เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 8

ระยะห่างที่ไม่มีอยู่จริง

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ถ้าคุณยังเดินมาขวางมุมกล้องของฉันอีกก้าวเดียว ฉันจะเอาขาตั้งกล้องฟาดหัวคุณจริงๆ ด้วยรณกร" เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดดังแทรกเสียงชัตเตอร์รัวเป็นชุด อลิสาในชุดเสื้อเชิ้ตลินินพับแขนและกางเกงยลลุยงานภาคสนาม กำลังยืนกอดอกจ้องเขม็งไปยังร่างสูงที่ยืนถือกล้องเทเลโฟโต้ตัวยักษ์อยู่บนโขดหินเบื้องล่าง แสงแดดจัดจ้าของภาคใต้ไม่ได้ทำให้ความคมคายของใบหน้าครึ้มหนวดของรณกรลดลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับขับให้สันกรามคมชัดและแววตาดื้อรั้นคู่นั้นดูโดดเด่นจนน่าหมั่นไส้ นี่คืออุบัติเหตุทางโลจิสติกส์ที่ไม่มีใครคาดคิดค่ะ หลังจากมื้อค่ำสุดปั่นป่วนที่ทิ้งร่องรอยความรู้สึกประหลาดไว้ในใจ ทั้งคู่ต่างแยกย้ายไปทำงานในส่วนของตัวเอง อลิสาได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่สัมภาษณ์กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านเพื่อเก็บข้อมูลบทสารคดีเชิงลึก ส่วนรณกรก็ถูกส่งมาเก็บภาพมุมสูงของวิถีชีวิตริมฝั่งทะเลในเวลาเดียวกัน... แต่ใครจะไปนصحว่า ชายหาดเวิ้งกว้างแห่งนี้จะเหลือจุดถ่ายทำที่เพอร์เฟกต์ที่สุดแค่จุดเดียว และมันก็แคบเกินกว่าจะแบ่งอีโก้ของคนสองคนให้อยู่ร่วมกันได้ "ผมไม่ได้ขวาง ผมกำลังเก็บบันทึกประวัติศาสตร์" รณกรลดกล้องลงช้าๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มกวนประสาทที่ทำให้อลิสาอยากจะหยิบเปลือกหอยแถวนั้นปาใส่หน้าเขาสักที "แล้วอีกอย่าง... ทางเดินนี้มันสาธารณะ คุณไม่มีสิทธิ์มาผูกขาดหาดทรายหาดนี้ไว้คนเดียวนะครับ... อ๊ะ ขอโทษที ติดปากไปหน่อย... 'นะคะ' คุณนักเขียนบทคนเก่ง" ประโยคหลังเขายอดเติมคำลงท้ายเลียนแบบเสียงของเธอด้วยความจงใจ รณกรยักคิ้วหลิ่วตาใส่ด้วยความกวนบาทา ซึ่งถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ อลิสาคงพ่นคำด่าเป็นชุดใส่เขาไปแล้ว แต่ทว่า... ปลายจมูกของเธอกลับได้กลิ่นไอแดดผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ลอยมาตามลมทะเล ทุกครั้งที่เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเธอกับเขามักจะหดสั้นลงอย่างไร้เหตุผลเสมอ "คุณนี่มัน... น่ารำคาญเป็นบ้าเลยรณกร" อลิสาถอนหายใจพรืด สะบัดหน้าหนีไปทางทะเลกว้างเพื่อซ่อนรอย0ยิ้มที่เผลอหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ เธอยกมือขึ้นทัดผมที่ถูกลมทะเลตีจนยุ่งเหยิง "ไหนทีมงานบอกว่าคุณต้องไปถ่ายฝั่งอ่าวปะการังไง ทำไมถึงโผล่มาตรงนี้ได้" "ก็เพราะ..." รณกรเว้นจังหวะ เขาก้าวเท้าเงียบเชียบเข้ามาประชิดด้านหลังโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ลลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดต้นคอผ่านปอยผม จนอลิสาต้องสะดุ้งสุดตัวและรีบหันขวับกลับมาเผชิญหน้า "เห็นคุณบ่นอุบอิบตั้งแต่เมื่อคืนว่าอยากได้มุมภาพวิถีชีวิตชาวประมงแบบเรียลไทม์ไม่มีสคริปต์ ผมก็เลย... เปลี่ยนแผนมาช่วยคุณคุมโทนภาพไง กลัวว่าถ้าปล่อยให้คุณทำคนเดียว ภาพสารคดีเรื่องนี้จะออกมาหน้าบูดเหมือนหน้าคุณตอนนี้" "นี่ฉันหน้าบูดเหรอ!" อลิสาตาสว่างวาบ นิ้วเรียวชี้หน้าคนตัวสูงที่ก้มลงมามองเธอด้วยสายตาพราวระยับ "ฉันกำลังตั้งใจทำงานต่างหากเล่า! ถอยไปเลยนะ รณกร คุณกำลังรบกวนสมาธิฉัน" "สมาธิหรืออย่างอื่นกันแน่ที่กระเจิง?