เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 22

ความหวานที่มาพร้อมคำเตือน

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
ประโยคสั้นๆ นั้นร่วงหล่นลงกลางห้องสตูดิโอที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นอายกาแฟคั่วและเสียงชัตเตอร์ จนราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น รณกรยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าทางที่ถือแก้วกาแฟค้างไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวที่มักจะควบคุมกล้องราคาหลักแสนด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับสั่นระริกโดยที่เจ้าตัวไม่อาจควบคุมได้ *คนคนนั้น*... คำคำนี้มีน้ำหนักมากพอที่จะพังทลายกำแพงที่เขาใช้เวลาสร้างมานานแรมปีให้พังครืนลงมาในพริบตา "คุณ... ไหวไหมคะกร" อลิสาที่ยืนอยู่ไม่ไกล วางปากกาในมือลงทันทีเมื่อเห็นความผิดปกติบนใบหน้าคมสันนั้น ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด แม้ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เพิ่งจะปะทะคารมกันเรื่องบทสารคดีฉบับล่าสุด แต่ความรู้สึกไวต่อบรรยากาศรอบตัวทำให้เธอรู้ทันทีว่า เรื่องที่อีกฝ่ายเพิ่งรับรู้ทางโทรศัพท์ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่นอน รณกรไม่ตอบ เขากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก สันจوದ್โด่งคมกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมที่มักจะมองโลกด้วยความเย้ยหยันและรำคาญใจ บัดนี้กลับไหววูบราวกับเด็กหลงทางในพายุฝน "แม่บอกว่า... เขาอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน..." เสียงของรณกรแหบพร่า ราวกับถูกบีบออกมาจากลำคอที่แห้งผาก "และเขาถามหาผม" อลิสาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาโดยไม่ลังเล แม้จะรู้ดีว่าช่างภาพหนุ่มคนนี้เกลียดการถูกรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวแค่ไหน แต่ในนาทีนี้ สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์บอกเธอว่า คนตรงหน้ากำลังต้องการที่ยึดเหนี่ยว "ไปค่ะ" อลิสาเอ่ยเสียงหนักแน่น มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าแจ็กเก็ตหนังสีดำที่พาดอยู่บนโซฟามาถือไว้ แล้วยัดใส่มือเขา "ฉันจะขับรถให้ คุณเลิกทำหน้าเหมือนคนจะตายได้แล้ว แค่ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น มันไม่ได้แปลว่าคุณต้องยกโทษให้เขาสักหน่อย" รณกรก้มลงมองหญิงสาวที่สูงเพียงแค่ระดับไหล่ของเขา แววตาที่เต็มไปด้วยความพยศและฝีปากกล้าในยามปกติ บัดนี้กลับมีความห่วงใยที่จริงใจฉายชัดอยู่ข้างใน ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านขึ้นมากลางอกท่ามกลางความหนาวเหน็บที่กัดกินหัวใจ "คุณนี่นะ..." รณกรแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง ปากก็ยังไม่วายหาเรื่อง "ชอบทำตัวเป็นฮีโร่ไม่เข้าเรื่องอยู่เรื่อย" "ถ้าไม่ติดว่าโปรเจกต์งานสารคดีของเรายังค้างคาอยู่ และฉันไม่อยากให้ตากล้องมือหนึ่งมาตายห่านไปซะก่อน ฉันก็ไม่อยอกจากโต๊ะทำงานมาหรอกค่ะ" อลิสาเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อน แต่มืออีกข้างกลับเอื้อมไปคว้าข้อมือหนาแล้วออกแรงดึงเบาๆ "เลิกเวิ่นเว้อแล้วเดินตามมาค่ะ นายช่างภาพจอมวีน" รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานผ่านการจราจรยามบ่ายของกรุงเทพฯ ด้วยความเร็วที่เกือบจะผิดกฎหมาย