เสียงกระสุนนัดแรกที่เฉี่ยวผ่านวงกบหน้าต่างไม้เก่าๆ ไปปักฝังลงบนผนังปูนด้านหลัง ไม่ได้ทำให้รณกรหัวเสียเท่ากับความจริงที่ว่า เขากำลังใช้ร่างกายของตัวเองเป็นโล่กำบังให้กับยายปากจัดที่เอาแต่จ้องจะเถียงเขาตั้งแต่ก้าวขาเข้าเซฟเฮาส์แห่งนี้
"ก้มหัวลงสิคะคุณ! อยากสมองไหลเป็นลายครามราคาแพงหรือไง!" อลิสาหวีดร้องลั่น พร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมมากระชากชายเสื้อแจ็คเก็ตหนังของเขาลงอย่างแรงจนร่างสูงเกือบล้มคะมำ
รณกรสบถเสียงต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เขาไม่ได้กลัวพวกมันที่บุกมาเป็นฝูง แต่เขากำลังกลัว... กลัวว่าหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกตอนนี้ มันไม่ได้เต้นเพราะความตื่นเต้นจากสนามรบ แต่มันเต้นบ้าคลั่งเพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของคนที่กำลังเบียดชิดอยู่ใต้ร่างของเขาต่างหาก
"ถ้าไม่ใช่เพราะคุณดื้อดึงอยากจะคุ้ยหาเอกสารบ้าๆ นั่น พวกมันคงไม่ตามมาดมกลิ่นถึงนี่หรอกค่ะคุณอลิสา" ชายหนุ่มกระซิบเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนอีกฝ่ายสะท้านเฮือก แม้ในสถานการณ์คับขันที่เสียงปืนด้านนอกกำลังคำรามสนั่น แต่ระยะห่างเพียงคืบก็ทำให้โลกทั้งใบของช่างภาพปากร้ายหดแคบเหลือเพียงดวงตากลมโตที่กำลังตื่นตระหนกคู่นั้น
"นี่ไม่ใช่เวลามาโยนความผิดนะคะ!" อลิสาตอกกลับเสียงสั่น แม้ปากจะเก่งไม่ตกฟาก แต่หยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมกับเรียวปากที่เม้มเข้าหากันแน่นกำลังฟ้องว่าเธอกลังจนแทบสิ้นสติ "ถ้าเราตายตรงนี้ ฉันจะตามไปจองล้างจองผลาญคุณในทุกชาติภพเลยคอยดู!"
รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ มือข้างหนึ่งกระชับปืนพกในมือมั่น ส่วนมืออีกข้างที่ว่างกลับวางทาบลงบนเอวบางโดยสัญชาตญาณ เพื่อรั้งร่างสั่นเทานั้นให้แนบชิดเข้ามาหลบหลังแนวบังคับสายตาของกระสุนปืน สัมผัสจากความอบอุ่นผ่านเนื้อผ้าทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตวาบไปทั้งร่าง
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อความนิ่งสงบที่เขาสั่งสมมานานหลายปีมากเกินไปแล้ว
"หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ค่ะ" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติอย่างไม่น่าเชื่อ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนบางอย่างที่ยากจะคาดเดา ขณะกวาดสายตามองผ่านช่องแสงเพื่อประเมินสถานการณ์ภายนอก
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังใกล้เข้ามา เสียงตะโกนสั่งการเป็นภาษาถิ่นดังปะปนกับเสียงกระจกแตกกระจาย รณกรขบกรามแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ทางหนีทีไล่เหลือเพียงทางเดียวคือหน้าต่างห้องครัวด้านหลังที่เชื่อมต่อกับป่ารกทึบ แต่ปัญหาคือ... การจะไปตรงนั้นต้องผ่านพื้นที่โล่งที่พวกมันกำลังคุมเชิงอยู่
"จับมือฉันไว้" ชายหนุ่มหันมามองคนตัวเล็ก แววตาจริงจังจนอลิสาเผลอกลั้นหายใจ
"คะ?"
"ฉันบอกให้จับมือฉันไว้ แล้ววิ่งตามมาอย่างเดียว ห้ามสะดุด ห้ามกรี๊ด และห้ามหันหลังกลับเด็ดขาด เข้าใจไหมค่ะ?" ประโยคหลังเขาเน้นเสียงเข้มด้วยความเคยชิน แต่มือใหญ่กลับเอื้อมไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบเอาไว้แน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ
อลิสาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงปืน ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของคนที่ขึ้นชื่อว่าปากจัดที่สุดในสามโลกคนนี้ มันมีความปกป้อง มันมีความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดร้ายกาจ ซึ่งเธสัมผัสได้ชัดเจนในนาทีเป็นตายนี้
"สาม... สอง... หนึ่ง... ไป!"
