“คุณหมายความว่ายังไงที่บอกว่าไฟล์งานสามสัปดาห์สุดท้าย… มันหายไปจากคลาวด์หมดแล้ว?”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของรณกรในวินาทีนั้น ไม่ได้ราบเรียบเหมือนยามปกติ หากแต่มันเต็มไปด้วยคลื่นความกดอากาศต่ำที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวยาวในห้องสตูดิโอของเซฟเฮาส์ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อฮู้ดสีเข้มก้าวเข้ามาประชิดตัวอลิสาอย่างรวดเร็ว จนหญิงสาวที่กำลังนั่งกอดแท็บเล็ตแน่นต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ
อลิสากลืนก้อนความกลัวลงคออย่างยากลำบาก เธอมองหน้าช่างภาพสายวีนที่ตอนนี้ดวงตาสีเข้มฉายแววเกรี้ยวกราดราวกับสัตว์ป่าถูกแย่งอาณาเขต ปากเรียวบางเม้มเข้าหากันแน่น แม้ในใจจะเริ่มตระหนักถึงความหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่ดีDignity ในฐานะนักเขียนบทมืออาชีพก็ยังค้ำคออยู่
“ฉัน… ฉันก็ไม่รู้ค่ะ” อลิสาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้เสียงจะสั่นไหวไปนิดตามแรงอารมณ์ของอีกฝ่าย “เมื่อคืนฉันเพิ่งอัปโหลดข้อมูลสัมภาษณ์ชุดสุดท้ายกับบันทึกภาคสนามลงโฟลเดอร์กลาง แต่พอตื่นมาเช้านี้ระบบมันแจ้งเตือนว่า Error แล้วไฟล์ก็… หายเกลี้ยง”
“ไม่รู้? คำนี้มันง่ายไปไหมคุณอลิสา!” รณกรตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนหน้าจอคอมพิวเตอร์สั่นไหว เขาหัวเราะในลำคอด้วยความโมโหจัด แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและดูแคลน “คุณรู้ไหมว่างานชิ้นนั้นมันหมายถึงอะไร มันคือหยาดเหงื่อสามสัปดาห์เต็ม เป็นเบื้องหลังสารคดีที่ทุนสร้างมหาศาล และที่สำคัญ… มันคือความไว้ใจที่ฉันอุตส่าห์ยอมให้คุณเข้ามาเหยียบถึงในพื้นที่ส่วนตัวนี้!”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางใจอลิสาอย่างจัง ความรู้สึกผิดที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความโกรธทันที เธอลุกพรวดขึ้นยืนจนเก้าอี้กระแทกพื้นดังโคร้ง ดวงตากลมโตจ้องมองเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว
“แล้วคุณคิดว่าฉันอยากให้มันหายหรือไงคะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจทำมันพังเสียหน่อย ระบบมันอาจจะมีปัญหาทางเทคนิค หรือไม่ก็…”
“หยุดแก้ตัวสักทีเถอะ!” รณกรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาตึง
เครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “คนอย่างคุณก็ดีแต่พูดสวยหรู ตรรกะแน่น แต่เรื่องงานละเอียดอ่อนแค่นี้กลับสะเพร่าอย่างไร้ความรับผิดชอบ คุณมันก็แค่นักเขียนห้องแอร์ที่ไม่เคยเข้าใจความลำบากของการออกไปเผชิญโลกความเป็นจริงเลยสักนิด!”
ประโยคสุดท้ายกรีดแทงลึกเสียยิ่งกว่ามีดโกน อลิสารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่คอ ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างดะดาน แต่เธอกัดฟันกรอด กลั้นน้ำตาแห่งความคับแค้นใจไว้ไม่ให้ไหลออกมาประจานความอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้
“ใช่ค่ะ! ฉันมันก็แค่นักเขียนห้องแอร์ที่คุณเกลียดนักเกลียดหนา” อลิสาแค่นยิ้มหยัน ทั้งที่มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ “ในเมื่อผลงานมันพังคามือฉัน และคุณก็ตัดสินฉันไปแล้วว่าไร้ความรับผิดชอบ งั้นเราก็คงไม่ต้องคุยอะไรกันอีก!”
