รอยยิ้มเย็นเยียบของ ‘คุณกรณ์’ อดีตคู่หมั้นหนุ่มที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานร่วมปี เปรียบเสมือนใบมีดน้ำแข็งที่กรีดผ่านบรรยากาศร้อนชื้นกลางป่าดิบชื้นแห่งนี้จนอุณหภูมิดิ่งฮวบลงอย่างฉับพลัน อลิสาชะงักค้าง กลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นลงคออย่างยากลำบาก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องให้ถอยหลัง แต่ทว่า... เท้าเจ้ากรรมดันก้าวพลาดลงบนรากไม้เปียกชื้นที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ใบไม้หนาเตอะ
ร่างบางเซถลาล้มลงอย่างไร้การทรงตัว ความเจ็บแปลบแล่นปราดขึ้นมาจากข้อเท้าขวาจนน้ำตาซึม แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความเจ็บปวดทางกาย คือสายตาคมปลาบของรณกรที่ไวกว่าความคิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของเธอไว้ได้ทันก่อนที่ศีรษะจะกระแทกโขดหินข้างทางอย่างจัง
"ซุ่มซ่ามจริงนะคุณ!"
เสียงทุ้มต่ำดุดันดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแรงดึงรั้งที่กระชากเธอลุกขึ้นมายืนทรงตัว แต่เพราะข้อเท้าที่พลิกทำให้อลิสาเซทรุดลงไปอีกรอบ รณกรจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากรวบเอวเธอเข้าหาแนบชิดอกแกร่ง กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้—กลิ่นฝนจางๆ ผสมกับกลิ่นฟิล์มและคราบเหงื่อจากการทำงาน—โชยเข้าปะทะจมูกท่ามกลางสถานการณ์ที่หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ
"ปล่อยค่ะ ฉันยืนเองได้" อลิสาพยายามดันแผงอกกว้างออกไป แม้ใบหน้าจะซีดเผือดเพราะความเจ็บและเพราะบุคคลที่กำลังเดินตรงดิ่งเข้ามา
"อย่าดื้อน่า ยืนยังไม่ไหวทำเป็นเก่ง" รณกรเอ็ดเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบไม่ได้มองแค่อลิสา แต่กำลังกวาดมองเลยไปที่ร่างสูงโปรดของอดีตคู่หมั้นเธอที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ รังสีความอึดอัดแผ่พุ่งจนช่างภาพหนุ่มรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพาล
"อลิสา... ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคุณในสภาพนี้" น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งของผู้มาใหม่ดังขึ้นหยุดยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
กรณ์ปรายตามองรณกรที่ยังคงใช้มือข้างหนึ่งประคองเอวอลิสาไว้แน่นราวกับแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะแย้มยิ้มสุภาพแต่แววตากลับว่างเปล่า "แล้วนี่... ช่างภาพส่วนตัวคนใหม่เหรอครับ ดูท่าทางสนิทสนมกันดีนี่นา"
อลิสากัดริมฝีปากแน่น กำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยประโยคเจ็บแสบตามสไตล์ แต่รณกรกลับเร็วกว่า ชายหนุ่มขยับตัวก้าวขึ้นมาบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับเกราะกำบังที่พร้อมปกป้อง แต่น้ำเสียงที่หลุดออกมากลับเรียบนิ่ง กวนประสาท และยียวนจนน่าหมั่นไส้
"ช่างภาพจำเป็นครับ พอดีงานสารคดีผมต้องใช้คนเขียนบทที่ ‘มืออาชีพ’ ไม่ใช่พวกที่ดีแต่พูดแล้วก็หายหัวไปเฉยๆ แบบใครบางคน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประกายไฟประทุขึ้นกลางอากาศ กรณ์หุบยิ้มลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตารณกร ความตึงเครียดแผ่ขยายวงกว้างจนทีมงานกองถ่ายที่เดินตามหลังมาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
อลิสาแอบสูดหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความเจ็บที่ข้อเท้า มือเรียวเอื้อมไปหยิกเข้าที่ท่อนแขนแข็งแรงของรณกรเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้หาเรื่องใส่ตัว ทว่าช่างภาพหนุ่มกลับทำเพียงแค่เหลือบตาลงมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะกระชับมือที่โอบเอวเธอให้แน่นขึ้นอีกนิดโดยไม่ยอมปล่อย
"เจ็บมากไหม" รณกรเอ่ยถามด้วยเสียงที่เบาลงอย่างกะทันหัน ความอ่อนโยนที่หลุดลอดออกมาผ่านแววตาคู่นั้นทำให้อลิสาชะงัก หัวใจที่เต้นรำเพราะความโกรธเมื่อครู่ กลับเต้นผิดจังหวะด้วยเหตุผลอื่นแทน
"นิดหน่อยค่ะ... ปล่อยได้แล้ว คนมองใหญ่แล้วนะ" เธอกระซิบตอบ ใบงอนิดๆ แต่แก้มกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
"มองก็เรื่องของเขา ขาคุณพลิกขนาดนี้ เดินต่อเองมีหวังได้นอนเป็นภาระคนอื่นในป่าแน่" รณกรบ่นอุบ แต่กระนั้น เขากลับย่อตัวลงครึ่งหนึ่งหันหลังให้เธอ "ขึ้นมาสิ จะขี่คอหรือจะให้แบกเลือกเอา"
"นี่! ฉันเดินเองได้น่า..."
"ถ้าไม่อยากให้ไอ้หน้าหล่อเมื่อกี้มันเดินมาลากคุณกลับกรุงเทพฯ ก็ขึ้นมาซะอลิสา!" รณกรตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจังแกมบังคับ สรรพนามที่ใช้เรียกชื่อจริงทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น
อลิสาเม้มปากแน่น เหลือบไปมองกรณ์ที่ยืนกอดอกมองสถานการณ์ด้วยสายตาคาดเดาไม่ได้ เธอไม่มีทางเลือกอื่น ศักดิ์ศรีค้ำคออยู่ก็จริง แต่การตกเป็นเบี้ยล่างให้อดีตคู่หมั้นสมเพชนั้นเลวร้ายยิ่งกว่า ร่างบางจึงตัดสินใจโน้มตัวลงซบแผ่นหลังกว้างของช่างภาพหนุ่ม ปล่อยให้รณกรพยุงเธอขึ้นขี่หลังอย่างทุลักทุเล
"เกาะแน่นๆ ล่ะ ตกมาผมไม่รับผิดชอบนะ" รณกรเอ่ยปากแซวเสียงเบา ขณะใช้มือสองข้างช้อนสะโพกเธอไว้มั่นเพื่อพยุงน้ำหนัก
"ปากเสีย..." อลิสาพึมพำชิดต้นคอหนา ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินผ่านผิวเนื้อทำให้รณกรชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเลื้อ
ท่ามกลางสายตาของทุกคนในกองถ่าย รวมถึงสายตาคมกริบของกรณ์ที่มองตามหลังทั้งคู่ไป รณกรแบกหญิงสาวเดินลึกเข้าไปในเขตป่าลึกทีละก้าว โดยมีเสียงบ่นกระปอดกระแปดของอลิสาดังคลอเคลียไปตลอดทาง... เป็นความวุ่นวายที่หัวใจกลับเต้นแรงแปลกประหลาดอย่างห้ามไม่อยู่
ทว่า... ในจังหวะที่รณกรกำลังจะก้าวพ้นแนวพุ่มไม้ทึบเพื่อไปยังจุดพักแรม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับประโยคทักทายที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดชะงักกึกทันที
"ดูท่าทางคุณรณกรจะดูแล ‘คนของผม’ ดีเกินหน้าที่ช่างภาพไปหน่อยนะครับ... ระวังตัวหน่อยเถอะ ของบางอย่าง ยิ่งหวงมาก ยิ่งมีสิทธิ์หลุดมือไวกว่าที่คิดนะครับ"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพี่กรและน้องสาในตอนนี้ด้วยนะคะ
"ตุ๊กตาโบราณ"
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 9
คนปากร้ายกับความห่วงใยที่ซ่อนไว้
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!