ภายในห้องโดยสารตกอยู่ในความเงียบงัน รณกรนั่งเหม่อมองออกไปนอกกระจกหน้าต่าง ภาพอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้ลึกสุดใจกำลังผุดขึ้นมาหลอกหลอน ชายผู้ชายที่เป็นต้นเหตุของรอยแผลเป็นในใจ... ผู้ชายที่ทอดทิ้งเขาและแม่ไปเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับความเจ็บป่วย "ถึงแล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อรถจอดสนิทหน้าตึกอุบัติเหตุและฉุกเฉินของโรงพยาบาลชื่อดัง อลิสาหันไปมองคนข้างกาย เห็นรณกรกำลังสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยื่นมือไปแตะที่หลังมือหนาของเขาแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่ไม่มีคำพูดใดๆ แต่กลับมีพลังมหาศาลในการปลอบโยน "จำไว้นะคะคุณรณกร ว่าตอนนี้คุณไม่ใช่เด็กผู้ชายคนเดิมเมื่อสิบปีก่อนแล้ว คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกค่ะว่าจะยืนอยู่ตรงนั้นในฐานะอะไร" อลิสากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและอบอุ่น รณกรหันมาสบตากลมโตคู่นั้น แววตาไหวระริกค่อยๆ สงบลง ความกลัวที่เคยเกาะกุมหัวใจถูกแทนที่ด้วยความแข็งกระด้างที่ถูกปรุงแต่งด้วยความเข้าใจ เขาพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวลงไปพร้อมกับเธอ กลิ่นอายความเป็นโรงพยาบาลลอยอบอวล ผสมผสานกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งคู่เดินตรงไปยังหน้าห้องไอซียู ที่ซึ่งร่างของผู้หญิงวัยกลางคนกำลังยืนพิงผนังด้วยความอ่อนล้า นั่นคือแม่ของรณกร "แม่ครับ" รณกรเอ่ยเรียกเสียงเบา มารดาหันมาตามเสียง ดวงตาแดงก่ำผ่านการร้องไห้อย่างหนัก เธอมองหน้าลูกชายก่อนจะโผเข้ากอดรณกรแน่น ราวกับกลัวว่าลูกชายคนเดียวจะหายไปอีกคน "กร... ลูกมาแล้ว ตาเขา... เขาแย่มากเลยลูก หมอกำลังยื้อชีวิตอยู่ข้างใน" ผู้เป็นแม่สะอื้นฮัก รณกรหลับตาลง ยอมยืนให้น้ำเสียงและอ้อมกอดของแม่โอบล้อมความเจ็บปวดเอาไว้ อลิสาก้าวถอยหลังออกไปเล็กน้อยเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวแก่สองแม่ลูก ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นร่างของใครบางคนที่เดินสวนออกมาจากห้องพักแพทย์ข้างๆ ผู้ชายในชุดเสื้อคลุมกาวน์สีขาวสะอาดตา ใบหน้าคมคายดุจรูปสลัก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงหันมาสบตากับเธอโดยบังเอิญ รอยยิ้มบางเบาแต่แฝงด้วยความหมายบางอย่างปรากฏขึ้นที่มุมปากของแพทย์หนุ่มคนนั้น อลิสารู้สึกคุ้นหน้าเขาอย่างประหลาด สมองพยายามประมวลผลความทรงจำ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เธอก็จำได้... *นั่นคือหมอศัลยกรรมมือหนึ่งผู้เป็นเจ้าของไข้ และยังเป็น... ลูกชายอีกคนของตระกูลที่ไม่มีใครเคยพูดถึง* ประตูห้องไอซียูเปิดผับออกมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของพยาบาลที่ถือแฟ้มประวัติคนไข้ "ญาติคนไข้เตียงสามค่ะ อาการทรุดหนักลงอีกแล้ว หมอเกรงว่า... อาจจะไม่พ้นคืนนี้" รณกรลืมตาโพรง หัวใจกระตุกวูบ ทว่าก่อนที่เขาจะได้ก้าวขาเข้าไปหาหมอ เจ้าของกาวน์สีขาวคนที่ยืนมองอลิสาอยู่เมื่อครู่ ก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมาให้ "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... *น้องชาย*" ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ รี้ดที่รักของ "ตุ๊กตาโบราณ"
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%