างนึกสนุก เมื่อเห็นใบหน้านวลขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มหยิบชิ้นแครอทที่เธอหั่นเมื่อครู่ขึ้นมาพิจารณาเล่น ก่อนจะเอ่ยกลั้วหัวเราะ
"จริงๆ แล้ว... ที่คุณยอมลงทุนเข้าครัวทำอาหารให้ผมกินวันนี้ ไม่ใช่เพราะอยากไถ่โทษเรื่องที่เถียงผมเมื่อตอนบ่ายหรอ?"
อลิสาหันขวับมาค้อนควับ "หลงตัวเองชะมัด! ฉันจะไปสำนึกผิดอะไรกับคุณ ทะเลาะกันเรื่องมุมกล้องกับเรื่องบทสารคดีมันเป็นเรื่องปกติของการทำงานต่างหาก คุณต่างหากล่ะที่เก็บเอาไปคิดมากเอง"
"ผมเนี่ยนะคิดมาก" รณกรเลิกคิ้วสูง วางชิ้นแครอทลง "ผมแค่แปลกใจ... คนอย่างอลิสา นักเขียนบทมือรางวัลที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำไมถึงยอมบินมาติดเกาะกับผมเพื่อทำสารคดีชิ้นนี้ ทั้งที่ประวัติผมขึ้นชื่อเรื่องความเรื่องมากและทำงานด้วยยากที่สุดคนหนึ่ง"
บรรยากาศในห้องครัวพลันเงียบลงชั่วขณะ คำถามนั้นไม่มีแววหยอกล้อเหมือนก่อนหน้า ดวงตาสีเข้มของรณกรสะท้อนความจริงจังบางอย่างออกมา จนอลิสาต้องเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น
ความลับที่เธอไม่เคยบอกใคร เหตุผลจริงๆ ที่เธอยอมทิ้งกองต้นฉบับมาตากลมทะเลเค็มๆ ที่นี่...
อลิสาแค่นยิ้มบางๆ กลบเกลื่อนความไหววูบในแววตา เธอยกมือขึ้นกอดอกมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันตามนิสัย
"อยากรู้จริงเหรอคะว่าทำไม..." เธอเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาประสานกับเขาตรงๆ "ก็เพราะฉันอยากรู้ว่า... ช่างภาพสารคดีระดับตำนานที่หนีความวุ่นวายมาหลบเลียแผลใจในเซฟเฮาส์ปลายฟ้าคนนี้ แท้จริงแล้วกำลังหนีอะไรอยู่กันแน่ คุณกร... หรือว่าความจริงแล้ว คนที่เปราะบางที่สุดในที่นี้ ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคุณกันแน่คะ"
สิ้นคำพูดนั้น รันกรก็ชะงักไป ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาในพริบตาเดียว ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบโต้ที่แสบสันต์กลับไป
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าบ้านพักดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดในครัวเสียก่อน รณกรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ส่วนอลิสาหันไปมองทางต้นเสียงด้วยความแปลกใจ
ในยามวิกาลและท่ามกลางเกาะที่แทบจะไร้ผู้คนแบบนี้ ใครกันที่มาเคาะประตูบ้าน?
รณกรเดินก้าวออกไปจากห้องครัวด้วยสีหน้าเรียบตึง อลิสารีบสาวเท้าตามหลังไปติดๆ ด้วยความระแวง ชายหนุ่มเอื้อมมือไปปลดล็อกกลอนประตูและกระชากเปิดออกกว้าง เพื่อเตรียมจะไล่แขกไม่ได้รับเชิญให้กลับไป
ทว่า... ร่างที่ยืนอยู่หน้าประตูกลับทำให้รณกรถึงกับหน้าถอดสี ส่วนอลิสาที่ชะโงกหน้ามองข้ามไหล่เขาออกไปถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ร่างชุ่มโชกไปด้วยหยาดฝนของหญิงสาวในชุดเดรสยาวเปียกปอน หอบหายใจสะท้าน เธอยกใบหน้าซีดเซียวขึ้นมองรณกรด้วยสายตาอ้อนวอนระคนหวาดกลัว ก่อนจะเอמהชื่อที่ทำเอาอลิสาต้องสะท้านเฮือก
"พี่กรคะ... ช่วยหนูด้วย..."
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและอินไปกับมื้อค่ำสุดปั่นป่วนของทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 6
มื้อค่ำที่ไร้ความสงบ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!