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือความจริงจังวูบหนึ่งจนอลิสาเผลอกลั้นหายใจ แววตาคมกริบของช่างภาพหนุ่มไม่ได้กวนประสาทเหมือนเมื่อครู่ แต่มันกำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาบางสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดถกเถียงทั้งหมด บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืน เสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งกลายเป็นเพียงฉากหลังเบาบาง เมื่อโลกทั้งใบของคนทั้งคู่เหลือเพียงระยะห่างแค่คืบ... ระยะห่างที่ไม่มีอยู่จริงเมื่อหัวใจมันเต้นใกล้กันจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน อลิสาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลไม่ทันเมื่อมือใหญ่ของรณกรเอื้อมเข้ามาปัดปอยผมที่ปลิวมาปิดหน้าให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดที่แตะผ่านผิวแก้มทำเอาหัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวยิ่งกว่ากลองชุด เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ ไม่กล้าขยับตัวหนี และไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ "รณกร... คนอื่นมองอยู่..." เธอพزసเสียงแผ่วเบาอย่างคนหมดฟอร์ม "ปล่อยให้มองไปสิครับ..." เขายิ้มละมุน รอยยิ้มที่ทำให้ผู้ชายปากร้ายคนนี้ดูอันตรายต่อหัวใจเธอที่สุด "ในเมื่อเราต่างก็รู้ว่า... เราหนีกันไม่พ้นหรอก อลิสา" ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งจนคนอ่านต้องจิกหมอนขาดกระวิ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอดังแทรกขึ้นมาจากแนวต้นสนด้านหลัง "คุณอลิสาครับ! ผู้จัดกองถ่ายโทรมาแจ้งด่วนเลยครับ บอกว่าบอสใหญ่ของสถานีโผล่มาตรวจกองแบบไม่บอกล่วงหน้าตอนนี้แล้วครับ!" รณกรชะงัก อลิสาสดุ้งสุดตัวและรีบผละออกจากอ้อมแขนของช่างภาพหนุ่มทันที เธอหันไปมองทีมงานที่วิ่งหน้าตาตื่นมาด้วยความตกใจ ขณะที่รณกรสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความขัดใจที่จังหวะเวลาช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย อลิสาหันกลับมามองหน้าเขา กำลังจะเอ่ยปากแซะแก้เก้อ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงรถตู้สีดำคันหรูที่วิ่งฝ่าเข้ามาจอดสนิทริมชายหาดก็ดึงความสนใจของทุกคนไปเสียก่อน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการก้าวลงมาของร่างสูงสง่าในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ ใบหน้านั้นเรียบเฉยแต่แฝงแววตาดุดันที่ทำให้อลิสาถึงกับหน้าซีดเผือก ทว่า... ไม่ใช่แค่บอสใหญ่ของสถานีที่ก้าวลงมาจากรถคันนั้น เพราะคนที่เดินตามลงมาติดๆ และกำลังกวาดสายตานิ่งสนิทมาทางเธอกับรณกร คือ "คุณกรณ์" อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่หายตัวไปจากชีวิตเธอร่วมปี... และเขากำลังส่งยิ้มเย็นเยียบมาให้เธอ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับโมเมนต์ใจสั่นของทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%