“ดี งั้นก็ไม่ต้องคุย!” รณกรชี้มือไปที่ประตูห้องสตูดิโอด้วยความโมโหขีดสุด อกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หอบกระชั้น “เก็บกระเป๋าแล้วไสหัวออกไปจากเซฟเฮาส์ของผมซะ! ผมไม่อยากเห็นหน้าคนสะเพร่าอย่างคุณอีกแม้แต่วินาทีเดียว!”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานทันทีหลังสิ้นเสียงประกาศิตนั้น อลิสาตัวชาวา เธออ้าปากค้างราวกับไม่เชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นความจริง เขาไล่เธอ… ไล่ออกไปจริงๆ ทั้งที่เธอยังไม่ได้แก้ตัวให้จบด้วยซ้ำ
ความทิฐิและศักดิ์ศรีพุ่งพล่านขึ้นมาบังตา อลิสาเชิดหน้าขึ้นอีกครั้ง ฝืนส่งยิ้มหยันให้คนที่ยืนหายใจฮึดฮัดอยู่ตรงหน้า
“ได้ค่ะ! ไม่ต้องไล่ ฉันก็ไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนใจแคบอย่างคุณเหมือนกัน!”
พูดจบลับหลัง เธอก็หันหลังคว้ากระเป๋าเป้ใบเก่ง เดินจ้ำอ้าวออกจากห้องสตูดิโอทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองรณกรอีก ปล่อยให้ช่างภาพหนุ่มยืนนิ่งค้างอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังทางอารมณ์ที่เขาเป็นคนจุดไฟเผาขึ้นมาเอง
รณกรยืนมองประตูห้องที่ปิดสนิทลงด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พ่นลมหายใจออกทางปากอย่างหัวเสีย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของอลิสา สายตาคมกวาดมองไปทั่วโต๊ะรกๆ จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับกระดาษบันทึกสีเหลืองที่แปะอยู่ใต้แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์
ลายมือหวัดๆ ของอลิสาเขียนเตือนตัวเองไว้ว่า: *‘สำรองข้อมูลชุดที่สองไว้ที่ฮาร์ดไดรฟ์สำรองในลิ้นชักลับ’*
รณกรขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวดึงลิ้นชักชั้นล่างสุดออกทันที ปรากฏฮาร์ดไดรฟ์พกพาสีดำสนิทนอนนิ่งอยู่ข้างใน พร้อมกับกระดาษโน้ตอีกแผ่นที่เขียนทิ้งไว้ด้วยลายมือเดิม: *‘เผื่อระบบล่ม ฉันเตรียมสำรองไว้ให้แล้วนะนายช่างภาพจอมวีน’*
หัวใจของรณกรกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอกจนหายใจไม่ออก ข้อมูลไม่ได้หาย… มันยังอยู่ครบถ้วน แต่อารมณ์ชั่ววูบและความปากร้ายของเขาต่างหากที่ไล่เธออกไปอย่างไร้เหตุผล
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนพรวด ตั้งใจจะวิ่งตามหญิงสาวออกไปเพื่อรั้งตัวเธอกลับมาก่อนที่เธอจะก้าวพ้นรั้วบ้าน แต่ทว่า…
*แกร็ก!*
เสียงเปิดประตูหน้าบ้านดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวอีกคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบโต รณกรชะביטฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาเยือนใหม่
ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง เมื่อหญิงสาวคนนั้นส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
“เซอร์ไพรส์ค่ะรณกร… จำคู่หมั้นคนนี้ไม่ได้แล้วเหรอคะ?”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและอินไปกับมื้อค่ำสุดปั่นป่วนของทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 7
รอยร้าวในแผนการทำงาน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!