เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 10

ภายใต้หน้ากากคนเก่ง

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ถ้าแก้บทตรงนี้ไม่ได้ ชีวิตคุณกับฉันคงได้จบลงที่กองขยะรีไซเคิลสักแห่งในกรุงเทพฯ นี่แหละค่ะคุณรณกร!" เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้สนตัวยาวดังสนั่น ท่ามกลางแสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากห้องตัดต่อชั้นสามของสตูดิโอ อลิสากำลังยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ร่างเพรียวภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวโอเวอร์ไซส์สั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความเหนื่อยสะสมสามคืนติดต่อกันที่ไม่ได้นอน ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะเต็มไปด้วยความเฉียบคมและประกายแห่งความท้าทาย ตอนนี้กลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เธอพยายามกะพริบไล่มันกลับเข้าไปอย่างสุดความสามารถ รณกรที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำตัวโปรด ชะوัดสายตาคมกริบจากหน้าจอแล็ปท็อปขึ้นมามอง เขากำลังถือแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดอยู่ในมือ นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ กับขอบแก้วอย่างใช้ความคิด บรรยากาศรอบตัวช่างเย็นชาและกดดันสมฉายา 'ช่างภาพมือเพชฌฆาต' ที่คนในกองถ่ายลือกัน "คุณจะร้องไห้ทำไมล่ะอลิสา งานมันยังแก้ได้ ไม่เห็นต้องใช้น้ำตามาเป็นอาวุธต่อรองเลยนี่ครับ... เอ๊ย ไม่ใช่สิ ฉันหมายถึง น้ำตามันไม่ได้ช่วยให้บรีฟงานผ่านหรอกนะ" รณกรเผลอหลุดปากใช้สรรพนามที่ต่างไปจากเดิมเล็กน้อยเมื่อเห็นไหล่บางนั้นไหวสะท้อนยามที่เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ "ใครร้องไห้กันคะ! ฝุ่นในห้องนี้ต่างหากที่มันเข้าตา!" อลิสาตอกกลับเสียงสั่น รisงกะพริบตาถี่รัวเพื่อสลัดหยาดน้ำตาที่รั้นจะไหลออกมาประจานความอ่อนแอของตัวเองให้คนที่เกลียดที่สุดเห็น เธอเกลียดตัวเองชะมัดที่ดันมาพังทลายต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้ รณกรถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางแก้วกาแฟลงเสียงดังจนของเหลวข้างในกระฉอก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวนั้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกอลิสา จนเธอต้องผถอยหลังกรูดไปจนสะโพกชนเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านหลัง "หยุดเถอะน่า..." น้ำเสียงของรณกรเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าไหล่บาง แต่แล้วก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศราวกับเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังทำเกินขอบเขต "คุณดื้อรั้นมาตลอดสามสัปดาห์นี้ ทำไมเพิ่งมาน็อตหลุดเอาตอนนี้ล่ะ หื้ม?" ประโยคคำถามที่เจือความห่วงใยแบบไม่เนียนนั้น ทำให้อลิสาที่พยายามกลั้นเขื่อนน้ำตามานานแทบแตกสลาย หยาดน้ำใสที่พยายามอดกลั้นไหลรินอาบแก้มนวลจนได้ เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาวเพื่อสะกดกลั้นเสียงสะอื้น แต่มันสายเกินไปแล้ว "คุณไม่เข้าใจหรอก..." เสียงหวานที่เคยตอกกลับเขาอย่างฉะฉาน บัดนี้สั่นเครือและแหบพร่า "โปรเจกต์นี้มันไม่ใช่แค่เรื่องงานสำหรับฉัน... มันคือโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะพิสูจน์ให้สำนักพิมพ์เห็นว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ขายแค่หน้าตา แต่มีความสามารถพอที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งเส้นสายใคร... แล้วคุณล่ะ? เอาแต่ติโน่นติ่นี่ รื้อแก้ใหม่หมดจนฉันไม่รู้แล้วว่าตัวตนของงานชิ้นนี้มันคืออะไร!" อลิสาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคู่สวยแดงก่ำและเต็มไปด้วยความตัดพ้อต่อต้าน ภาพสะท้อนของรณกรในดวงตาคู่นั้นทำให้หัวใจของช่างภาพหนุ่มกระตุกวาบอย่างแรง รณกรไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้หน้ากากของ 'นักเขียนสาวฝีปากกล้า ตรรกะเหล็ก' ที่พร้อมจะปะทะกับเขาทุกฝีก้าว จะซ่อนความเปราะบางและแบกรับความกดดันมหาศาลไว้ขนาดนี้ รอยยิ้มเยาะหยันที่เขามักจะใช้กวนประสาทเธอเสมอเลือนหายไปจากใบหน้าคมคาย เหลือเพียงแววตาที่ไหววูบและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ "ผม..." รณกรอึกอักไปชั่วขณะ สรรพนามที่เคยใช้ตอกหน้าเธอกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย "ผมขอโทษ... ที่ผ่านมาผมอาจจะปากร้ายใส่คุณมากเกินไปหน่อย แต่อลิสา... งานของคุณมันดีอยู่แล้ว ดีจนผมอยากให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดต่างหาก เลิก ร้องไห้ได้แล้ว หน้าบวมเป็นกระต่ายตื่นตูมหมดแล้วเนี่ย" แม้คำพูดจะยังคงมีความกวนประสาทเจืออยู่บ้าง แต่น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นกลับอ่อนโยนและอบอุ่นจนน่าประหลาด รณกรตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ข้อแม้ มือหนายื่นออกไปใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มนวลเนียนแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากนิ้วของเขาทำให้อลิสาตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องที่ดังฮัมเบาๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ชิดทำให้ความโกรธเกรี้ยวเมื่อคร่าวอนมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงบรรยากาศชวนใจเต้นที่อบอวลอยู่รอบตัว "นี่คุณ..." อลิสาพยายามจะเอ่ยปากประท้วงเมื่อรู้ตัวว่าพวกเขายืนใกล้กันเกินไปแล้ว แต่ปลายนิ้วของรณกรที่ยังคงแตะอยู่บนแก้มกลับลูบไล้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม "เงียบก่อนน่า... ขอผมมองหน้าคนเก่งที่กำลังอ่อนแอแบบนี้สักสิบวินาทีสิครับ" รณกรกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง ในเสี้ยววินาทีที่อลิสาเตรียมจะหลบสายตาคมคายที่มองมาด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ทันใดนั้นเอง... ปัง! เสียงประตูกระจกห้องสตูดิโอถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงแจ๋นของบรรณาธิการสาวใหญ่ที่ตะโกนเข้ามาเสียงดังลั่นโดยไม่เคาะห้อง "อลิสา! คุณรณกร! รีบออกมาดูนี่เร็วเข้า ยอดพรีออเดอร์ตอนล่าสุดพุ่งทะลุเป้าหมายไปสามร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วจ้า!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของพี่รณกรด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%