สิ้นเสียงคำราม รณกรก็กระชากร่างบางให้พุ่งทะยานออกไปจากที่กำบังพร้อมกับลั่นกระสุนเบี่ยงเบนความสนใจของมือปืนด้านนอกไปในตัว เสียงปืนตอบโต้ดังสนั่นหวั่นไหว เศษปูนและกิ่งไม้ปลิวว่อนตามแรงปะทะ แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยมือเล็กนั้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขายอมเอาแผ่นหลังของตัวเองเป็นเกราะกำบังแรงกระสุนและเศษซากปรักหักพัง พาร่างของทั้งคู่พุ่งทะลุผ่านประตูห้องครัวออกสู่ความมืดทึบของผืนป่าด้านหลังได้อย่างหวุดหวิด
เสียงหอบหายใจดังประสานกันท่ามกลางความเงียบงันของแมกไม้ รณกรดันร่างของอลิสาให้แนบชิดกับลำต้นไม้ใหญ่เพื่อซ่อนตัว ก่อนจะใช้ร่างกายสูงใหญ่ของตัวเองบังเธอไว้อีกชั้นหนึ่ง มือหนายังคงกุมมือเธอแน่นจนเหงื่อชื้น
"ปลอดภัยแล้วค่ะ" เขาพึมพำเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่ใกล้ชิดจนอลิสาต้องเงยหน้าขึ้นมอง
ในความมืดสลัว แสงจันทร์ที่ลอดผ่านร่มไม้สาดส่องลงมาตกกระทบใบหน้าคมคายที่เปื้อนฝุ่นควันและหยาดเหงื่อ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้ดุดันอย่างเคย หากแต่กำลังจ้องมองเธอด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม มันคือสายตาของคนที่กำลังพยายามหักห้ามใจตัวเองอย่างสุดความสามารถ แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า
อลิสาชะงักงัน ลืมสิ้นซึ่งคำพูดจาประชดประชันที่เตรียมไว้ในหัว ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเบาๆ เมื่อตระหนักว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขามันใกล้กันเหลือเกิน ใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
"คุณรณกร..." เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาอย่างประหลาด
รณกรหลับตาลงชั่วครู่ราวกับกำลังอดกลั้นต่อแรงดึงดูดประหลาดที่รุมเร้า ก่อนจะลืมตาขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความสั่นพร่าที่เจ้าตัวพยายามปกปิด
"อย่ามองมาด้วยสายตาแบบนั้นสิคะ... อลิสา"
"สายตา... แบบไหนคะ?" เธอถามกลับด้วยความไม่ประสีประสา ทั้งที่หัวใจทรยศดวงนั้นกำลังเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก
รณกรแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันตัวเองอย่างชัดเจน นิ้วมืออีกข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลจนคนถูกกระทำถึงกับตัวแข็งทื่อ
"สายตาที่ทำให้คนใจแข็งอย่างฉัน... เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ระหว่างกระสุนของไอ้พวกนั้น กับเสน่ห์บ้าๆ ของคุณ อะไรมันอันตรายต่อหัวใจผมมากกว่ากัน"
คำสารภาพที่หลุดออกมาพร้อมกับแววตาคลั่งรักที่ปิดไม่มิด ทำให้อลิสาแทบหยุดหายใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนอยู่ในอกจนพูดไม่ออก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจของกันและกันเป็นเครื่องยืนยัน
รณกรโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ ริมฝีปากได้รูปขยับเข้าใกล้เรียวปากอิ่มของเธอทีละนิด ความลังเลหายวับไปกับความปรารถนาที่พุ่งสูงจนเกินต้านทาน อลิสาหลับตาลงอย่างจำนนต่อโชคชะตา หัวใจกรีดร้องบอกให้ผลักเขาออกไป แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการรอคอยสัมผัสที่กำลังจะมาถึง
ทว่า...
"พี่กร! พี่อลิสา! ทางนี้ปลอดภัยแล้วครับ!"
เสียงตะโกนแหกปากลั่นของลูกน้องเจ้าถิ่นที่วิ่งถือปืนตามเข้ามาพร้อมไฟฉายสว่างวาบ ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นจนพังทลายในเสี้ยววินาที
รณกรสบถลั่นอย่างหัวเสียสุดขีดด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาผละออกจากร่างบางทันทีด้วยความเสียดายอย่างที่สุด ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุร้ายใส่ลูกน้องตัวดีที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขัดจังหวะชีวิตรักของเขาอย่างไม่รู้กาลเทศะ
แต่อลิสาที่เพิ่งได้สติ รีบยกมือขึ้นแตบแก้มที่ร้อนฉ่าของตัวเอง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกปนเสียดายเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเงาดำทะมึนของใครบางคนกำลังยกปืนเล็งตรงมาที่แผ่นหลังของรณกรจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า!
"คุณรณกร! ระวังค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ตุ๊กตาโบราณ" เสมอมานะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 14
อย่ามายิ้มให้คนแบบผม
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!